ประกันรถยนต์ชั้น 3 จะจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้กับผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ ให้กับคู่กรณีเมื่อเราเป็นฝ่ายผิด ซึ่งความคุ้มครองความเสียหายของประกันชั้น 3 มีความคุ้มครองเฉพาะคู่กรณีบาดเจ็บเท่านั้น จะไม่คุ้มครองความเสียหายต่อผู้ขับขี่และผู้โดยสารในรถที่เอาประกัน แต่ในกรณีที่มีการบาดเจ็บทั้งคู่ ประกันจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามจริง ค่าเสียหายต่อร่างกายและทรัพย์สินให้กับคู่กรณีตามวงเงินคุ้มครองที่ระบุอยู่ในกรมธรรม์ประกันภัย แต่ในส่วนของรถคันที่เอาประกันภัย จะไม่ได้รับความคุ้มครอง ซึ่งหากคุณต้องการความคุ้มครองผู้ขับขี่เพิ่มเติมคุณจะต้อง เลือกเป็นแผนประกันชั้น 3+ เพื่อเพิ่มค่ารักษาพยาบาลผู้ขับขี่และผู้โดยสารในรถคันเอาประกันภัยเข้ามาด้วย แต่ราคาเบี้ยจะสูงเพิ่มขึ้นนั่นเอง
การยื่นเคลมประกันเพื่อเบิกค่ารักษาพยาบาลให้กับคู่กรณี โดยทั่วไปแล้วจะต้องเตรียมเอกสารหลัก ๆ ทั้งหมดดังต่อไปนี้
เมื่อเกิดอุบัติเหตุ คุณจำเป็นจะต้องมี
ให้เตรียมเอกสารของผู้เอาประกันให้ครบถ้วน ประกอบไปด้วย
คู่กรณีจะต้องเตรียมสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน ในกรณีที่ผู้บาดเจ็บไม่สามารถดำเนินการทางเอกสารได้จะต้องมีหนังสือมอบอำนาจเซ็นกำกับให้เรียบร้อย
ประกอบไปด้วยใบเสร็จรับเงินจากโรงพยาบาล มีใบรับรองแพทย์ยืนยันและรายละเอียดการรักษา ในกรณีที่มีการรับยาจะต้องมีใบเสร็จแนบกำกับไว้ด้วย
หากเกิดอุบัติเหตุในกรณีที่มีผู้บาดเจ็บ จะต้องแจ้งเคลมประกันบริษัททันที ซึ่งสามารถแจ้งเคลมได้ผ่านเบอร์โทรศัพท์ของแต่ละบริษัทประกันภัย เพื่อโทรเข้าฝ่ายศูนย์รับแจ้งเหตุดำเนินการทำเรื่องเคลม โดยสรุปขั้นตอนการเคลมเบื้องต้นดังนี้
วันนี้เราได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยในการเคลมประกันชั้น 3 คุ้มครองอะไรบ้าง หากเกิดเหตุกรณีมีผู้บาดเจ็บซึ่งเราจะมาไขข้อสงสัยให้ทุกท่านได้ทราบในวันนี้ ซึ่งประกอบไปด้วย
สามารถใช้บริการได้ทุกโรงพยาบาลทั้งเอกชนและรัฐบาลรวมไปถึงโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัย แต่จะต้องมีการสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลไปก่อน แล้วจึงนำใบเสร็จค่ารักษารวมถึงใบรับรองแพทย์มาเบิกกับบริษัทประกันทีหลัง
ในส่วนของวงเงินคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลคุณจะต้องดูในกรมธรรม์ว่ามีวงเงินคุ้มครองที่เลือกไว้เท่าใด โดยที่เว็บไซต์ insurverse คุณสามารถที่จะเลือกวงเงินเองได้ เริ่มต้นวงเงินค่ารักษาชดเชยต่อคน 5 แสนบาท / 1 ล้านบาท / และ 1.5 ล้านบาท หากเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรแบบสิ้นเชิงจะคุ้มครองไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อครั้ง และในส่วนของทรัพย์สินที่เสียหายวงเงินคุ้มครองเริ่มต้นที่ 1 ล้านบาท / 2.5 ล้านบาท / 5 ล้านบาท
การแจ้งเคลมประกันจะต้องทำการแจ้งให้เร็วที่สุด และต้องตรวจสอบความถูกต้องก่อนการเซ็นเอกสารทุกครั้ง นอกจากนี้อย่ารับเงินค่าสินไหมทดแทนจากคู่กรณีโดยตรง เพราะอาจจะทำให้เสียเปรียบและเสียสิทธิ์ที่คุณจะต้องได้มากกว่านี้
ดังนั้นแล้วถ้าใครตัดสินใจที่จะทำประกันชั้น3 ราคาประหยัดแต่ต้องการความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลให้กับรถผู้ขับขี่และผู้โดยสารของรถคันเอาประกันภัยด้วย ขอแนะนำให้ซื้อแบบแผนประกันชั้น 3+ จะตอบโจทย์มากกว่า หรือสามารถเปรียบเทียบศึกษาข้อมูลของประกันแต่ละประเภทเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ insurverse
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อเปิดดูตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของตนเอง หลายคนอาจเคยสะดุดตากับคำว่า “ร.ย.03” ในหมวดความคุ้มครองเพิ่มเติม และเกิดคำถามว่า รย.03 คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้ขับขี่ หรือบางคนอาจกำลังสับสนระหว่างรหัสในเอกสารประกันภัยกับรหัสประเภทรถของกรมการขนส่งทางบก บทความนี้จะมาไขคำตอบให้ชัดเจน เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิประโยชน์และใช้ความคุ้มครองได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รย.03 คืออะไร ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์? ในแวดวงประกันภัย ร.ย.03 (หรือ รย.03) คือ รหัสมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดให้เป็น “เอกสารแนบท้ายสัญญาประกันภัยรถยนต์ว่าด้วยการประกันตัวผู้ขับขี่ (Driver’s Bail Bond)” ความคุ้มครองนี้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่ขับรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนเป็นเหตุให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) จะต้องดำเนินคดีอาญาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยบริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่นำหลักทรัพย์หรือหนังสือรับรองไปวางเป็นหลักประกันในการขอประกันตัวผู้ขับขี่ออกมาสู้คดีในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือชั้นศาล สาระสำคัญของเอกสารแนบท้าย ร.ย.03: คุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครองของ ร.ย.03 มีรายละเอียดสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรรู้ดังนี้: เปรียบเทียบเอกสารแนบท้าย ร.ย.01, ร.ย.02 และ ร.ย.03 แตกต่างกันอย่างไร? เอกสารแนบท้ายมาตรฐาน คปภ. ที่พบได้บ่อยในกรมธรรม์ภาคสมัครใจ ได้แก่: อย่าจำสับสน! ร.ย.03 (ประกันภัย)… Continue reading รย.03 คืออะไร เจาะลึกเอกสารแนบท้ายประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน