ปัจจุบันการใช้งานรถยนต์ของคนไทยเพิ่มขึ้นในทุกๆ วัน อีกทั้งการทำประกันรถยนต์ออนไลน์ยังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นอีกเช่นกัน เนื่องจากอุบัติเหตุเป็นสิ่งที่ไม่อาจคาดเดาได้และการทำประกันรถยนต์ยังสามารถทำได้ง่ายผ่านเว็บไซต์อีกด้วย แต่สำหรับใครที่ไม่อยากเสียเงินเยอะในการทำประกันรถยนต์ลองมองประกันรถยนต์ 2+ เป็นตัวเลือกเอาไว้ราคาเบาหวิวแต่ให้ความคุ้มครองที่คุ้มค่า หากอยากรู้ว่าประกัน 2 พลัสให้ความคุ้มครองยังไงบ้าง หากพร้อมแล้วไปดูกันได้เลย
หลายๆ คนคงมีข้อสงสัยกันว่าประกันรถยนต์ 2+ คือประกันแบบไหนและให้ความคุ้มครองอะไรบ้าง? โดยประกัน 2 พลัส คือ ประกันรถยนต์ประเภทหนึ่งที่ให้ความคุ้มครองน้อยกว่าประกันรถยนต์ชั้น 1 แต่หากเปรียบเทียบราคาที่ต้องใช้ต่อประกันรถยนต์ในแต่ละปีจะเห็นได้ชัดเจนว่าราคาของประกันชั้น 1 และ 2+ ต่างกันมาก อ่านมาถึงจุดนี้หลายๆ คนคงอยากรู้กันแล้วว่าประกันรถยนต์ 2+ คุ้มครองอะไรบ้าง? โดยความคุ้มครองที่ประกัน 2 พลัสมีให้ดังนี้
1. คุ้มครองการชนกับยานพาหนะทางบกที่มีเครื่องยนต์ทุกชนิด
2. คุ้มครองกรณีรถหายจากการถูกโจรกรรม
3. คุ้มครองกรณีรถเกิดไฟไหม้จากตัวรถเองหรือไฟไหม้ที่ลามมาจากที่อื่น
4. ดูแลค่ารักษาอาการบาดเจ็บทุพพลภาพหรือเสียชีวิตทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
หลังจากได้ทราบความคุ้มครองของประกันรถรถยนต์ 2+ กันไปแล้ว หากอยากทราบราคาสามารถเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ทางการของบริษัทประกันภัยในตลาดได้เลย ซึ่งปัจจุบันบริษัทประกันหลายๆ เจ้าได้มีเว็บไซต์เป็นของตัวเองเพื่อให้ง่ายต่อการซื้อหรือเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ได้ด้วยตัวเอง หลังจากได้เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ผ่านเว็บไซต์ของ insurverse จะพบว่าราคาประกันรถยนต์ออนไลน์แบบ 2+ จะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 6,000 บาท โดยเราสามารถเลือกทุนประกันหรือปรับแต่งความคุ้มครองให้ตรงกับที่ตัวเองต้องการผ่านหน้าเว็บไซต์ได้เลย
สำหรับใครที่ไม่ได้ใช้รถยนต์เดินทางไปทำงานหรือขับรถไม่บ่อย การทำประกันรถยนต์ออนไลน์แบบ 2+ เอาไว้ถือว่าตอบโจทย์อย่างมากเนื่องจากเป็นประกันรถยนต์ราคาสบายกระเป๋า อีกทั้งยังให้ความคุ้มครองในกรณีรถถูกขโมยและรถไฟไหม้หากจอดไว้แล้วเกิดเหตุการณ์เหล่านี้เราจะได้รับความคุ้มครองแน่นอน อีกทั้งหากนำรถออกไปใช้แล้วเกิดอุบัติเหตุชนกับรถของคนอื่นก็ยังได้รับความคุ้มครองเช่นกัน แต่หากรถเกิดการพลิกคว่ำจากการชนต้นไม้, แบริเออร์หรือพลิกคว่ำขณะขับขี่ ประกันรถยนต์ชั้น 2+ จะไม่ให้ความคุ้มครองในกรณีแบบนี้ หากอยากได้ประกันที่ครอบคลุมกว่าแนะนำให้เลือกทำประกันรถยนต์ชั้น 1 แทนเพื่อรับความคุ้มครองที่มากกว่าเดิม
เห็นได้ชัดเจนว่า การทำประกันรถยนต์แบบ 2+ ถือว่าคุ้มค่าและคุ้มเงินที่จ่ายไปแน่นอน โดยปัจจุบันเราสามารถเลือกทำประกันรถยนต์ออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทประกันได้โดยที่ไม่ต้องออกจากบ้านไปเจอแดดที่ร้อนและท้องถนนที่มีรถติด แต่สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าจะซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์ที่ไหนดีที่มีราคาสบายกระเป๋า ลองส่องความคุ้มครองสุดคุ้มของประกัน 2+ พลัส ราคาถูกจาก insurverse ได้เลย ต่อประกันรถยนต์ผ่านเว็บไซต์เพียงแค่จ่ายเงินได้รับความคุ้มครองทันที รับรองราคาถูกสบายกระเป๋าแน่นอน
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อเปิดดูตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของตนเอง หลายคนอาจเคยสะดุดตากับคำว่า “ร.ย.03” ในหมวดความคุ้มครองเพิ่มเติม และเกิดคำถามว่า รย.03 คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้ขับขี่ หรือบางคนอาจกำลังสับสนระหว่างรหัสในเอกสารประกันภัยกับรหัสประเภทรถของกรมการขนส่งทางบก บทความนี้จะมาไขคำตอบให้ชัดเจน เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิประโยชน์และใช้ความคุ้มครองได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รย.03 คืออะไร ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์? ในแวดวงประกันภัย ร.ย.03 (หรือ รย.03) คือ รหัสมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดให้เป็น “เอกสารแนบท้ายสัญญาประกันภัยรถยนต์ว่าด้วยการประกันตัวผู้ขับขี่ (Driver’s Bail Bond)” ความคุ้มครองนี้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่ขับรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนเป็นเหตุให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) จะต้องดำเนินคดีอาญาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยบริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่นำหลักทรัพย์หรือหนังสือรับรองไปวางเป็นหลักประกันในการขอประกันตัวผู้ขับขี่ออกมาสู้คดีในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือชั้นศาล สาระสำคัญของเอกสารแนบท้าย ร.ย.03: คุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครองของ ร.ย.03 มีรายละเอียดสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรรู้ดังนี้: เปรียบเทียบเอกสารแนบท้าย ร.ย.01, ร.ย.02 และ ร.ย.03 แตกต่างกันอย่างไร? เอกสารแนบท้ายมาตรฐาน คปภ. ที่พบได้บ่อยในกรมธรรม์ภาคสมัครใจ ได้แก่: อย่าจำสับสน! ร.ย.03 (ประกันภัย)… Continue reading รย.03 คืออะไร เจาะลึกเอกสารแนบท้ายประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน