มีรถยนต์แล้วต้องดูแลเอาใส่ใจให้ดี ควรตรวจวัดน้ำมันเกียร์รถยนต์ตามระยะทุกๆ 2-3 ปีหรือ 35,000-57,000 km. เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่! และรู้ยังว่ามีวิธีตรวจวัดน้ำมันเกียร์ด้วยตัวเองในเบื้องต้นที่ใครๆ ก็ทำได้! เพราะถ้าไม่ดูแล หากระบบเกียร์เกิดมีปัญหาทำงานไม่ได้ประสิทธิภาพ สิ่งที่จะตามมาก็คือ ความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ&ค่าซ่อมบำรุงที่เลยเถิดไปจนถึงส่วนอื่นๆ เหมือนกับน้ำผึ้งหยดเดียว! นอกจากการดูแลบำรุงรักษาที่ดีตามระยะแล้ว ควรมีประกันรถยนต์ออนไลน์ insurverse ช่วยดูแลอีกแรง อย่างประกันชั้น 3 ราคาถูกแต่คุ้มครองดีเกินต้าน! แค่ทำประกันชั้น 3 ธรรมดาไว้ จับพวงมาลัยเมื่อไหร่ก็อุ่นใจเกิน 100%!
การตรวจวัดน้ำมันเกียร์รถยนต์เป็นสิ่งที่สำคัญที่ไม่ควรมองข้าม! เพราะการทำงานของน้ำมันเกียร์จะส่งผลไปถึงการทำงานของระบบเครื่องยนต์ระบบอื่นๆ อีกทั้งยังมีหน้าที่ป้องกันและควบคุมความร้อนให้อยู่ในอุณหภูมิที่พอดีไม่ร้อนจนเกินไป เป็นการถนอมเกียร์ไม่ให้สึกหรอ, ไม่เกิดการเสียดทาน, ส่งกำลังให้เกียร์และทำให้ระบบหล่อลื่นทำงานควบคู่กับอะไหล่ต่างๆ ได้ตามปกติ เมื่อไม่มีสิ่งสกปรกและตะกอนภายใน ก็ทำให้ขับขี่รถได้อย่างปลอดภัย ดังนั้นคนมีรถอย่าลืมเช็คน้ำมันเกียร์อยู่เสมอ แล้วก็อย่าลืมเช็คประกันติดรถด้วย แค่มีประกันชั้น 3 ธรรมดาไว้คอยดูแล แค่นี้ก็อุ่นใจได้ตลอด 24 ชั่วโมง!
วันนี้ insurverse จะมาแชร์วิธีตรวจวัดน้ำมันเกียร์รถยนต์ด้วยตัวเองแบบง่ายๆ ทำได้ด้วยตัวเอง มือใหม่ก็ทำได้อ่านปุ๊ปเข้าใจเลย! แค่ทำตามนี้
วิธีตรวจวัดน้ำมันเกียร์วิธีแรก เราจะเริ่มจากการเทสระบบเบรกกันก่อน วิธีการก็คือให้ติดเครื่องและดึกเบรกมือไว้ประมาณ 3 นาที จากนั้นก็เหยียบเบรกแล้วเปลี่ยนเกียร์ไปเรื่อยๆ
การเทสเกียร์ต้องเทสตั้งแต่ตำแหน่ง P, ตำแหน่ง R, ตำแหน่ง N, ตำแหน่ง D, ตำแหน่ง D3/D2 (ถ้ามี), ตำแหน่ง B และกลับไปจบที่ตำแหน่ง P
จากนั้นก็ถึงเวลาตรวจวัดน้ำมันเกียร์ เริ่มต้นด้วยการเปิดฝากระโปรง จากนั้นก็ดึงก้านน้ำมันเกียร์ออกเพื่อทำการอ่านค่าจากก้านวัด โดยปกติจะอยู่กึ่งกลางระหว่างขีดล่าง Cool และขีดบน Hot ไม่สูงเกินไปหรือต่ำเกินไป
วิธีตรวจวัดเช็คสีน้ำมันเกียร์ ถ้าเห็นว่าน้ำมันเกียร์มีสีออกขุ่นๆ หรือเทาๆ คล้ายกับสีโคลน เป็นสัญญาณบอกว่าอาจมีการรั่วไหล จึงทำให้สีน้ำมันเปลี่ยนไป แต่ถ้าหากน้ำมันเป็นสีแดง/สีเหลืองใสๆ ไม่มีฟอง คือ อยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่มีปัญหา&ไม่มีการรั่วซึม!
ถ้าตรวจวัดน้ำมันเกียร์รถยนต์แล้วอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ปกติ ก็ควรซ่อมเกียร์หรือเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ อย่าปล่อยทิ้งไว้นานจะได้ยืดอายุการใช้งานและป้องกันความเสียหายกับระบบเครื่องยนต์ ที่สำคัญจะได้ไม่เสี่ยงเคลมประกันรถยนต์ด้วย!
ตรวจวัดน้ำมันเกียร์รถยนต์แล้วอย่าลืมดูแลตัวเองด้วยประกันรถยนต์! ถามว่าประกันรถยนต์ ที่ไหนดี 2567? ต้อง insurverse เลย ใครๆ ก็บอกว่าดี เป็นประกันออนไลน์สุด HOT ที่มาพร้อมกับแผนประกันสุดคุ้ม! ถึงประกันชั้น 3 ธรรมดาจะมีความแตกต่างประกันชั้น 1 ในเรื่องเบี้ยประกันแต่ก็ยังอุ่นใจ ให้ความคุ้มครองครบเหมือนเดิม! เรื่องการรักษาพยาบาลหายห่วง! และยังสามารถซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมได้แบบ DIY ไม่ว่าจะเป็นส่วนของทรัพย์สินหรือตัวบุคคล ลองเปิดใจเข้าไปเช็คราคาประกันรถยนต์ด้วยตัวเองที่หน้าเว็บไซต์ แล้วจะเจอความคุ้มค่าแบบตะโกน!
นอกจากการตรวจวัดน้ำมันเกียร์รถยนต์แล้ว อย่าลืมทำประกันชั้น 3 ราคาถูกที่ insurverse ประกันใจดีที่ให้เคลมง่ายอนุมัติไวใน 1 วัน! แม้จะมีความแตกต่างประกันชั้น 1 ในเรื่องเบี้ยประกัน&วงเงิน แต่เรื่องความคุ้มครองก็ทำถึงไม่แพ้กัน! ถูกใจคนฉลาดเลือกมากๆ ชำระเงินปุ๊ป! คุ้มครองปั๊ป! จะสมัครหรือเคลมก็ดำเนินการได้จากทุกที่ทุกเวลา ผ่านหน้าเว็บไซต์ได้เลยตลอด 24 ชั่วโมง จะได้ปลอดภัย! ขับขี่ไปที่ไหนก็ได้รับการดูแลทุกเส้นทาง!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง