ความจริงแล้ววิธีติดตั้งกล้องรถยนต์เป็นเรื่องง่าย ใครๆ ก็สามารถทำได้ ไม่จำเป็นต้องจ้างช่างให้เสียเวลา แต่การติดตั้งกล้องในรถยนต์ไม่ได้มีเพียงวิธีเดียวเท่านั้น! ยังมีวิธีอื่นอีกมาก ซึ่งร้านรับติดตั้งกล้องที่มีความเชี่ยวชาญสามารถติดตั้งให้ได้หลากหลายแบบตามความเหมาะสม วันนี้ insurverse จึงอยากให้คนที่ต้องการติดตั้งกล้องติดรถยนต์หน้าหลังมาลองทำความเข้าใจ โดยได้นำวิธีติดตั้งมาให้แล้วว่ามีแบบไหนบ้าง? รวมทั้งข้อระวังในการติดตั้ง! เพื่อที่จะได้ติดกล้องรถยนต์ในแบบโดนใจมากที่สุด! และประกันไม่ขาด!
กล้องหน้ารถ/หลังรถ คือ กล้องวิดีโอที่ติดไว้กับรถยนต์ ช่วยในการบันทึกภาพและเสียง แบบต่อเนื่องกัน ซึ่งภาพที่ได้สามารถใช้เป็นหลักฐานสำหรับการเคลมประกันรถยนต์ได้ ปัจจุบันมีวิธีติดตั้งกล้องรถยนต์ ทั้งกล้องหน้ารถยนต์และหลังรถยนต์เพื่อการบันทึกภาพได้ดีขึ้น หากไม่มีการติดตั้งกล้องที่รถ เมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญหรือมีอุบัติเหตุอะไร? จะทำไม่มีหลักฐานสำหรับยืนยันหรือใช้สู้คดีเลย
ซึ่งกล้องติดรถมีให้เลือกหลายราคา สามารถซื้อหาได้ตามงบและเดี๋ยวนี้ทางศูนย์รถก็นิยมติดตั้งกล้องรถยนต์ให้ตั้งแต่แรกด้วย ทำให้รถหลายคันไม่จำเป็นต้องติดตั้งกล้องเองให้ลำบาก จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมเดี๋ยวนี้ รถทุกคันถึงมีกล้องติดรถกันหมด!
วิธีติดตั้งกล้องรถยนต์มีหลายแบบ ทั้งแบบง่ายๆ อย่างการเดินสายไฟกล้องหน้ารถเสียบกับช่องจุดบุหรี่ในรถยนต์หรือช่อง Power socket ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานที่ใครๆ ก็สามารถทำได้ แต่ถ้าร้านจำหน่ายกล้องติดตั้งให้จะมีการบริการติดกล้องหน้ารถหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งแบบมาตรฐาน, การติดตั้งด้วยการต่อสายตรง รวมทั้งการติดตั้งด้วยสายในรูปแบบ OBD ซึ่งจะแตกต่างกันอย่างไรบ้าง? ไปดูกันเลย
เป็นวิธีติดตั้งกล้องรถยนต์ มักเดินสายห้อยจากกล้องติดหน้ารถลากลงมายังช่องจุดบุหรี่โดยตรง แบบนี้เน้นง่ายก็จริง แต่ทำให้เกะกะสายตารบกวนการขับขี่ได้ แล้วมีโอกาสที่สายไฟอาจจะหักหรือขาดได้ จึงแนะนำให้ร้านติดตั้งให้ดีกว่า ทางร้านจะได้เดินสายให้เป็นระเบียบ เก็บสายตามผนังและขอบยางประตูของรถยนต์ให้เรียบร้อย เพื่อไม่ให้สายไฟหัก, พับหรืองอจนเสียหาย
วิธีติดตั้งกล้องรถยนต์แบบต่อตรง คือ การใช้สายกล้องตัดต่อเข้ากับสายไฟในรถหรือฟิวส์รถยนต์โดยตรง เพื่อดึงไฟมาใช้กับกล้องและมีข้อดีตรงที่หากเลือกกล้องที่มีฟังก์ชันสำหรับถ่ายภาพได้ในโหมดจอด ก็จะทำให้ช่วงเวลาที่จอดรถก็บันทึกภาพได้ ส่วนข้อเสียอาจจะส่งผลในเรื่องของประกันรถยนต์ขาด เพราะการต่อแบบไม่ได้มาตรฐานจะส่งผลต่อความปลอดภัยของรถโดยตรง!
เป็นวิธีติดตั้งกล้องรถยนต์เข้ากับช่อง OBD ซึ่งมีลักษณะคล้ายสี่เหลี่ยมคางหมู ส่วนมากจะติดตั้งอยู่บริเวณใต้คอนโซลพวงมาลัย เมื่อไม่ใช้ก็เพียงถอดออก ซึ่งทำได้ง่ายๆ ไม่ต้องยุ่งกับระบบไฟของรถให้วุ่นวาย ข้อดีคือไม่มีสายไฟเกะกะ ไม่เสี่ยงต่อการตัดความคุ้มครองประกันรถยนต์ของบริษัทประกัน แต่มีข้อเสียก็คือหาอุปกรณ์ที่มีมาตรฐานยากและมีราคาสูง
แม้ว่าวิธีติดตั้งกล้องรถยนต์จะสามารถทำเองได้ ไม่จำเป็นต้องง้อช่าง แต่บอกเลยว่าหากไม่มีความรู้และไม่ระมัดระวังในการติดตั้งกล้องติดรถยนต์หน้าหลัง จะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างคาดไม่ถึง ทางที่ดีควรจะจ้างร้านรับติดตั้งกล้องมืออาชีพให้ติดตั้งแทนดีกว่า หากติดตั้งเองมีข้อควรระวัง ดังนี้
วิธีติดตั้งกล้องรถยนต์มีหลายแบบหลายวิธีการ เราควรเลือกแบบที่เหมาะสมและดีที่สุด เพื่อให้กล้องติดหน้ารถ/หลังรถได้มาตรฐานสามารถใช้ประโยชน์สูงสุด เก็บหลักฐานในการขับขี่ให้ได้ เมื่อมีกล้องดีๆ ติดรถไว้แล้ว ก็เสริมความอุ่นใจในการขับขี่ด้วยประกันรถยนต์จะได้สบายใจทุกเส้นทาง ขับขี่ได้อย่างปลอดภัยมากกว่าเดิม หากไม่รู้เลือกที่ไหนดี? แนะนำประกันรถยนต์คุ้มภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สินอย่าง insurverse ได้เลย ให้ความคุ้มครองครอบคลุมมาก ตอบโจทย์คนใช้รถทุกสไตล์ จะเกิดเหตุร้ายใดๆ ที่ไหน? เวลาใด? ก็ได้รับความคุ้มครอง ทำเรื่องเคลมได้แน่นอน ประกัน insurverse พร้อมให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง