การเสียภาษีเป็นหน้าที่สำหรับผู้ใช้รถยนต์ทุกคัน ต้องเสียให้ทางภาครัฐเพื่อนำงบประมาณเหล่านี้ไปใช้ในการพัฒนาเส้นทางเดินรถทั่วประเทศ โดยจะต้องเสียภาษีเพื่อต่ออายุทะเบียนรถยนต์ทุกปี มีหลายคนตั้งคำถามว่าถ้าเกิดภาษีรถยนต์ขาดประกันรับผิดชอบไหม เพราะบางครั้งเราอาจจะยังไม่มีเวลาไปต่อภาษีตามเวลาที่กำหนดได้ทันเวลาจริงๆ วันนี้ insurverse จะมาอธิบายเคสนี้ให้ฟังว่าประกันรถยนต์สามารถช่วยเหลืออะไรได้บ้าง และมีเคสแบบไหนที่ประกันไม่รับเคลม
ภาษีรถยนต์เป็นภาษีที่เจ้าของรถต้องจ่ายให้กับกรมการขนส่งทางบกทุกปีตามข้อบังคับของกฎหมาย พ.ร.บ. จราจรทางบก โดยใช้หลักเกณฑ์ในการคำนวณอัตราภาษีจากความจุของเครื่องยนต์ น้ำหนักรถ และอายุของรถ เมื่อรถยนต์ที่ชำระภาษีเรียบร้อยจะได้รับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีหรือป้ายสี่เหลี่ยม เจ้าของรถต้องเอามาติดที่กระจกหน้าตลอดเวลา หากปล่อยให้รถทะเบียนขาดต่อภาษีจะมีอัตราโทษปรับ 1% ของภาษีที่ต้องเสียต่อเดือน และถ้าถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจมีโทษปรับสูงถึง 20,000 บาท เพื่อไม่เกิดปัญหาทะเบียนขาด insurverse แนะนำว่าควรต่อล่วงหน้า 3 เดือนหรือ 90 วันไปเลย เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
แม้ว่ารถยนต์จะมีปัญหาทะเบียนขาดต่อภาษี แต่ก็ยังให้ความคุ้มครองตามกรมธรรม์ได้ 100% ตามเดิม เพราะทางบริษัทประกันจะยึดถือแค่ความถูกต้องระหว่างตัวรถคันที่เอาประกันกับรายละเอียดตามเอกสาร เช่น หมายเลขทะเบียน หมายเลขเครื่อง หมายเลขตัวถัง สีและอุปกรณ์ต่างๆ หากรายละเอียดตรงส่วนนี้ครบถ้วนก็ถือว่าใช้ได้ ดังนั้นเรื่องของภาษีไม่มีผลใดๆ ต่อการเคลมประกัน
พ.ร.บ. ขาด แต่ประกันภาคสมัครใจยังใช้ได้อยู่ก็สามารถเคลมค่ารักษาพยาบาลและประกันอุบัติเหตุได้ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ แต่การขาดต่อ พ.ร.บ. ถือว่าผิดกฎหมาย พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 ทำให้เสียภาษีรถยนต์ไม่ได้ หากถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจมีโทษปรับสูงสุด 10,000 บาท แม้ว่าจะมีประกันรถยนต์แต่เพื่อความถูกต้องของกฎหมายควรต่ออายุ พ.ร.บ. ให้ทุกครั้งเมื่อครบกำหนด
ประกันรถยนต์ให้ความคุ้มครองในกรณีรถขาดต่อภาษีได้ก็จริง แต่ก็ยังคงมีอยู่หลายกรณีที่ประกันสามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ หากปัญหาที่ผู้เอาประกันภัยพบเจอไม่ได้อยู่เงื่อนไขของกรมธรรม์ โดยมีกรณีดังต่อไปนี้
ในกรณีที่ผู้ขับไม่มีใบขับขี่และไม่เคยเข้ารับการสอบหรืออบรมใบขับขี่ ประกันจะไม่รับผิดชอบความเสียหายทุกกรณี โดยจะชดเชยค่าเสียหายที่เกิดขึ้นต่อตัวบุคคลแทน แต่ถ้ามีใบขับขี่หมดอายุกรณีนี้ยังได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขเหมือนเดิม ขอแค่มีใบขับขี่หรือหลักฐานยืนยันก็สามารถใช้เคลมได้
ผู้ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์จะไม่คุ้มครองและชดเชยความเสียหายใดๆ เพราะถือว่าผู้เอาประกันภัยเมาแล้วขับ นอกจากนั้นยังต้องระวางโทษทางกฎหมาย จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับตั้งแต่ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกพักใช้ใบอนุญาตไม่น้อยกว่า 6 เดือน
การนำรถไปใช้ในกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย เช่น การโจรกรรม ขนส่งยาเสพติด ขนอาวุธเถื่อน ใช้ก่อคดีฆาตรกรรม จะไม่ได้รับความคุ้มครองหรือชดเชยความเสียหายทุกกรณีตามเงื่อนไขที่กำหนดในกรมธรรม์
การดัดแปลงสภาพรถเพื่อการแข่งขัน รวมถึงการดัดแปลงโดยไม่ได้แจ้งกับทางบริษัทประกัน จะไม่ได้รับความคุ้มครองหรือชดเชยความเสียหายทุกกรณี ยกเว้นการดัดแปลงเพื่อส่งเสริมสมรรถภาพในการขับเคลื่อนของรถ เช่น ยางรถยนต์ ระบบเบรก และโช้ค สามารถแจ้งให้ประกันทราบได้
กรณีเกิดภาวะสงคราม หรือเหตุก่อการร้าย ทางบริษัทประกันจะไม่รับชอบความเสียหาย เช่น รถโดนวางระเบิด รถโดนกราดยิง โดนสารกัมมันตรังสีจากอาวุธ เป็นต้น
ความเสียหายของรถที่มาจากการบรรทุกน้ำหนักเกินกำหนดจะไม่ได้รับความคุ้มครองทุกกรณี ตามข้อบังคับจาก คปภ.
การใช้รถยนต์ผิดประเภทจากรถยนต์นั่งส่วนบุคคล เอาไปประกอบกิจกรรมเชิงพาณิชย์ เช่น แท็กซี่ รถขนสินค้า รถไม่ประจำทาง แบบนี้ทางประกันจะไม่รับผิดชอบ เพราะถือว่าใช้รถยนต์ไม่ถูกประเภทตามที่ระบุรายละเอียดในเอกสารกรมธรรม์
การตั้งใจให้เกิดอุบัติเหตุเพื่อหวังเงินชดเชย เช่น นำรถไปชนกำแพง เอารถไปชนกับรถคนรู้จัก ตั้งใจชนคน หากทางบริษัทประกันสามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้ก็จะไม่ได้รับความคุ้มครองหรือชดเชยความเสียหายตามเงื่อนไข และอาจถูกดำเนินคดีตามมาตรา 358 ฐานทำให้เสียทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาถึงตรงนี้คงเข้าใจกันแล้วว่ารถทะเบียนขาด ประกันจ่ายไหม และรับผิดชอบยังไงบ้าง แต่ถ้าให้ดีขอแนะนำว่าควรทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามกฎหมาย ชำระค่าภาษีและต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ตามกำหนดทุกปี เพื่อสิทธิประโยชน์ของตัวคุณเองและไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกเรียกตรวจจากเจ้าหน้าที่อีกด้วย ใครกำลังมองหาประกันรถยนต์ออนไลน์ และ พ.ร.บ ออนไลน์ที่ตอบโจทย์ได้ทุกไลฟ์สไตล์ insurverse พร้อมให้บริการขับขี่แบบไหนก็อุ่นใจได้ด้วยความคุ้มครองที่ชัวร์กว่า
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง