เชื่อว่าผู้ใช้รถหลายคนน่าจะเคยได้ยินชื่อ ปีกนกรถยนต์ กันมาบ้าง แต่อาจจะไม่เคยรู้ว่าอยู่ตรงไหน และทำหน้าที่อะไร บางคนกว่าจะรู้ปีกนกอยู่ตรงไหนก็คือตอนที่รถมีปัญหาต้องยกเข้าอู่ซ่อมแล้ว ดังนั้นเพื่อเป็นการเตือนให้ผู้ใช้รถทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของปีกนกและระบบช่วงล่างที่เกี่ยวข้องทั้งหมด วันนี้อินชัวร์เวิร์สจะพาไปดูว่าเจ้าปีกนกที่ว่านี้อยู่ตรงไหน สำคัญยังไง และหากปีกนกมีปัญหารถจะมีอาการผิดปกติอะไรบ้าง
สำหรับปีกนกรถยนต์หรือ Wishbone เป็นหนึ่งในชิ้นส่วนสำคัญของระบบช่วงล่างรถยนต์ มักทำด้วยเหล็กหรืออะลูมิเนียม ติดตั้งอยู่ใกล้กับแกนล้อมีชิ้นส่วนที่เรียกว่า ลูกหมาก (Ball Joint) เป็นตัวเชื่อม คุณสมบัติเด่นคือมีความยืดหยุ่น สามารถเคลื่อนไหวไปตามความสั่นสะเทือนของตัวรถได้แบบอัตโนมัติ ส่วนหน้าที่หลัก ๆ คือช่วยซับแรงกระแทกและรองรับแรงสั่นสะเทือนของช่วงล่างรถยนต์ ช่วยให้การขับขี่มีความนุ่มนวล สามารถควบคุมรถได้อย่างแม่นยำ และทำให้รถทรงตัวได้อย่างสมดุล โดยปีกนกจะทำงานควบคู่กับโช้คอัพ (Shock Absorber) และเพลาขับ (Drive Shaft) เพียงแต่ซ่อนอยู่ใต้ท้องรถทำให้มองเห็นได้ยาก เมื่อปีกนกเกิดความเสียหายเจ้าของรถจึงมักจะไม่ค่อยรู้จนกระทั่งรถเกิดปัญหาแล้ว
อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าปีกนกรถยนต์ถูกติดตั้งอยู่ใต้ท้องรถทำให้หากไม่ยกรถขึ้นมาอยู่ระดับสายตาก็ไม่มีทางมองเห็นได้ การจะสังเกตว่าปีกนกได้รับความเสียหายหรือมีปัญหาจึงต้องคอยสังเกตจากอาการผิดปกติต่าง ๆ ดังนี้
พวงมาลัยเกิดอาการกระตุกจนทำให้รถแฉลบไปทิศทางใดทิศทางหนึ่งเองโดยที่คุณไม่ได้บังคับ หรือบังคับพวงมาลัยให้เลี้ยวไปทิศทางใดทิศทางหนึ่ง แต่รถแฉลบไปทิศทางตรงข้าม
หากขณะขับรถแล้วได้ยินเสียงกึก ๆ เหมือนเสียงโลหะกระทบกันดังมาจากด้านหน้ารถบ่อย ๆ หรือได้ยินเสียงดังกล่าวชัดเจนเป็นพิเศษเวลาขับรถบนพื้นผิวขรุขระ รวมถึงเวลาบังคับพวงมาลัยเลี้ยวรถแล้วมีเสียงแปลก ๆ จากด้านหน้ารถ นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าปีกนกเริ่มสึกหรอ
เวลาขับรถเข้าโค้งแล้วรู้สึกว่ารถทรงตัวได้ไม่ดี ไม่เกาะถนน หรือยางรถยนต์มีร่องรอยการสึกหรอแบบเป็นบั้ง ๆ ไม่ได้สึกหรอตามการใช้งานทั่วไป อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าปีกนกกำลังมีปัญหา
ในกรณีที่พบว่าปีกนกรถยนต์หรือส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องมีปัญหาชำรุดเสียหาย แต่ยังฝืนใช้งานต่อไป ผลที่ตามมาคืออาจมีเสียงดังกึก ๆ กัก ๆ เวลาขับรถ ซึ่งเป็นเสียงของโลหะกระทบกันอันเกิดจากจารบีหล่อลื่นที่อยู่ข้างในรั่วไหลออก ส่งผลให้โลหะเกิดการสึกหรอ หากไม่รีบซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอะไหล่ก็จะทำให้ความเสียหายลามไปยังชิ้นส่วนอื่น ๆ ของระบบช่วงล่างรถยนต์ เช่น ยางสึกเป็นบั้ง ๆ ล้อหน้าฉีกขาด ศูนย์ล้อเริ่มเพี้ยนทำให้เวลาขับรถแล้วมีอาการเป๋ออกไปทางซ้ายหรือขวา เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ดังนั้นหากพบว่าปีกนกชำรุดเสียหายไม่ควรฝืนใช้งานต่อ ควรนำรถเข้าอู่หรือศูนย์บริการให้ช่างมืออาชีพเปลี่ยนอะไหล่ให้ใหม่ก่อนที่ความเสียหายจะลามไปสู่จุดอื่น ๆ จากเสียน้อยจะกลายเป็นเสียมาก
สำหรับราคาของปีกนกรถยนต์นั้นมีตั้งแต่ราคาหลักพันไปจนถึงหลักแสน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและวัสดุว่าเป็นเหล็กธรรมดาหรืออะลูมิเนียม หากเป็นรถยนต์เน้นการขับขี่ในเมือง ไม่ได้ออกไปบุกป่าฝ่าดงที่ไหน แนะนำว่าปีกนกราคา 1,000 – 3,000 บาท ก็เพียงพอต่อการใช้งาน แต่หากเป็นรถแบบออฟโรด ขับเคลื่อน 4 ล้อ ต้องเผชิญกับสภาพถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อบ่อย ๆ จำเป็นต้องเลือกอะไหล่ที่มีราคาสูงเพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานแบบสายลุยโดยเฉพาะ โดยสามารถหาซื้อปีกนกรวมถึงอะไหล่อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ตามอู่ซ่อมรถหรือศูนย์บริการทั่วไป แต่ขอแนะนำให้เลือกใช้บริการอู่หรือศูนย์บริการที่มีความน่าเชื่อถือ มีมาตรฐาน และมีใบอนุญาตถูกต้อง
ทั้งหมดนี้คือสาระน่ารู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับปีกนกรถยนต์ที่อินชัวร์เวิร์สได้รวบรวมมาฝากกันในวันนี้ หวังว่าจะช่วยให้ผู้ใช้รถทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของชิ้นส่วนรถยนต์ส่วนนี้และคอยหมั่นตรวจเช็กสภาพรถยนต์ตามระยะเพื่อให้การขับขี่มีความปลอดภัย อุ่นใจทั้งกับตัวเอง ผู้โดยสาร ตลอดจนผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่น ๆ และนอกจากการให้ความสำคัญกับการตรวจเช็กสภาพรถอยู่เสมอแล้ว การทำประกันรถยนต์ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ซึ่งถือเป็นการดูแลรถด้วยความคุ้มครองของกรมธรรม์หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับรถ ช่วยให้เจ้าของรถขับขี่ได้อย่างมั่นใจในทุกเส้นทาง Insurverse แตกต่างจากประกันรถยนต์ทั่วไปตรงที่เป็นประกันออนไลน์ 100% คุณสามารถซื้อประกันเองได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชัน ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปที่ออฟฟิศ และยังสามารถปรับแต่งแผนประกันได้ตามใจชอบอีกด้วย นอกจากนี้ เรายังมีบริการเคลมประกันที่รวดเร็วและสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นการเคลมผ่านวิดีโอคอล หรือการใช้ใบเคลมอิเล็กทรอนิกส์
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เปิดมาตรการปรับดอกเบี้ยรถใหม่ 2567 ทุกธนาคาร จากการกำกับใช้โดยภาครัฐ มีอะไรบ้างที่ปรับลด และต่างจากอัตราดอกเบี้ยคงที่อย่างไร มาหาคำตอบกัน
เมื่อคุณตัดสินใจทำประกันภัยรถยนต์ สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณจะได้รับกลับมาเป็นหลักฐานยืนยันความคุ้มครองก็คือ “กรมธรรม์รถยนต์” ซึ่งหลายคนอาจคุ้นเคยกับกระดาษหน้าตารางที่มีข้อความและตัวเลขระบุไว้อย่างหนาแน่นจนไม่แน่ใจว่าจะต้องอ่านตรงไหน หรือมีข้อมูลสำคัญอะไรที่ต้องตรวจเช็กบ้าง ความจริงแล้ว กรมธรรม์รถยนต์คือเอกสารทางกฎหมายที่มีผลผูกพันระหว่างผู้เอาประกันภัยกับบริษัทประกัน การทำความเข้าใจวิธีอ่านหน้าตารางกรมธรรม์จะช่วยให้คุณรักษาสิทธิประโยชน์ได้อย่างครบถ้วนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ บทความนี้จะสรุปทุกจุดสำคัญที่คุณต้องรู้ให้เข้าใจง่ายในที่เดียว ทำความเข้าใจกรมธรรม์รถยนต์ สัญญาคุ้มครองความปลอดภัยของคนมีรถ กรมธรรม์รถยนต์ คือเอกสารสัญญาประกันภัยที่ระบุข้อตกลง สิทธิประโยชน์ เงื่อนไข และขอบเขตความคุ้มครองที่บริษัทประกันจะมอบให้แก่ผู้เอาประกันภัย เพื่อชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเมื่อเกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ กรมธรรม์ประกันภัยภาคบังคับ หรือพ.ร.บ. รถยนต์ ที่กฎหมายกำหนดให้รถทุกคันต้องมี และกรมธรรม์ประกันภัยภาคสมัครใจ หรือประกันรถยนต์ (เช่น ชั้น 1, 2+, 3+, 3) ที่ผู้ขับขี่เลือกซื้อเพิ่มเติมเพื่อความอุ่นใจ 5 จุดสำคัญบนหน้าตารางกรมธรรม์รถยนต์ที่ต้องตรวจเช็กให้ถูกต้อง เมื่อได้รับกรมธรรม์มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นฉบับกระดาษหรือไฟล์ดิจิทัล ให้ตรวจสอบ 5 จุดสำคัญต่อไปนี้ทันที ข้อมูลผู้เอาประกันภัยและรายละเอียดตัวรถยนต์ ตรวจสอบชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขบัตรประชาชน ทะเบียนรถยนต์ ยี่ห้อ รุ่น ปีที่ผลิต รวมถึงหมายเลขตัวถัง (VIN) ว่าตรงกับเล่มทะเบียนรถจริงหรือไม่ หากมีจุดใดสะกดผิดต้องรีบแจ้งบริษัทประกันแก้ไขทันที… Continue reading กรมธรรม์รถยนต์คืออะไร สรุปวิธีอ่าน เช็กง่ายได้ด้วยตัวเอง
ประกันรถยนต์ 3+ คุ้มครองอะไรบ้าง ให้ความคุ้มครองมากกว่าที่คิด ครอบคลุมทั้งรถเราและคู่กรณี ในราคาเบา ๆ เหมาะสำหรับคนใช้รถทุกวันที่อยากอุ่นใจแต่ไม่อยากจ่ายแพง