ผู้ใช้รถคนทุกคนย่อมรู้กันดีว่า การจอดรถในที่ห้ามจอดนั้นผิดกฎหมาย และอาจโดนโทษปรับตามา แต่ยังมีอีกหนึ่งเรื่องที่หลายคนน่าจะสงสัย ก็คือ หากรถจอดอยู่แล้วโดนชนใครผิด ยิ่งถ้าเป็นการจอดรถในที่ห้ามจอดแล้วโดนชน แบบนี้ประกันภัยรถยนต์ที่ทำเอาไว้ จะให้ความคุ้มครองไหม เดี๋ยววันนี้ insurverse จะมาตอบข้อสงสัยนี้ให้ทุกคนเอง
การจอดรถในที่ห้ามจอดที่ผิดกฎหมาย จะอิงจาก พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 ที่มีการห้ามผู้ใช้รถจอดในพื้นที่ ดังต่อไปนี้
การจอดรถในที่ห้ามจอด ผิดมาตรา 57 ตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 ที่ห้ามผู้ใช้รถจอดในพื้นที่ที่อาจก่อให้เกิดอันตราย หรือกีดขวางการจราจรจนเป็นปัญหาในการสัญจรให้กับผู้อื่น
การจอดรถในที่ห้ามจอด จะมีโทษปรับที่ไม่เกิน 500 บาท ไม่ว่าจะเป็นฐานความผิดไหน แต่หากมีการทำผิดกฎหมายจราจรข้ออื่นร่วมด้วย ก็อาจจะโดนโทษปรับที่เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน
ในกรณีที่รถจอดอยู่แล้วโดนชน ผู้ที่ขับมาชนจะเป็นฝ่ายผิดฐานขับขี่ด้วยความประมาท เพราะถือว่าไม่ระมัดระวังในการขับขี่ ถึงแม้ว่าการจอดรถในที่ห้ามจอดจะผิดกฎหมายก็ตาม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ารถคันอื่นมีสิทธิ์ขับมาชน
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็จะมีการพิจารณาจากข้อสังเกตอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ลักษณะการจอดของรถคันที่ถูกชนว่า จอดในมุมอับสายตา หรือกีดขวางการจราจรหรือไม่ ประกอบกับหลักฐานจากกล้องวงจรปิดว่าใครเป็นฝ่ายผิดให้แน่ชัด และทางเจ้าของรถที่จอดในที่ห้ามจอด ก็จะต้องชดใช้ในกรณีที่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุด้วยเช่นกัน
จอดรถในที่ห้ามจอดแล้วโดนชน ประกันยังคงให้ความคุ้มครองอย่างแน่นอน เพราะตามข้อกฎหมายแล้ว คู่กรณีที่ขับมาจนจะเป็นฝ่ายผิด ซึ่งทางบริษัทประกันที่เราทำเอาไว้ จะไปเรียกร้องค่าเสียหายจากคู่กรณีให้เอง
หากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเป็นการชนแล้วหนี ประกันรถยนต์ชั้น 1 เท่านั้นที่จะให้ความคุ้มครองแบบไม่มีคู่กรณีในเหตุการณ์นี้ หากเป็นประกันชั้นอื่น อาจจะต้องตามเรื่องกันให้วุ่นวาย จากการขอภาพจากกล้องวงจรปิด และพยานหลักฐานต่าง ๆ เพื่อตามตัวคู่กรณีมาชดใช้ค่าเสียหาย
เมื่อรู้กันไปแล้วว่า การจอดรถในที่ห้ามจอดมันผิดกฎหมายอย่างไร ทีนี้เราจะพามาดูกันต่อว่า หากต้องการใช้รถใช้ถนนอย่างถูกกฎหมาย จะต้องจอดแบบไหนถึงจะถูกต้อง มาดูกัน
การจอดในช่องจอดรถ ที่ถูกตีเส้นขึ้นมาไว้สำหรับจอดโดยเฉพาะ คือการจอดที่ถูกต้องตามกฎหมายในสถานที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นลานจอดรถของบริษัท สำนักงาน โรงแรม โรงพยาบาล หรืออาคารต่าง ๆ เพราะเป็นช่องจอดที่ถูกกำหนดไว้แล้วว่าไม่รบกวนการเดินรถในพื้นที่นั้น
หากต้องการจอดซ้อนคัน ไม่ว่าจะเป็นในห้างสรรพสินค้า โรงแรม โรงพยาบาล หรือสถานที่อะไรก็ตาม ที่มีการทำสถานที่ไว้จอดรถ ควรเข้าเกียร์ N หรือที่เราเรียกกันว่าเกียร์ว่างไว้เสมอ โดยไม่ดึงเบรกมือขึ้นเด็ดขาด เพื่อให้รถคันที่จอดในช่อง สามารถเข็นรถเราให้เปิดทางในการขับออกจากช่องได้
การจอดในช่องเดินรถ หรือริมฟุตพาท จะต้องจอดชิดที่เลนซ้ายสุดให้ขนานกับขอบทางในระยะไม่เกิน 25 เซนติเมตร และต้องเป็นขอบทางที่ทาสีขาวดำเท่านั้น เพราะหากเป็นสีขาวเหลือง จะจอดได้ในกรณีรับส่งเท่านั้น และขาวแดงก็คือห้ามจอดแบบที่เรารู้กันดี ส่วนกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรถชน หรือรถเกิดเสียขึ้นมากะทันหัน กฎหมายอนุโลมให้สามารถจอดข้างทาง และเปิดไฟผ่าหมากส่งสัญญาณเตือนผู้สัญจรรายอื่นได้
การจอดรถบนทางลาดชัน ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว หรือภายใต้อาคารต่าง ๆ ก็สามารถจอดได้อย่างไม่ผิดกฎหมาย เพียงแต่ต้องจอดอย่างถูกต้อง และปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ด้วยการจอดให้ชิดขอบทาง หักล้อไปทางด้านข้าง และดึงเบรกมือขึ้นเสมอ เพื่อป้องกันไม่ไห้รถเคลื่อนที่เกิดอันตราย และควรนำหินไปขัดไว้ที่ล้อด้วยเช่นกัน
ถึงแม้ว่าการจอดรถในที่ห้ามจอดจะผิดกฎหมาย และเป็นสิ่งที่ผู้ใช้รถไม่ควรทำก็ตาม แต่การจอดรถในที่ห้ามจอดแล้วโดนชน ก็ยังไม่ใช่ข้ออ้างที่ผู้ขับมาชนจะใช้เพื่อหลีกหนีความผิดได้ รวมไปถึงความคุ้มครองจากประกันรถยนต์ ที่ยังได้อยู่เหมือนเดิม และหากคุณกำลังมองหาประกันรถยนต์ราคาสมเหตุสมผล ปรับแต่งกรมธรรม์ได้อย่างอิสระ อยากทำเมื่อไหร่ ก็ทำได้ตลอด 24 ชม. ต้องที่ insurverse เท่านั้น เพราะเราคือประกันออนไลน์เจ้าแรกในไทย ภายใต้เครือทิพยประกันภัย
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง