ไม่ว่าจะดูแลรถดีแค่ไหน ปัญหารถเสีย ก็ยังเป็นสิ่งที่คนใช้รถเลี่ยงได้ยาก เพราะเครื่องยนต์มีชิ้นส่วนการทำงานที่ค่อนข้างเยอะ และซับซ้อน โอกาสในการเสื่อมสภาพ หรือชำรุดจึงเกิดขึ้นได้บ่อย โดยเฉพาะรถที่ผ่านการใช้งานมานาน ซึ่งปัญหารถยนต์เสียส่วนใหญ่ จะหนีไม่พ้นในเรื่องของระบบไฟ และชิ้นส่วนอะไหล่ในเครื่องยนต์เป็นหลัก เดี๋ยววันนี้ insurverse เราจะพามาเจาะลึกถึงแต่ละปัญหาให้เอง
ก่อนจะไปอธิบายถึงปัญหารถยนต์เสีย ทุกคนรู้กันหรือไม่ว่า สัญลักษณ์ไฟเตือนหน้าปัดรถ ที่ทางผู้ผลิตใส่มาให้ในรถทุกคัน มีความสำคัญอย่างมากในการใช้รถ เพราะเมื่อชิ้นส่วนไหนเกิดทำงานขัดข้อง หรือมีอาการผิดปกติขึ้นมา ไฟจะขึ้นแจ้งเตือนที่หน้าปัดทันที เพื่อให้ผู้ใช้รถได้ทราบถึงอาการดังกล่าว และนำรถไปตรวจเช็กเพื่อความปลอดภัย ดังนั้นแล้ว ผู้ใช้รถควรศึกษาคู่มือ พร้อมกับทำความเข้าใจถึงสัญลักษณ์ต่าง ๆ บนแผงหน้าปัดให้ดี เพราะอย่างน้อยจะได้รู้ว่ารถมีปัญหาที่จุดไหน ก่อนนำไปตรวจเช็กก่อนการซ่อมแซม
กลับมาต่อกันที่ปัญหารถเสีย ที่ผู้ใช้รถอย่างเรา ๆ มักจะต้องเจอกันบ้างเป็นครั้งคราวดีกว่า เพราะต่อให้ดูแลรถดีแค่ไหน โอกาสที่รถมีปัญหาก็ยังเกิดขึ้นได้เสมอ มาดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง
รถมีปัญหา สตาร์ทไม่ติด อาการสุดคลาสสิกของคนใช้รถ ที่มักเกิดขึ้นกับแบตเตอรี่ ไดชาร์จ และไดสตาร์ท ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟภายในรถ โดยจะมีหน้าที่แตกต่างกัน ดังนี้
ปัญหาความร้อนขึ้น เป็นหนึ่งในปัญหาที่คนใช้รถพบบ่อยพอ ๆ กันกับสตาร์ทไม่ติด ซึ่งส่วนมากมักเกิดจากระบบระบายความร้อนมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็น หม้อน้ำรั่ว พัดลมหม้อน้ำเสีย วาล์วน้ำไม่ทำงาน หรือระดับน้ำหล่อเย็นต่ำเกินไป ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้รถความร้อนขึ้นได้ทั้งหมด ซึ่งเป็นปัญหารถเสียที่อาจทำให้เครื่องยนต์พังได้ จากการระบายความร้อนไม่ทัน
รถเสีย มีกลิ่นไหม้เข้ามาที่ห้องโดยสาร อีกหนึ่งอาการเจ้าปัญหาที่เกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ฟิวส์ขาด ผ้าเบรกไหม้ น้ำมันเครื่องขาด หรือแม้คอมเพรสเซอร์แอร์ทำงานหนัก ก็เป็นสาเหตุให้มีกลิ่นไหม้ลอยเข้ามาในห้องโดยสารได้
รถมีปัญหาจากควันขาวพุ่งออกมา น่าจะเป็นอาการที่คนใช้รถหลายคนเคยเจอ หรืออาจจะเคยเห็นจากรถคันอื่น ซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่เครื่องยนต์หลวม น้ำเข้าท่อไอเสีย หรือระบบเผาไหม้ทำงานผิดปกติ อาการเหล่านี้จะทำให้เกิดควันขาวพุ่งออกมาได้ทั้งหมด
รถมีปัญหาจากคราบน้ำมันรั่วซึมลงพื้น อาการอันตรายที่ไม่ควรปล่อยไว้ เพราะเป็นการรั่วซึมที่เกิดได้จากทั้งน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ หรือแม้แต่น้ำหล่อเย็น ที่ส่งผลต่อกระทบต่อการทำงานโดยตรงของเครื่องยนต์ และไม่ควรปล่อยผ่านโดยเด็ดขาด
นอกจากจะโทรขอความช่วยเหลือจากบริษัทประกันภัยรถยนต์แล้ว ผู้ใช้รถควรเซฟเบอร์ฉุกเฉินในการโทรขอความช่วยเหลืออื่น ๆ ดังนี้
วิธีดูแลรถยนต์ที่ง่ายที่สุด หากไม่อยากเจอปัญหารถยนต์เสียกลางทาง ก็คือ การเข้าเช็กระยะเป็นประจำ เพื่อทำการเปลี่ยนถ่ายของเหลว หรือชิ้นส่วนอะไหล่อื่น ๆ ที่เสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน และหากเป็นรถเก่า ก็ควรทำการตรวจเช็กใหญ่ปีละ 1 ครั้ง ก็เพียงพอที่จะทำให้รถไม่เสียกลางทางอย่างแน่นอน
ต่อให้เราจะดูแลรถได้ดีแค่ไหน โอกาสที่รถจะเสียก็ยังเกิดขึ้นได้เสมอ การเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น จะเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ใช้รถต้องเตรียมตัวไว้เสมอ เพราะเมื่อเหตุขึ้นมา จะได้ไม่ตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูกเมื่ออยู่ข้างนอก และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน ก็คือการทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่เป็นเกราะป้องกันแบบครบจบ ไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไรขึ้นข้างนอก ก็มีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินไว้ดูแลอย่างอุ่นใจ สำหรับใครที่ยังไม่รู้จะทำประกันที่ไหน insurverse คือตัวเลือกที่คุณไม่ควรพลาด เพราะเราเป็นประกันออนไลน์เจ้าแรกในไทย ที่ให้คุณปรับแต่งกรมธรรม์ได้ตามต้องการ ตอบโจทย์คนอยากได้ประกันที่คุ้มค่า ตรงใจ ในราคาสบายกระเป๋า
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง