การเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน คงไม่มีใครอยากเกิดขึ้น โดยเฉพาะบนถนนที่ไม่มีทางม้าลาย มีโอกาสสูงมากที่ทำให้คนเดินเท้า เจอปัญหารถชนหรือพบเจอความเสี่ยงจากท้องถนนอยู่บ่อยครั้ง จึงทำให้แต่ละประเทศ ต่างก็ออกระเบียบกฎหมายทางม้าลายให้ประชาชนที่ใช้ท้องถนนร่วมด้วยช่วยกัน ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนและความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดีที่ช่วยทำให้การข้ามถนนมีปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น
ตั้งแต่เด็กจนโตเราจะเห็นทางม้าลายในสถานที่สำคัญๆ ไม่ว่าจะเป็นถนนหน้าโรงเรียน, โรงพยาบาล, ห้างสรรพสินค้าหรือสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่านเป็นจำนวนมาก หลายคนก็คงจะแอบสงสัยว่าทำไมถึงเรียกว่าทางม้าลาย หากเพื่อนๆ สังเกตสัญญาลักษณ์ที่เราเคยใช้ข้ามถนนเป็นประจำ ก็จะพบสัญลักษณ์ทางม้าลาย รูปแบบเป็นเส้นตรงสลับสีขาว ดำ ซึ่งมองดูแล้วก็คุ้นตาและนึกไปถึงสัตว์ชนิดหนึ่งที่เรียกว่าม้าลาย สัญลักษณ์นี้จึงมีที่มาจากชื่อม้าลายนั่นเองและกลายมาเป็นทางม้าลายที่เราใช้กัน
การใช้ถนนของผู้คนทั่วไปจะใช้ถนนใน 2 กรณี กรณีเป็นผู้ขับรถและกรณีเป็นผู้เดินเท้า ดังนั้นการใช้กฎหมายทางม้าลายจึงแบ่งออกเป็น 2 กรณี
ผู้ขับรถทุกคนจำเป็นต้องรู้ หากเมื่อใดที่ขับรถแล้วพบเจอสัญญาลักษณ์เส้นขาวดำสลับกันบนท้องถนน จะต้องลดความเร็วในการขับรถ เพื่อชะลอเตรียมหยุดรถให้คนเดินข้ามถนนเสมอและอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องรู้ก็คือห้ามจอดทับบนสัญญาลักษณ์ทางม้าลายเป็นอันขาด ต้องเว้นระยะห่างในการจอดรถอย่างน้อย 3 เมตร ตามที่กฎหมายกำหนดอีกด้วย
หากคนเดินเท้าต้องการข้ามถนน จะต้องเดินข้ามถนนด้วยทางม้าลายหรือสะพานลอยเท่านั้น หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา แม้เดินข้ามใกล้ๆ สัญญาลักษณ์ด้วยระยะทางไม่เกิน 100 เมตร ก็อาจจะโดนโทษปรับได้
เนื่องจากบนท้องถนนสิ่งที่สังเกตเห็นได้ง่าย ที่สุดคือสัญญาลักษณ์บนท้องถนน หากมีคนกำลังจะข้ามถนนบนทางม้าลายคนขับรถก็จะสังเกตุได้ง่ายยิ่งกว่าเดิม ทำให้ลดอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีทางม้าลายก็ยังเป็นสัญลักษณ์ ที่ช่วยทำให้คนข้ามถนนบนทางม้าลายได้ง่าย ประโยชน์ทางม้าลายจึงกลายเป็นผู้ช่วยผู้ใช้งานบนท้องถนนเดินข้ามถนนได้ปลอดภัยมากที่สุด
การใช้ถนนร่วมกันด้วยพื้นเพที่แตกต่างกัน คงมีเพียงสิ่งเดียวที่ช่วยทำให้ทุกคนปลอดภัยได้ก็คือการรักษากฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพราะเมื่อไหร่ที่เจอทางม้าลาย หากทุกคนปฏิบัติตามกฎระเบียบร่วมกัน ก็จะทำให้การเดินทางปลอดภัยยิ่งขึ้น สิ่งสำคัญถ้าผู้ใช้รถบนท้องถนนต้องการให้การขับขี่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ควรทำประกันภัยรถยนต์เอาไว้ด้วย อย่างประกันรถยนต์ของ insurverse คลิกดูรายละเอียดประกันรถยนต์ insurverse และรับความคุ้มครองได้ที่นี่ ผู้ช่วยส่วนตัวที่ทำให้ทุกอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดบนท้องถนนกลายเป็นเรื่องง่าย ให้ความคุ้มครองผู้ใช้รถได้หลายกรณี ขับขี่บนท้องถนนทุกวันได้อย่างอุ่นใจมากกว่าเดิม
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง
ประกันรถยนต์ชั้น 1 กับ 2+ เป็นประกันภาคสมัครใจที่ให้ความคุ้มครองใกล้เคียงกัน จนหลายคนลังเลว่าควรเลือกประกันรถยนต์แบบไหนดี โดยเฉพาะรถใหม่หรือรถใช้งานไม่เกิน 10 ปี บทความนี้จะพาเปรียบเทียบความแตกต่างของประกันชั้น 1 กับ 2+ แบบเจาะลึก พร้อมตารางเปรียบเทียบ ทั้งเรื่องความคุ้มครอง ค่าเบี้ย และความเหมาะสมในการใช้งาน พร้อมพิกัดเช็กเบี้ยประกันราคาคุ้มค่าในที่เดียว
ลองนึกภาพว่าคุณขับรถกลับบ้านแล้วอยู่ดี ๆ เจอน้ำท่วม รถดับกลางทาง คำถามคือ ประกันรถยนต์ชั้น 2+ จะช่วยอะไรได้บ้าง บทความนี้จะอธิบายขอบเขตความคุ้มครองและข้อยกเว้นที่ควรรู้ก่อนเกิดเหตุจริงกัน ว่ารถน้ําท่วม ประกันจ่ายไหม รวมถึงวิธีเช็คความคุ้มครองภัยธรรมชาติในกรมธรรม์ของคุณ