vertical_align_top
keyboard_arrow_leftย้อนกลับ
รถยนต์มีเสียงหอน เกิดจากอะไร พร้อมแนะนำวิธีแก้ไขที่ควรรู้

รถยนต์มีเสียงหอน เกิดจากอะไร พร้อมแนะนำวิธีแก้ไขที่ควรรู้

schedule
share

โดยปกติเวลารถยนต์วิ่งจะต้องมีเสียงของเครื่องยนต์และท่อไอเสีย มีเสียงของลมกระทบที่กระจกหรือเสียงยางที่เสียดสีกับถนนบ้างเป็นครั้งคราว แต่ถ้ารถยนต์มีเสียงหอนที่ไม่คุ้นชิน นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนความผิดปกติจากส่วนประกอบต่างๆ วันนี้ insurverse ได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจสำหรับอาการขับรถมีเสียงหอน ไล่ตั้งแต่สาเหตุไปจนถึงแนวทางการแก้ไข ติดตามคำตอบของเสียงหอนในบทความนี้

ปัจจัยที่ทำให้รถยนต์มีเสียงหอน

ปัจจัยที่ทำให้รถยนต์มีเสียงหอน

อย่างที่ได้เกริ่นไปข้างต้นว่า ต้นเหตุที่ทำให้รถยนต์มีเสียงหอนเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ สามารถแบ่งได้เป็น 2 ปัจจัยหลัก เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพรวมของปัญหาได้อย่างชัดเจน ดังนี้

ปัจจัยจากสภาพแวดล้อม 

ปัจจัยแรกเป็นเรื่องสภาพแวดล้อมในบริเวณที่เรากำลังสัญจร ยกตัวอย่างเช่น ขับบนถนนคอนกรีตแล้วมีเสียงหอนแต่พอสลับไปบริเวณพื้นลาดยางมะตอยแล้วเสียงเงียบ ถนนขรุขระ มีหลุมไปทั่ว แบบนี้สบายใจได้เพราะเป็นปัญหาที่เกิดจากสภาพแวดล้อมโดยรอบ ไม่ได้มีผลต่อตัวรถของเราแต่อย่างใด

ปัจจัยที่มาจากตัวรถ 

ต่อเนื่องจากปัจจัยข้างต้น หากสัญจรผ่านถนนลาดยางมะตอยแล้วยังได้ยินเสียงหอนอยู่ แบบนี้ต้องสำรวจจากตัวรถของเราเอง ไม่ว่าจะเป็นยางทั้ง 4 ล้อ เสียงหอนจากจุดหมุนของล้อ รวมไปถึงเสียงที่มาจากห้องเครื่องยนต์ ซึ่งเป็นอาการสึกหรอที่เกิดขึ้นจากการใช้งานทั่วไป

รถยนต์มีเสียงหอนเกิดจากอะไรบ้าง

เมื่อเรามั่นใจแล้วว่า อาการขับรถมีเสียงหอนมาจากตัวรถยนต์ของเราเอง insurverse ได้รวมเคสต่างๆ ที่ก่อให้เกิดเสียงหอนในขณะใช้งานรถยนต์ที่พบได้เป็นประจำ ดังนี้

รถยนต์มีเสียงหอนเกิดจากอะไรบ้าง

1. ยางรถยนต์เสื่อมสภาพ

ยางรถยนต์เสื่อม เป็นเคสแรกๆ ที่หลายคนนึกถึง เพราะเป็นส่วนที่ใช้งานหนักทั้งรับน้ำหนักตัวรถ การยึดเกาะถนน และการบังคับเลี้ยวทุกจังหวะ ยางรถยนต์จะเป็นส่วนที่รับแรงปะทะก่อนส่วนอื่นเสมอ รวมไปถึงการฝืนใช้ยางเกินอายุด้วยเช่นกัน (อายุของยางเต็มที่คือ 5 ปี) เป็นเหตุให้ยางเสื่อมสภาพ มีอาการที่สังเกตได้ชัด เช่น ยางแข็ง ดอกยางสึก หน้ายางสึกไม่เท่ากัน แนะนำว่าให้เปลี่ยนยางชุดใหม่ไปเลยเพื่อสมรรถนะที่ดีในการขีบขี่ หรือถ้ายางอายุยังไม่ถึง 3 ปี แต่มีอาการให้ปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

2. ลูกปืนล้อแตก

ลูกปืนล้อ คือ ส่วนช่วยลดแรงเสียดทานระหว่างระหว่างแกนล้อและดุมล้อ หากตัวลูกปืนแตกหรือมีปัญหาจะก่อให้เสียงหอนในระหว่างวิ่ง ยิ่งปล่อยไว้นานเสียงก็จะดังขึ้นและอาจทำให้ช่วงล่างส่วนอื่นเสียตามไปด้วย โดยปกติลูกปืนล้อจะต้องเปลี่ยนทุกๆ 100,000 กิโลเมตร หรือขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน วิธีเช็กเบื้องต้นให้ยกรถขึ้นแม่แรง จากนั้นให้ลองโยกล้อที่มีปัญหา หากล้อแกว่งได้ทั้งๆ ที่ยึดนอตจนแน่น หมายความว่าลูกปืนล้อแตกตามที่คาดการณ์ไว้ สามารถแก้ไข 2 วิธี

แก้ไขด้วยการเปลี่ยนทั้งดุมล้อ

การเปลี่ยนดุมล้อแบบยกชุด คือ วิธีที่ง่ายที่สุด เพราะลูกปืนล้อและส่วนเสื้อดุมล้อเป็นชิ้นเดียวกัน ทำให้หลายคนเลือกเปลี่ยนยกชุดตามสเปกของรถไปเลย

แก้ไขด้วยการเปลี่ยนเฉพาะตลับลูกปืน

การเปลี่ยนตลับลูกปืน เป็นวิธีที่เสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่า แต่ต้องอาศัยความสามารถของช่างที่มีความชำนาญในด้านนี้จริงๆ เพราะมีขั้นตอนการทำที่ซับซ้อนมากกว่าเปลี่ยนทั้งชุด แต่ถ้าลูกปืนเสียหายหนักเกินไปก็อาจจะต้องเปลี่ยนทั้งดุมล้อแบบวิธีแรก

3. สตาร์ทรถแล้วมีเสียงหอน

อาการสตาร์ทรถแล้วมีเสียงหอน หรือเสียงสตาร์ทลากยาวกว่าปกติ เป็นสัญญาณเตือนว่าแบตเตอรี่กำลังจะเสื่อมสภาพ เกิดขึ้นได้ในกรณีที่จอดรถทิ้งไว้นานๆ เป็นผลมาจากแบตเตอรี่คลายประจุไฟออกจนเกือบหมด ทำให้แบตเตอรี่ไม่มีกำลังไฟพอที่จะสตาร์ท สามารถป้องกันได้ด้วยการสตาร์ทเครื่องเพื่อชาร์จแบตเตอรี่บ่อยๆ

4. สายพานเครื่องยนต์

เสียงสายพานเครื่องยนต์ดัง เกิดจากการเสื่อมสภาพของตัวสายพาน ส่งผลให้สายพานลื่น ยึดเกาะกับมู่เล่ย์ไม่ค่อยดี ทำให้มีเสียงเอี๊ยดๆ ดังขึ้น ข้อแนะนำคือควรเปลี่ยนสายพานเครื่องยนต์ทุกๆ 80,000-100,000 กิโลเมตร หรือถ้าระยะการใช้งานยังไม่ถึงแต่มีเสียงอาจเกิดจากการปรับตั้งความตึงหรือหย่อนของสายพานมากไป

เสียงอื่นๆ ที่สามารถสังเกตเองได้

นอกเหนือจาก 4 อาการข้างต้นแล้ว อาการรถยนต์มีเสียงหอนยังสามารถพบได้ส่วนอื่นๆ ที่สำคัญ ดังนี้

1. เสียงจากเกียร์

เกียร์สามารถส่งเสียงหอนหรือเสียงที่ผิดปกติได้ จากเคสต่างๆ เช่น น้ำมันเกียร์ต่ำกว่าที่กำหนด ปั๊มน้ำมันเกียร์เสื่อม หรือส่วนของทอร์กคอนเวอร์เตอร์ชำรุด ส่งผลให้ชุดเกียร์มีปัญหาในระหว่างใช้งาน ถือว่าเป็นปัญหาที่ร้ายแรง ควรรีบให้ช่างเช็กตั้งแต่เนิ่นๆ และทางที่ดีควรถ่ายน้ำมันเกียร์ตามระยะที่กำหนดไว้ในคู่มือของรถอย่างสม่ำเสมอ

2. เสียงจากพวงมาลัย

พวงมาลัยมีเสียงดังกึกกัก หรือเสียงแก็กๆ มีสาเหตุมาจากลูกปืนที่คอพวงมาลัยแตก ควรได้รับการแก้ไขโดยเร็วที่สุด หากละเลยอาจทำให้บังคับพวงมาลัยในระหว่างใช้งานไม่ได้ จนนำไปสู่อุบัติเหตุในที่สุด

3. เสียงจากเบรก

เสียงหอนเอี๊ยดๆ เวลาเบรก และรู้สึกว่าต้องเหยียบเบรกลึกมากกว่าปกติ เป็นอาการผ้าเบรกใกล้หมด เพราะเกิดการเสียดสีเป็นประจำตามระยะการใช้งาน ควรรีบเปลี่ยนโดยเร็วที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้จานเบรกเป็นรอยขูดลึก และช่วยเพิ่มความปลอดภัยในขณะใช้รถอีกด้วย

4. เสียงตอนผ่านลูกระนาด

สุดท้าย เป็นเสียงดังกุกๆ ระหว่างที่ขับผ่านลูกระนาด ทางขรุขระหรือหลุม อาจมีสาเหตุมาจากลูกหมากจุดต่างๆ เสียหาย เช่น ลูกหมากปีกนก ลูกหมากปลายแร็ค และลูกหมากกันโคลง เมื่อเกิดการชำรุดจะทำให้ควบคุมรถได้ยาก หรืออีกสาเหตุที่เป็นไปได้ก็คือ โช้คอัพรั่ว ไม่สามารถคืนตัวได้เหมือนเดิม ทั้งหมดนี้สามารถซ่อมได้แต่ถ้าเสียหายหนักควรเปลี่ยนอะไหล่ชุดใหม่เพื่อความปลอดภัย

สรุปเกี่ยวกับอาการรถยนต์มีเสียงหอน 

มาถึงตรงนี้หลายคนคงพอเข้าใจกันแล้วว่า อาการรถยนต์มีเสียงหอนเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่ทั้งหมดที่กล่าวไปข้างต้นหากไม่รีบแก้ไข อาจทำให้รถของคุณเสียหายหนักกว่าเดิม จนนำไปสู่อุบัติเหตุระหว่างใช้งานได้ ดังนั้นควรหมั่นตรวจสภาพรถยนต์เป็นประจำทุกปี หรือถ้าได้ยินเสียงแปลกๆ ก็ควรรีบไปหาช่างทันทีไม่ต้องให้ถึงระยะตรวจเช็ก และสุดท้าย insurverse ขอแนะนำประกันรถยนต์ออนไลน์ เพื่อเป็นตัวช่วยสำคัญในยามลำบาก ให้ความคุ้มครองตามไลฟ์สไตล์แบบครบครัน ดูแลคุณแบบชัวร์ๆ เช็กกรมธรรม์ที่ถูกใจได้ผ่านเว็บไซต์หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 02-842-9899

check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย

© Copyright 2023 บริษัท อินชัวร์เวิร์ส จำกัด (มหาชน)