ใครที่ขับรถยนต์ต่างก็รู้จักไฟหน้ารถกันดีอยู่แล้ว ว่าเป็นไฟส่องสว่างเส้นทาง ทำให้การเดินทางในตอนกลางคืนง่ายและมองเห็นทางได้ชัดขึ้น ไฟรถจึงถือว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อความปลอดภัยในการขับขี่มากเลยค่ะ insurverse จึงอยากจะพาคุณไปรู้จักกับไฟรถยนต์ของคุณให้ลึกซึ้งขึ้น ว่าไฟหน้ารถยนต์มีกี่ประเภทและไฟหน้ารถสีอะไรถูกกฎหมายหรือผิดกฎหมาย รวมถึงการเลือกไฟหน้ารถยนต์แบบไหนดีที่จะช่วยทำให้คุณขับขี่ได้อย่างปลอดภัยขึ้น จะได้เลือกใช้งานไฟรถที่เหมาะสมกับรถตัวเองได้ค่ะ
ไฟหน้ารถยนต์ เป็นสิ่งจำเป็นในการขับขี่รถโดยเฉพาะเวลากลางคืน เพราะถ้าคุณมองเห็นเส้นทางไม่ชัดหรือไฟรถไม่สว่าง อาจทำให้การขับขี่ทำได้ลำบากกว่าเดิมและอาจส่งผลทำให้เกิดอุบัติเหตุได้เลยค่ะ เพื่อประสิทธิภาพที่ดีในการขับขี่ insurverse จึงขออาสาพามารู้จักว่าไฟหน้ารถมีไฟอะไรบ้าง? ไฟหน้ารถยนต์ราคากี่บาทและควรเลือกแบบไหนกันดี ดังนี้ค่ะ
ไฟมัลติรีเฟล็กเตอร์ เป็นชุดโคมไฟที่ได้รับความนิยมและมีขายทั่วไปในท้องตลาดสำหรับรถยนต์แทบทุกรุ่น มีราคาไม่แรงและหาซื้อง่าย โคมไฟ Multi Reflector นิยมใช้กับหลอดไฟฮาโลเจนที่ให้แสงนวลตา แต่ในรถบางรุ่นก็ใช้คู่กับหลอด LED หรือหลอดซีนอน เพื่อการหักเหกับแสง
ไฟหน้ารถยนต์ มัลติรีเฟล็กเตอร์ ราคาอยู่ที่ประมาณ 1,000-4,000 บาท
ไฟโปรเจคเตอร์ เป็นไฟที่มีจุดเด่นเรื่องประสิทธิภาพในการกระจายแสงได้กว้าง, ช่วยลดแสงฟุ้งและลดการสะท้อนแสง ทำให้มองเห็นทางตอนกลางคืนได้ชัดเจน
ไฟหน้ารถยนต์ Projector จะมีราคาตั้งแต่ 3,000-10,000 บาท
ไฟแต่งหน้ารถแบบ LED มีการกระจายแสงแบบไม่แยงตา มองเห็นทางได้ชัดคุณภาพใกล้เคียงกับหลอดแบบซีนอน เป็นหลอดไฟที่ให้แสงเข้ม, ทอดแสงได้ยาว, มีความคมชัดและประหยัดไฟ แต่ค่อนข้างราคาสูง ไฟหน้ารถยนต์ led มีราคาตั้งแต่ 3,000-20,000 บาทขึ้นไป
ชนิดของหลอดไฟหน้ารถยนต์ที่ใช้กันอยู่ทั่วไปจะมี 3 ชนิด คือ หลอดฮาโลเจน, หลอดซีนอนและหลอด LED ซึ่งแต่ละประเภทก็จะมีความแตกต่างกันดังนี้
หลอดฮาโลเจน เป็นหลอดไฟแสงสีเหลืองนวล ที่ใช้กันมานาน สามารถสาดส่องไปยังพื้นถนนในช่วงเวลาที่หมอกครึ้มหรือฝนตกหรือในสภาพอากาศที่แย่ได้ดีกว่าหลอดไฟแบบสีฟ้าหรือสีขาว นอกจากนี้หลอดฮาโลเจนยังถูกและหาซื้อได้ง่ายกว่าหลอดไฟแบบทั่วไป จึงได้รับความนิยมอยู่เสมอ
เป็นหลอดที่เคยได้รับความนิยมอยู่ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เพราะให้แสงสว่างที่เข้มกว่าหลอดแบบฮาโลเจน โดยจุดเด่นเป็นหลอดไฟที่ให้ในอุณหภูมิสี 4200 K ทำให้เป็นแสงสีขาวสว่างมาก แต่ปัจจุบันผู้คนหันมานิยมและเลือกใช้เทคโนโลยีใหม่ อย่างไฟ LED แทนเพราะตอบโจทย์การใช้งานรถตอนกลางคืนมากกว่านั่นเองค่ะ
หลอดไฟแบบ LED มีจุดเด่นในเรื่องการประหยัดไฟและมีความร้อนต่ำและที่สำคัญใช้พลังงานน้อย ไม่ค่อยกินแบตรถมากเหมือนหลอดไฟแบบอื่นๆ นอกจากจะให้แสงสว่างที่มากแล้ว ยังใช้งานได้นาน ทนทานกว่าหลอดไฟแบบอื่นอีกด้วย อีกทั้งหลอด LED สามารถใช้งานได้กับโคมไฟได้หลายรูปแบบ ทั้งแบบโปรเจคเตอร์และโคมไฟมัลติรีเฟล็กเตอร์ จึงเป็นไฟที่ตอบโจทย์ความต้องการคนใช้รถใช้ถนนยามค่ำคืนที่ดีที่สุดในปัจจุบัน
เมื่อรู้จักหลอดไฟหน้ารถกันแล้ว ลองไปดูถึงขั้วหลอดไฟกันบ้างว่า มีกี่แบบและรถของคุณควรเลือกใช้แบบไหนดี? ซึ่งขั้วหลอดไฟหน้าจะมีอยู่หลายลักษณะ แต่ที่นิยมใช้โดยทั่วไปมีดังนี้
หลายคนอาจสงสัยว่า ไฟหน้ารถสีอะไรถูกกฎหมาย คำตอบคือ ในทางกฎหมายแล้ว ไฟหน้ารถยนต์ต้องเป็นสีขาวหรือสีเหลืองอ่อนเท่านั้น การติดตั้งต้องสูงจากผิวถนนไม่น้อยกว่า 40 ซม. แต่ไม่เกิน 1.35 ม. ส่วนเรื่องของความเข้มแสงไม่ควรเกิน 55 วัตต์และการกระจายแสงจะต้องไม่กว้างจนไปรบกวนสายตาผู้อื่นที่ขับขี่รถบนท้องถนน
แล้วไฟแต่งหน้ารถสีฟ้าที่เห็นกันประปรายบนท้องถนนนั้นผิดกฎหมายไหม? ตอบเลยว่าเป็นไฟที่ผิดกฎหมายแน่นอนค่ะ ทางที่ดีควรเลือกไฟรถยนต์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย หากเจอด่านตรวจจะได้ไม่ต้องเสียเวลาและเสียค่าปรับค่ะ อีกทั้งยังส่งผลดีทำให้คนที่ใช้รถใช้ถนนร่วมกันเกิดความปลอดภัยในการขับขี่มากขึ้นด้วยค่ะ
ไฟหน้ารถช่วยให้การขับขี่ปลอดภัย ดังนั้นควรใส่ใจเลือกใช้ไฟให้เหมาะสมและถูกกฎหมายกันด้วยนะคะ นอกจากนี้ไม่ว่าจะเลือกไฟหน้ารถยนต์แบบไหนดี? มาใช้ ก็ควรดูแลโคมไฟรถให้ดี หมั่นขัดล้างทำความสะอาดเพื่อลดการเกิดคราบเหลือง จะทำให้ไฟรถใช้ได้ปกติ ส่องสว่างตลอดเส้นทางทุกเวลา ขับรถไปไหนก็สบายใจกว่าเดิม แต่ถ้าอยากสบายใจมากขึ้นเป็น 2 เท่าอย่าลืมทำประกันรถยนต์ติดรถด้วยนะคะ จะช่วยทำให้คุณสามารถวางแผนความปลอดภัยให้ชีวิตและรถได้ดีขึ้น หากเกิดเหตุฉุกเฉินอะไร? ก็ยังมีประกันคอยซัพพอร์ตค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้ค่ะ ไม่ต้องควักเงินเก็บมาจ่ายเอง แต่ถ้ายังไม่ได้ทำประกันกับที่ไหนเลยหรือไม่รู้ว่าจะต่อประกันกับบริษัทไหนดี? แนะนำประกัน insurverse ที่ช่วยให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น คุณสามารถเข้าไปเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ผ่านหน้าเว็บไซต์ได้เลย จะได้ออกแบบความคุ้มครองและราคาด้วยตัวเอง แล้วใช้ชีวิตที่เหนือชั้นด้วยการขับขี่อย่างปลอดภัย อุ่นใจทุกเส้นทางตลอด 24 ชั่วโมงกับ insurverse ได้เลยค่ะ
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง