ถ้าจะพูดถึงประกันรถยนต์ บางคนน่าจะนึกถึงประกันชั้น 1 ที่เบี้ยประกันแพงแต่ได้ความคุ้มครองแบบครบครัน ไม่ก็ประกันชั้น 3 ที่แม้ว่าจะมีความคุ้มครองเพียงแค่รถคู่กรณีหากเกิดอุบัติเหตุ แต่ก็มาพร้อมเบี้ยประกันที่ถูกสุด ๆ แต่ก็มีอีกหนึ่งรูปแบบของประกันรถยนต์ที่บอกเลยว่าคุ้มค่ามาก ๆ นั่นก็คือ ประกันรถยนต์ชั้น 2+
เพราะประกันรถยนต์ชั้น 2+ เหมาะสำหรับคนที่อยากเดินทางสายกลาง กำลังมองหาประกันรถยนต์ที่ราคาไม่แพงเกินไป และมาพร้อมความคุ้มครองที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การขับขี่อย่างครบถ้วนในราคาที่คุ้มค่า ได้สิทธิประโยชน์และความคุ้มครองอย่างครอบคลุม ประกัน รถยนต์ ชั้น 2+ จึงเป็นอีกหนึ่งประกันรถยนต์ที่น่าสนใจมาก ๆ สำหรับผู้ขับขี่ทุกประเภท
ประกันรถยนต์ชั้น 2+ เป็นประกันรถยนต์ที่เน้นไปยังความคุ้มครองแบบครบถ้วนทุกการขับขี่ ให้การเดินทางของคุณนั้นสบายใจและปลอดภัยมากยิ่งขึ้นในราคาที่จับต้องได้ แต่บอกเลยว่าความคุ้มครองนี่จัดเต็ม แถมยังมาพร้อมสิทธิประโยชน์ที่ค่อนข้างครอบคลุมการใช้งานรถยนต์ทั่ว ๆ ไปของผู้ขับขี่ส่วนใหญ่
ประกันรถยนต์ชั้น 2+ จะเหมาะสำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ที่มั่นใจว่ายังไงก็ไม่ขับชนเสา ไม่เกิดอุบัติเหตุจากตัวเองแน่ ๆ เพราะ ประกัน รถยนต์ ชั้น 2+ จะไม่คุ้มครองหากเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณี หรือคนที่อยากได้ความคุ้มครองเกือบครบทุกอย่าง แต่ก็คิดว่าน่าจะไม่ได้ใช้และอาจจะแพงไปหน่อย ประกัน รถยนต์ ชั้น 2+ ก็ตอบโจทย์
นอกจากนี้ ประกันรถยนต์ชั้น 2+ ยังช่วยคุ้มครองรถหากเกิดภัยธรรมชาติอย่างน้ำท่วม พายุต่าง ๆ และรถหาย จึงเหมาะสำหรับใครที่กังวลเรื่องรถหาย กลัวถูกขโมยรถ หรือแถวบ้านมีน้ำท่วมบ่อย กลัวรถโดนผลกระทบแล้วต้องเสียเงินซ่อมแพง ประกันรถยนต์ชั้น 2+ นี่แหละคือตัวช่วยของคุณ
นี่คือคำถามยอดฮิตของใครหลาย ๆ คน เพราะประกันรถยนต์ชั้น 2+ กับ ประกันรถยนต์ชั้น 2 นั้นมีเงื่อนไขที่คล้ายกันมาก ๆ จนทำให้อาจจะสับสนว่ามันแตกต่างกันยังไง
จริง ๆ แล้ว ประกันรถยนต์ชั้น 2+ และ ประกันรถยนต์ชั้น 2 นั้นเกือบจะเหมือนกันแทบทุกอย่างเลยในด้านของความคุ้มครอง แต่ ประกัน รถยนต์ ชั้น 2+ จะเพิ่มในส่วนของความคุ้มครองสำหรับรถของเราหากเกิดอุบัติเหตุด้วย ในขณะที่ ประกัน รถยนต์ ชั้น 2 จะคุ้มครองเฉพาะรถของคู่กรณีเท่านั้นถ้าเกิดอุบัติเหตุ
อีกทั้งประกันรถยนต์ชั้น 2 ยังมีเบี้ยที่ถูกกว่าเล็กน้อยอีกด้วย จึงเหมาะสำหรับคนที่มีงบจำกัด อยากได้ประกันรถยนต์ราคาสบายกระเป๋า จ่ายได้แบบไม่ตึงเกิน
เรื่องนี้แก้ไขได้ง่าย ๆ ถ้าเกิดว่าคุณซื้อประกันรถยนต์ชั้น 2+ กับทาง insurverse ซึ่งเป็นประกันรถยนต์ออนไลน์ ที่มาพร้อมระบบการซื้อความคุ้มครองเสริม DIY ปรับแต่งได้ตามใจชอบ ทำให้แม้ว่าประกันรถยนต์ชั้น 2+ อาจจะยังมีความคุ้มครองที่ไม่ตอบโจทย์นัก คุณก็สามารถซื้อเพิ่มเองได้เลยเพื่อให้ตรงตามความต้องการมากที่สุด เบี้ยประกันเพิ่มเล็กน้อย แต่ก็ได้ความสบายใจเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าเลยล่ะ
โดยความคุ้มครองเสริมที่คุณสามารถซื้อได้ที่ insurverse มีดังนี้
ถ้าคุณต้องการความทันสมัย รวดเร็ว ตอบโจทย์การใช้งานในปี 2023 ที่ทุกอย่างสามารถทำได้ผ่านทางมือถือ insurverse นี่แหละ ที่ตอบโจทย์คุณได้แน่นอน เพราะทีนี่ คุณสามารถทำทุกอย่างได้ด้วยระบบออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกซื้อประกันรถยนต์ชั้น 2+ การแจ้งเคลม การติดตามสถานะการเคลมว่าไปถึงไหนแล้ว การติดต่อขอความช่วยเหลือ และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ insurverse.co.th พร้อมทำให้การซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์ของคุณไม่เหมือนใคร
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง