หากคุณมีรถยนต์ที่ไม่ได้ใช้งานบ่อยหรือมีรถให้เลือกใช้หลายคัน แต่ต้องการป้องกันความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุ อยากลองทำประกันรถยนต์ชั้น 2 ซึ่งเป็นประกันภัยภาคสมัครใจที่เหมาะสำหรับคนใช้รถน้อย หากยังไม่มั่นใจว่าจะทำดีไหมหรือยังตัดสินใจไม่ได้ว่า จะเลือกชั้น 2 ธรรมดาหรือประกันชั้น 2+ ถึงจะดีกว่ากัน เพราะทั้งสองนี้มีเรื่องของราคาเบี้ยและความคุ้มครองที่ได้รับแตกต่างกัน insurverse จึงอยากจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น โดยจะพาคุณไปดูข้อมูลสำคัญเพื่อช่วยในการตัดสินใจ รวมทั้งแนะนำซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์ที่ไหนดี ถึงจะได้ราคาถูก ความคุ้มครองครบ สะดวกรวดเร็วและจัดการง่ายที่สุด
ประกันชั้น 2+ จะให้ความคุ้มครองได้ใกล้เคียงกับประกันรถยนต์ชั้น 1 เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องของความคุ้มครองเรื่องรถหาย, ไฟไหม้และอุบัติเหตุแบบรถชนรถที่มีคู่กรณีเป็นรถยนต์หรือยานพาหนะทางบกอื่นๆ เช่น มอเตอร์ไซค์, รถพ่วงหรือรถไฟ ประกันก็ให้ความคุ้มครองในการซ่อมให้ทั้งรถของเราและรถของคู่กรณีเช่นเดียวกับประกันชั้น 1 แต่เบี้ยประกันภัยภาคสมัครใจประเภทชั้น 2 นั้นราคาเบากว่า
หากถามว่าประกันชั้น 2 ซ่อมคู่กรณีไหมพูดง่ายๆ คือเป็นประกันที่จะซ่อมรถให้เขา แต่ไม่ซ่อมรถเรานั่นเอง หากไม่ซีเรียสอะไรในเรื่องนี้ก็เลือกประกันรถยนต์ชั้น 2 ราคาถูกประเภทนี้ได้เลย ซึ่งราคาเบากว่าประชั้น 2+ มาก อย่างไรก็ตามถือว่าทั้งประกันชั้น 2 และ 2+ ให้ความคุ้มครองเพิ่มเติมในส่วนของรถหาย, น้ำท่วม, ไฟไหม้และกรณีรถชนรถเหมือนกัน
อย่างที่บอกว่าประกันรถยนต์ชั้น 2 ซ่อมเขา ไม่ซ่อมเรา ฉะนั้นเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะมีคู่กรณีหรือไม่มีก็ไม่สามารถเคลมได้ แต่จะรับผิดชอบในส่วนของคู่กรณีเท่านั้น ซึ่งถ้าหากต้องการความคุ้มครองที่เพิ่มมากขึ้น ให้สามารถเคลมรถของเราได้ด้วย เพียงเพิ่มเบี้ยประกันอีกไม่มากนัก ก็สามารถอัปเกรดเป็น 2+ ซ่อมเขา ซ่อมเรา สบายใจกว่า แต่ถ้าหากรถไม่ได้ใช้งานบ่อย จอดมากกว่าขับ มีความเสี่ยงน้อยที่จะถูกชนหรือไปชนใคร สามารถเลือกซื้อประกันรถยนต์ชั้น 2 ก็เพียงพอจะทำให้ได้รับความคุ้มครองเช่นกันอีกทั้งยังประหยัดงบประมาณอีกด้วย
หากคุณทำประกันรถยนต์ชั้น 2 ไว้ก่อนหน้านี้ แล้วอยากจะเปลี่ยนมาทำประกันภัยภาคสมัครใจชั้น 1 ก็สามารถทำได้แน่นอน เพียงแต่จะมีเงื่อนไขสักเล็กน้อย
ประกันรถยนต์ชั้น 1 มักรับต่อประกันรถที่มีอายุไม่เกิน 7- 10 ปีและไม่รับเคลมรอยแผลที่เกิดขึ้นก่อนทำประกัน ดังนั้นควรเช็กอายุและสภาพของรถก่อนตัดสินใจ
หากมีรอยแผลไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ควรซ่อมให้เรียบร้อยก่อนเปลี่ยนมาเป็นประกันชั้น 1 เพื่อไม่ให้มีปัญหาเวลาเคลม
หากจะเปลี่ยนจากประกันรถยนต์ชั้น 2 มาเป็นชั้น 1 คุณควรเช็กราคาประกันภัยภาคสมัครใจของแต่ละบริษัทก่อน ว่าทุนประกันคิดเบี้ยประกันเท่าไหร่และความคุ้มครองอะไรบ้างที่คุณจะได้รับ
เมื่อทราบความแตกต่างของประกันรถยนต์ชั้น 2 และ 2+ ไปแล้วว่าแตกต่างกันอย่างไร ประกันชั้น 2 ช่วยอะไรได้บ้าง ก็คงจะทำให้คุณตัดสินใจเลือกทำประกันได้ง่ายขึ้น เลือกได้เลยตามสไตล์ของคุณ แต่เพื่อความคุ้มค่าในการจ่ายเบี้ยประกัน เราแนะนำประกันชั้น 2+ จาก insurverse ที่ให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมกว่า เพียงเพิ่มเบี้ยประกันขึ้นอีกเล็กน้อย คุณก็จะหมดกังวลทั้งรถตัวเองและรถคู่กรณีหรือเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ออนไลน์ทุกชั้นของ insurverse ได้ที่นี่ เพื่อเลือกแผนประกันที่ตรงใจ พร้อมรับความคุ้มครองที่อุ่นใจมากกว่า ได้รับการดูแลตลอด 24 ชั่วโมง เกิดปัญหาใดบนท้องถนนก็ติดต่อได้ทุกช่วงเวลา
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง