หนึ่งในปัญหาที่คนใช้รถมักจำสลับกันอยู่ตลอด ก็คือพ.ร.บ. รถยนต์ และป้ายภาษี ถึงแม้ว่าจะต้องต่อคู่กันอยู่ทุกปีเพื่อใช้รถอยู่แล้ว แต่หลายคนก็ยังไม่รู้ว่าป้ายที่ติดอยู่หน้ากระจกรถคือป้ายภาษี ไม่ใช่เอกสาร พ.ร.บ. อย่างที่เข้าใจแต่อย่างใด จนทำให้บางครั้งก็ไม่ได้ใส่ใจในการเก็บรักษาใบพ.ร.บ. กว่าจะมารู้ตัวอีกทีว่าต้องใช้ต่อภาษีรถยนต์ ก็ดันทำพ.ร.บ. รถหายไปซะแล้ว ใครที่เคยเจอปัญหานี้อยู่ วันนี้เรามีข้อมูลดี ๆ มาฝาก เมื่อเกิดเหตุทำ พ.ร.บ. รถยนต์หาย จะต้องทำอย่างไรบ้าง
เมื่อทำพ.ร.บ. รถยนต์หาย และหาไม่เจอจริง ๆ ไม่ว่าจะค้นจนทั่วแล้วก็ตาม สิ่งที่ต้องทำเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นก็คือ การไปแจ้งความที่ สน. และนำเอกสารไปยื่นขอ พ.ร.บ. ใหม่ โดยจะมีรายละเอียดในการดำเนินการ ดังนี้
สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือ การไปสน.แจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวัน และขอสำเนาใบแจ้งความ หรือใบลงบันทึกประจำวันเอาไว้ เพื่อใช้ยื่นขอ พ.ร.บ. ใหม่อีกครั้ง อีกทั้งยังเป็นการป้องกันไม่ให้ข้อมูลถูกนำไปแอบอ้างเพื่อใช้กระทำผิดจากบุคคลอื่นอีกด้วย
เมื่อได้สำเนาใบแจ้งความ หรือสำเนาใบลงบันทึกประจำวันมาแล้ว ต่อมาให้ทำการเตรียมเอกสารที่จำเป็นอย่าง สำเนาบัตรประชาชน และเล่มทะเบียนรถ (เล่มจริงและสำเนา) ไปยื่นติดต่อขอ พ.ร.บ. รถยนต์ใหม่กับกรมขนส่งทางบก
ใครที่กำลังสงสัยในขั้นตอนการขอ พ.ร.บ. รถยนต์ใหม่อีกรอบในกรณีที่ทำหาย จะมีความยุ่งยากกว่าการต่อ พ.ร.บ. แบบออนไลน์ทั่วไป เพราะจะต้องเข้ามายื่นดำเนินการที่กรมขนส่งทางบกเพียงเท่านั้น จึงอาจจะต้องรอคิวนานเสียหน่อยเท่านั้นเอง และในส่วนของขั้นตอนกับเอกสารที่ใช้ทั้งหมด จะมีดังนี้
ในส่วนของเอกสารที่ใช้ยื่นขอเมื่อทำ พ.ร.บ. รถยนต์หาย จะมีทั้งหมด ดังนี้
เมื่อเตรียมเอกสารทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว ในส่วนของขั้นตอนก็ไม่ได้มีอะไรมากมาย เพียงแค่เข้าไปที่กรมขนส่งทางบก แล้วทำการติดต่อเพื่อดำเนินเรื่องยื่นขอ พ.ร.บ. ใหม่อีกครั้ง ซึ่งจะมีขั้นตอนในการดำเนินการทั้งหมด ดังนี้
แม้ว่าหลายคนจะต้องทำการต่อ พ.ร.บ. รถยนต์เป็นประจำทุกปี แต่น้อยคนนักที่จะเข้าใจถึงความคุ้มครองจริง ๆ ของตัว พ.ร.บ. รถยนต์ หรือประกันภัยภาคบังคับ ว่ามีข้อดีอะไรบ้าง ทำไมถึงเป็นประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 ที่ทางภาครัฐบังคับใช้ให้รถทุกคนบนท้องถนนต้องทำเอาไว้ เรามาดูกันดีกว่า
ส่วนแรกที่ พรบ รถยนต์ให้ความคุ้มครองทันที โดยไม่ต้องรอพิสูจน์ถูกผิด ก็คือความคุ้มครองค่าเสียหายเบื้องต้นเมื่อเกิดอุบัติเหตุ โดยจะแบ่งการคุ้มครองทั้งหมดออกเป็นดังนี้
ความคุ้มครองส่วนถัดมาจากการทำประกัน พ.ร.บ. รถยนต์ คือค่าสินไหมทดแทน ซึ่งจะต้องเป็นกรณีที่ถูกพิสูจน์ว่าเป็นฝ่ายถูกเท่านั้น และจะได้รับความคุ้มครองทั้งหมด ดังนี้
อีกหนึ่งจุดที่หลายยังสงสัย หากเราเลือกไม่ดำเนินการแจ้งหาย พ.ร.บ. รถยนต์ จะสามารถซื้อ พรบ ออนไลน์ฉบับใหม่ได้เลยไหม คำตอบก็คือสามารถทำได้โดยไม่ผิดกฎหมายใด ๆ เพราะ พ.ร.บ. รถยนต์ ก็เป็นประกันภัยประเภทหนึ่งที่ให้ความคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ที่สามารถทำซ้ำได้โดยไม่ผิดอะไร เพียงแต่จะเป็นการเสียเงินซ้ำซ้อนโดยไม่จำเป็นเท่านั้นเอง การยื่นขอใหม่กับทางกรมขนส่งทางบกจึงดีกว่า และเพื่อเป็นการป้องกันข้อมูลที่อาจถูกนำไปใช้กระทำผิด การแจ้งหายจึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่านั่นเอง
ทุกคนน่าจะรู้กันแล้วใช่ไหมว่า การทำพ.ร.บ. รถยนต์หายนั้นมีความยุ่งยากพอสมควร เพราะเราจะไม่สามารถต่อภาษีรถยนต์ได้เลย แถมยังเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายอีกด้วยเมื่อโดนเรียกตรวจ ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องโดนค่าปรับตามมาอย่างแน่นอน หากใครทำหายแล้วปล่อย พ.ร.บ. ขาดนาน ก็อาจจะต้องยื่นต่อทะเบียนรถยนต์ เพราะ พ.ร.บ. หายใหม่หมดเลยก็ได้ จึงไม่ค่อยปล่อยไว้เป็นอันขาด ส่วนใครที่ไม่ได้ขาดต่อ แต่กำลังหาที่ซื้อ พ.ร.บ. รถยนต์ราคาถูกออนไลน์แบบสะดวก ๆ อยู่ ซื้อกับทาง insurverse เราดีกว่า ถูกกว่าใคร ๆ แน่นอน
💚ทริคดีๆ💚 : คํานวณภาษีรถยนต์ด้วยตัวเองได้ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก ครอบคลุมรถส่วนบุคคลทุกประเภทไม่ต้องเสียเวลาคำนวณเอง
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อเปิดดูตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของตนเอง หลายคนอาจเคยสะดุดตากับคำว่า “ร.ย.03” ในหมวดความคุ้มครองเพิ่มเติม และเกิดคำถามว่า รย.03 คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้ขับขี่ หรือบางคนอาจกำลังสับสนระหว่างรหัสในเอกสารประกันภัยกับรหัสประเภทรถของกรมการขนส่งทางบก บทความนี้จะมาไขคำตอบให้ชัดเจน เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิประโยชน์และใช้ความคุ้มครองได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รย.03 คืออะไร ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์? ในแวดวงประกันภัย ร.ย.03 (หรือ รย.03) คือ รหัสมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดให้เป็น “เอกสารแนบท้ายสัญญาประกันภัยรถยนต์ว่าด้วยการประกันตัวผู้ขับขี่ (Driver’s Bail Bond)” ความคุ้มครองนี้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่ขับรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนเป็นเหตุให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) จะต้องดำเนินคดีอาญาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยบริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่นำหลักทรัพย์หรือหนังสือรับรองไปวางเป็นหลักประกันในการขอประกันตัวผู้ขับขี่ออกมาสู้คดีในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือชั้นศาล สาระสำคัญของเอกสารแนบท้าย ร.ย.03: คุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครองของ ร.ย.03 มีรายละเอียดสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรรู้ดังนี้: เปรียบเทียบเอกสารแนบท้าย ร.ย.01, ร.ย.02 และ ร.ย.03 แตกต่างกันอย่างไร? เอกสารแนบท้ายมาตรฐาน คปภ. ที่พบได้บ่อยในกรมธรรม์ภาคสมัครใจ ได้แก่: อย่าจำสับสน! ร.ย.03 (ประกันภัย)… Continue reading รย.03 คืออะไร เจาะลึกเอกสารแนบท้ายประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน