มีบ่อยครั้งที่เราเอารถของเพื่อนหรือของคนที่บ้านมาใช้งานเพื่อขับไปซื้อของใกล้ๆ บ้าน ไปแป้บเดียวเดี๋ยวก็กลับไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่ความประมาทมักเกิดขึ้นได้เสมอ หากเราขับรถชนคนบาดเจ็บโดยที่เราไม่ใช่เจ้าของรถ เบิก พ.ร.บ. รถยนต์ ได้ไหม ต้องดำเนินการยังไงบ้าง วันนี้ insurverse ได้รวมข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องมาให้ทุกคน เพื่อไขข้อสงสัยที่เกี่ยวกับการเบิก พ.ร.บ. มีอะไรน่าสนใจบ้างติดตามกันได้เลย
เงื่อนไขความคุ้มครองพื้นฐานของ พ.ร.บ. ครอบคลุมทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และคู่กรณีจากอุบัติเหตุจราจรทุกประเภท ไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นเจ้าของรถคันนั้นรึเปล่า ซึ่งปัญหาที่หลายคนสงสัยว่าไม่ใช่เจ้าของรถ เบิก พ.ร.บ. ได้ไหมคำตอบคือ “เบิกได้” โดยมีสิทธิ์เบิกและค่าชดเชยทั้งหมด 2 ประเภทดังนี้
หมายเหตุ: หากเกิดความเสียหายหลายกรณีรวมกันจะได้รับความคุ้มครองเบื้องต้นรวมกันไม่เกิน 65,000 บาท
การเกิดอุบัติเหตุจราจรทุกกรณีจะต้องมีฝ่ายถูกและฝ่าย ซึ่งทั้งคู่จะได้รับสิทธิประโยชน์จาก พ.ร.บ. ไม่เท่ากัน โดยสิทธิ์เบิกของฝ่ายถูกและฝ่ายผิดมีรายละเอียดดังนี้
กรณีเราได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นฝ่ายถูกจะได้รับสิทธิ์เบิก 2 ส่วนคือ ค่าเสียหายเบื้องต้นเบิกได้ทันทีโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความผิด ต่อมาเมื่อผ่านการพิสูจน์แล้วว่าเป็นฝ่ายถูกจะได้รับค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติมจากฝ่ายผิดตามเงื่อนไข
กรณีเราเป็นฝ่ายผิดจะได้รับสิทธิ์แค่ค่าเสียหายเบื้องต้นเท่านั้นไม่สามารถรับเงินชดเชย จากฝ่ายคูกรณีได้ ตามเงื่อนไขที่กรมธรรม์ พ.ร.บ. กำหนด
อย่างที่ได้กล่าวไปว่า พ.ร.บ. เป็นประกันภัยภาคบังคับที่ให้ความคุ้มครองแก้ผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และคู่กรณี โดยไม่กำหนดว่าจะต้องเป็นใคร สำหรับกรณีตัวเองไม่ใช่เจ้าของรถและไม่มีใบขับขี่สามารถเบิก พ.ร.บ. ได้ตามเงื่อนไข แต่จะได้รับสิทธิ์ชดเชยเพิ่มเติมมั้ยก็ต้องมารอพิจารณาจากการพิสูจน์ถูกผิดก่อนตามเงื่อนไขของกรมธรรม์
การเบิก พ.ร.บ. ใช้เวลาดำเนินการทั้งหมด 7 วันนับตั้งแต่วันที่ยื่นคำขอ สามารถทำเรื่องเบิกได้ 2 ทางคือ
หาก พ.ร.บ. หมดอายุแล้วถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจมีโทษสูงสุด 10,000 บาท โดยรถคันที่ขาดต่อ พ.ร.บ. 2 ปีขึ้นไปจะต้องเสียค่าปรับและต้องตรวจสภาพรถยนต์ก่อนต่อภาษี ส่วนกรณีที่ขาดต่อ 3 ปีขึ้นรถของคุณอาจถูกระงับทะเบียน ต้องไปดำเนินการจดทะเบียนรถยนต์ใหม่พร้อมเสียค่าปรับย้อนหลัง
กรณีที่เราไม่ใช่เจ้าของรถแต่เกิดอุบัติเหตุ สามารถแจ้งเคลมประกันได้ไม่มีปัญหาอะไร ยกเว้นกรณีที่เจ้าของรถเลือกทำประกันแบบระบุชื่อผู้ขับขี่ ตัวผู้เอาประกันภัยต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกเพื่อรับผิดชอบกรณีทำผิดเงื่อนไขทั้งหมด 2 ส่วน คือ ค่าชดเชยให้กับคู่กรณี และค่าซ่อมรถตัวเองตามที่ได้ตกลงไว้กับบริษัทประกัน
กรณีที่ผู้ขับไม่มีใบขับขี่ทั้งการถูกเบิกถอน ไม่เคยสอบใบขับขี่ รวมไปถึงผู้ขับขี่ที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์ทำใบขับขี่ ประกันจะไม่คุ้มครองกรณีนี้และไม่มีการจ่ายหรือชดเชยค่าเสียหายใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ขับขี่และเจ้าของรถคันที่เอาประกันภัยจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบเองทั้งหมดเพียงฝ่ายเดียว
สำหรับความคุ้มครองของ พ.ร.บ. รถยนต์ ไม่ว่าใครก็สามารถเบิกได้ แม้จะไม่ใช่เจ้าของรถก็ตาม เพราะตามเงื่อนไข เป็นหลักประกันที่สามารถช่วยจัดการค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ดังนั้นการต่ออายุ พ.ร.บ. จึงเป็นเรื่องที่ละเลยไม่ได้เด็ดขาด ใครที่รู้ตัวว่าใกล้ถึงเวลาต่อ insurverse พร้อมให้บริการกับ พ.ร.บ. สำหรับรถยนต์ทุกประเภท คุ้มครองครบเคลมง่ายเมื่อภัยมา ซื้อ พ.ร.บ. ออนไลน์ กับเราได้ที่นี่
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อคุณตัดสินใจทำประกันภัยรถยนต์ สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณจะได้รับกลับมาเป็นหลักฐานยืนยันความคุ้มครองก็คือ “กรมธรรม์รถยนต์” ซึ่งหลายคนอาจคุ้นเคยกับกระดาษหน้าตารางที่มีข้อความและตัวเลขระบุไว้อย่างหนาแน่นจนไม่แน่ใจว่าจะต้องอ่านตรงไหน หรือมีข้อมูลสำคัญอะไรที่ต้องตรวจเช็กบ้าง ความจริงแล้ว กรมธรรม์รถยนต์คือเอกสารทางกฎหมายที่มีผลผูกพันระหว่างผู้เอาประกันภัยกับบริษัทประกัน การทำความเข้าใจวิธีอ่านหน้าตารางกรมธรรม์จะช่วยให้คุณรักษาสิทธิประโยชน์ได้อย่างครบถ้วนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ บทความนี้จะสรุปทุกจุดสำคัญที่คุณต้องรู้ให้เข้าใจง่ายในที่เดียว ทำความเข้าใจกรมธรรม์รถยนต์ สัญญาคุ้มครองความปลอดภัยของคนมีรถ กรมธรรม์รถยนต์ คือเอกสารสัญญาประกันภัยที่ระบุข้อตกลง สิทธิประโยชน์ เงื่อนไข และขอบเขตความคุ้มครองที่บริษัทประกันจะมอบให้แก่ผู้เอาประกันภัย เพื่อชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเมื่อเกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ กรมธรรม์ประกันภัยภาคบังคับ หรือพ.ร.บ. รถยนต์ ที่กฎหมายกำหนดให้รถทุกคันต้องมี และกรมธรรม์ประกันภัยภาคสมัครใจ หรือประกันรถยนต์ (เช่น ชั้น 1, 2+, 3+, 3) ที่ผู้ขับขี่เลือกซื้อเพิ่มเติมเพื่อความอุ่นใจ 5 จุดสำคัญบนหน้าตารางกรมธรรม์รถยนต์ที่ต้องตรวจเช็กให้ถูกต้อง เมื่อได้รับกรมธรรม์มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นฉบับกระดาษหรือไฟล์ดิจิทัล ให้ตรวจสอบ 5 จุดสำคัญต่อไปนี้ทันที ข้อมูลผู้เอาประกันภัยและรายละเอียดตัวรถยนต์ ตรวจสอบชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขบัตรประชาชน ทะเบียนรถยนต์ ยี่ห้อ รุ่น ปีที่ผลิต รวมถึงหมายเลขตัวถัง (VIN) ว่าตรงกับเล่มทะเบียนรถจริงหรือไม่ หากมีจุดใดสะกดผิดต้องรีบแจ้งบริษัทประกันแก้ไขทันที… Continue reading กรมธรรม์รถยนต์คืออะไร สรุปวิธีอ่าน เช็กง่ายได้ด้วยตัวเอง
ประกันรถยนต์ 3+ คุ้มครองอะไรบ้าง ให้ความคุ้มครองมากกว่าที่คิด ครอบคลุมทั้งรถเราและคู่กรณี ในราคาเบา ๆ เหมาะสำหรับคนใช้รถทุกวันที่อยากอุ่นใจแต่ไม่อยากจ่ายแพง
ประกันชั้น 3 คุ้มครองอะไรบ้าง แตกต่างจากประกันชั้น 3+ อย่างไรหาคำตอบได้ในบทความนี้ พร้อมแนะนำประกันชั้น 3 เบี้ยถูก รถอายุ 30 ปี ก็ซื้อประกันออนไลน์ได้