การดูแลเบาะหนังรถยนต์เป็นอย่างดีแสดงถึงเจ้าของรถมีความอบอุ่น, ใส่ใจและรักษารถดีมาก insurverse ผู้นำเรื่องประกันรถยนต์ชั้น 2+ จึงได้นำวิธีช่วยยืดอายุการใช้งานของเบาะนั่งในรถมาฝากเพิ่มเติม เพื่อให้เจ้าของรถทุกคันได้มีเบาะรถที่สวยงาม, น่านั่งและดูเหมือนใหม่ประหนึ่งเหมือนพึ่งถอยรถยนต์ออกมาจากโชว์รูม! พร้อมเผยวิธีเดินทางด้วยรถยนต์อย่างไรให้ปลอดภัยได้ตลอดเส้นทาง ขับขี่ได้อย่างอุ่นใจมากขึ้นทุกครั้งที่จับพวงมาลัย ไปดูวิธีกันเลย!
ก่อนไปดูแลเบาะหนังรถยนต์ควรเริ่มต้นจากการทำความรู้จักเบาะกันก่อน ว่าเบาะหนังรถยนต์มีกี่ประเภท? เพื่อให้คุณได้เบาะที่สวยถูกใจและเลือกวิธีดูแลเบาะหนังรถยนต์ได้อย่างถูกต้อง โดยเบาะหนังรถยนต์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้
insurverse ผู้นำประกันรถยนต์ชั้น 2+ ที่ใครมีติดรถก็อุ่นใจ ขอแนะนำ 5 เคล็ดลับดูแลเบาะหนังรถยนต์ให้เงางามราวกับนำรถยนต์เข้าทำสปาเบาะหนังด้วยตัวเอง! ดังนี้
นำผ้าขนหนูเนื้อนุ่มชุบน้ำสะอาด, บิดหมาดมาเช็ดทำความสะอาดฝุ่นและคราบสกปรกเบื้องต้น โดยเริ่มเช็ดทำความสะอาดเบาะหนังแท้จากด้านบน เช็ดไล่ลงมาจนถึงด้านล่างและเช็ดซ้ำอีกครั้งด้วยผ้าขนหนูเนื้อนุ่มที่แห้งสนิท ทั้งนี้ที่ควรเช็ดให้แห้งก็เพื่อป้องกันความชื้นที่อาจจะทำให้เบาะหนังเสียหายได้!
เมื่อเบาะหนังของคุณไม่มีฝุ่นละอองหรือสิ่งสกปรกติดอยู่แล้ว ขั้นตอนในการดูแลเบาะหนังรถยนต์ขั้นตอนต่อมา คือ การใช้ครีมบำรุงเบาะหนังเช็ดให้ทั่วในปริมาณที่เหมาะสม เพราะน้ำยาบำรุงนี้จะช่วยรักษาความสมดุลของหนังไม่ให้แข็งกระด้าง แต่ให้ใช้ในปริมาณที่พอดี หากใช้มากเกินไปอาจทำให้เกิดความหนืดและทำให้เบาะแข็งกระด้างได้ง่าย
หากน้ำหกบนเบาะควรรีบซับให้แห้ง เพื่อป้องกันเบาะชื้นและนำไปสู่การเกิดเชื้อรา หากลืมเช็ดปล่อยน้ำทิ้งไว้บนเบาะนานจนเบาะเสียหายหนัก ควรเข้าศูนย์บริการฟื้นฟูเบาะหนังรถยนต์เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญดูแล
แม้ว่าจะคุณจะทำความสะอาดเบาะและเคลือบผิวด้วยน้ำยาที่ช่วยบำรุงเบาะให้เงางามอยู่ตลอด แต่หากคุณจอดรถยนต์ตากแดดบ่อยๆ ก็จะทำให้เบาะเสื่อมสภาพและฉีกขาดได้เร็วยิ่งขึ้น ดังนั้นควรจอดรถไว้ในที่ร่มเสมอ จะช่วยยืดอายุการใช้งานเบาะให้ทนทานใช้งานได้ยาวนานขึ้น
การดูแลเบาะหนังรถยนต์ที่มีรอยเปื้อนหรือคราบฝังแน่นบนเบาะ สามารถใช้น้ำยาทำความสะอาดเบาะหนังเฉพาะในบริเวณที่เป็นคราบได้เลย! โดยหลังจากทำความสะอาดเสร็จแล้วใช้ผ้าขนหนูบิดหมาดเช็ดซ้ำ ตามด้วยผ้าแห้งอีกรอบ แค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อย!
มาดูข้อดี – ข้อเสียของเบาะหนังรถยนต์ เพื่อให้คุณใช้ประกอบการตัดสินใจว่าควรเลือกใช้เบาะหนังสำหรับรถยนต์ดีไหม ดังนี้
ประกันรถยนต์ชั้น 2+ ราคาโดนใจคนขับขี่ทุกคน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการประหยัดงบค่าเบี้ยประกันรถยนต์ประจำปี ซึ่งมีความแตกต่างประกันชั้น 1 ในเรื่องประกันชั้น 1 ให้ความคุ้มครองตัวรถและอุปกรณ์ตกแต่งที่ออกมาจากศูนย์บริการจากอุบัติเหตุหรือการเฉี่ยวชนทั้งแบบที่มีคู่กรณีและไม่มีคู่กรณี ส่วนประกันชั้น 2+ ให้ความคุ้มครองเฉพาะกรณีรถชนรถเท่านั้น! เพราะฉะนั้นในกรณีที่เบาะรถเสียหายจากการทำความสะอาดหรือโดนกระดุมกางเกงขูดขีดเบาะจนเป็นรอย จะไม่สามารถแจ้งเคลมประกันรถยนต์ได้
การดูแลเบาะหนังรถยนต์อย่างถูกต้องจะช่วยให้เบาะนั่งในรถคุณคงสภาพสวยงามได้ยาวนาน แต่ถ้าอยากให้การขับขี่ปลอดภัยในทุกเส้นทางแนะนำให้คุณเลือกทำประกันรถยนต์เพิ่มด้วย สามารถเลือกประกันรถยนต์ชั้น 2+ ราคาเบาๆ ที่เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ได้เลย มีความแตกต่างประกันชั้น 1 ในเรื่องราคาเข้าถึงได้ง่ายกว่า เลือกเดินทางให้ปลอดภัยยิ่งกว่าเดิมด้วยประกันรถยนต์ชั้น 2+ จาก insurverse ค่าเบี้ยไม่แรงและเคลมง่ายได้เลย พร้อมดูแลและให้ความช่วยเหลือคุณตลอดการเดินทาง 24 ชั่วโมง! จะได้จับพวงมาลัยครั้งใดก็อุ่นใจเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง