ผู้ใช้รถเคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมสีป้ายทะเบียนรถที่ใช้งานเมืองไทยนั้นมีเยอะเหลือน บางทีก็เป็นเหลือง ป้ายดำ หรือป้ายเขียวบ้าง และยังมีอักษรที่สีแตกต่างกันออกไปอีก สรุปแล้วมันต่างกันอย่างไร และสีทะเบียนรถแต่ละแบบ ใช้สำหรับอะไรบ้าง วันนี้ insurverse เราจะมาอธิบายเรื่องนี้เข้าใจเอง
การกำหนดให้สีของป้ายทะเบียนรถมีความแตกต่างกัน ก็เพื่อเป็นการแยกประเภทของรถที่จดทะเบียน รวมไปถึงลักษณะในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นรถส่วนบุคคล รถรับจ้าง รถสถานทูต รถของรัฐ และอื่น ๆ เพื่อความเป็นระเบียบ และง่ายต่อการตรวจสอบ
เมื่อเรารู้กันไปแล้วว่า การแยกสีของป้ายทะเบียนรถ เกิดจากวัตถุประสงค์อะไร เราจะพาไปดูกันต่อว่า สีทะเบียนรถแต่ละประเภท ต้องจดทะเบียนในการใช้งานรถแบบไหน
ป้ายประเภทนี้ จะเป็นป้ายทะเบียนชั่วคราวสำหรับรถออกใหม่ เพื่อยืนยันว่าสามารถใช้วิ่งได้อย่างถูกกฎหมาย และกำลังรอจดทะเบียนกับขนส่งอยู่
ป้ายประเภทนี้ จะเป็นประเภทที่เราพบเห็นได้บ่อยที่สุด เพราะเป็นป้ายสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง อย่างรถเก๋ง รถกระบะ รถ SUVและรถจักรยานยนต์
ป้ายประเภทนี้ เป็นป้ายทะเบียนสำหรับรถกระบะ หรือรถบรรทุกส่วนบุคคลขนาดเล็ก ซึ่งเป็นการใช้งานในการบรรทุกของ ซึ่งจะต่างจากรถกระบะป้ายทะเบียนขาว ตัวอักษรดำ ที่จดทะเบียนแบบส่วนบบุคคล จะไม่สามารถนำมาบรรทุกของได้
ป้ายประเภทนี้ เป็นป้ายสำหรับรถนั่งส่วนบุคคลมีที่นั่งมากกว่า 7 ที่นั่งขึ้นไป ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นรถตู้ รถมินิบัส และรถรับส่งนักเรียน ที่เรามักพบเห็นกันบ่อยบนท้องถนน
ป้ายประเภทนี้ จะเป็นป้ายทะเบียนสำหรับรถยนต์รับจ้าง หรือรถจักรยานยนต์รับจ้าง ที่ต้องบรรทุกผู้โดยสารไม่เกิน 7 คนเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นรถแท็กซี่ แล้วก็มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ที่เราเห็นกันจนชินบนถนน
ป้ายประเภทนี้ เป็นป้ายสำหรับรถรับจ้างระหว่างจังหวัด ที่ใช้ในการส่งผู้โดยสารเดินทางข้ามจังหวัด เช่น รถตู้ข้ามจังหวัด รถบัสขนาดใหญ่ และรถมินิบัส
ป้ายประเภทนี้ เป็นป้ายสำหรับรถรับจ้างสามล้อ หรือรถตุ๊กตุ๊กที่ใช้งานภายในประเทศไทยเท่านั้น
ป้ายประเภทนี้ เป็นป้ายทะเบียนสำหรับรถรับจ้าง 4 ล้อเล็ก เช่น รถกระป๋องคันเล็ก ๆ ที่มีระยะทางวิ่งไม่ไกลในการขนส่งผู้โดยสาร
ป้ายประเภทนี้ จะเป็นป้ายทะเบียนประมูล ที่กรมการขนส่งทางบก ได้นำตัวเลขชุดพิเศษมาทำการเปิดประมูลให้กับผู้ใช้รถ ซึ่งส่วนมากจะเป็นเลขสวยที่คัดมาแล้ว และจะมีลายกราฟิกประจำจังหวัดในการใช้งานป้ายนั้นด้วย
ป้ายทะเบียนรถสามารถขายได้ โดยเฉพาะป้ายทะเบียนเลขมงคล ที่เป็นที่ต้องการของคนส่วนใหญ่ในการถือครอง แต่ปัญหาจะอยู่ตรงที่ว่า หากเป็นป้ายทะเบียนส่วนบุคคลทั่วไป ที่ไม่ใช่ป้ายทะเบียนประมูล จะไม่สามารถทำการถือลอยเพื่อซื้อขายได้ แต่จะต้องอยู่บนเล่ม หรือสวมรถเท่านั้น จึงจะต้องสลับป้ายในการซื้อขายแทนนั่นเอง
ในปัจจุบัน การจองป้ายทะเบียนรถ สามารถทำได้ผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว เพียงเข้าไปที่เว็บไซต์กรมขนส่งทางบก https://reserve.dlt.go.th/reserve/v2/ และทำตามขั้นตอน ดังนี้
และทั้งหมดนี้ ก็คือความหมายของสีป้ายทะเบียนรถ ที่ถูกแบ่งแยกประเภทจากการใช้งาน ซึ่งถูกบังคับใช้เพียงในประเทศไทยเท่านั้น โดยเป็นอีกหนึ่งความรู้ดี ๆ ที่ผู้ใช้รถควรศึกษาเอาไว้ เพราะอาจมีเหตุจำเป็นที่จะต้องจดทะเบียนในประเภทรถที่แตกต่างออกไป นอกเหนือจากป้ายทะเบียนส่วนบุคคล ข้อมูลตรงนี้อาจจะเป็นประโยชน์ในตอนนั้นได้เช่นกัน และสำหรับคนมีรถที่กำลังมองหาประกันภัยรถยนต์ที่ถูกใจ ให้ insurverse ดูแลคุณดีกว่า เพราะเราเป็นประกันออนไลน์เจ้าแรกในไทย ที่ให้คุณออกแบบกรมธรรม์ได้อย่างอิสระ ตอบโจทย์คนทำประกันทุกรูปแบบอย่างโดนใจ
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง