การขับรถยนต์ในวันที่ฝนตกอาจเกิดอันตรายได้หากไม่ดูแลใบปัดน้ำฝนให้ดี เพราะหากวันไหนฝนตกหนักแต่ที่ปัดกระจกกลับไม่สามารถใช้งานได้ ย่อมทำให้คุณขับรถได้ยากลำบากยิ่งขึ้น ส่งผลต่อทัศนวิสัยในการขับขี่ ขับรถช้าลงหรือขับรถไม่ได้เลย หากอยากขับขี่ปลอดภัยอย่าลืมดูแลและเช็คความพร้อมรถยนต์ให้ดีและมองหาตัวช่วยเสริมความปลอดภัยอย่างประกันรถยนต์ชั้น 2+ ราคาสุดคุ้มจาก insurverse ที่ให้ความมั่นใจและความปลอดภัยในการขับขี่ได้จริงและตามไปดูวิธีการเช็คสภาพอุปกรณ์นี้ไปพร้อมกัน!
การเลือกใบปัดน้ำฝนที่มีคุณภาพช่วยให้คุณสามารถขับรถได้อย่างปลอดภัย ส่งผลดีต่อมุมมองในการขับขี่ที่ชัดเจนมากขึ้นและหากต้องขับรถลุยฝน ลุยพายุแค่ไหนก็ไร้ความกังวลใจ
หากคุณไม่แน่ใจว่าถึงเวลาเปลี่ยนที่ปัดน้ำฝนแล้วหรือยัง? insurverse ขอแนะนำให้เปลี่ยนใบพัดน้ำฝนทันที เมื่อพบ 5 สัญญาณเตือนเหล่านี้!
สัญญาณเตือนสำคัญที่คุณไม่ควรมองข้ามมากที่สุด คือ ยางปัดน้ำฉีกขาดเพราะไม่เพียงแต่จะปัดน้ำฝนออกจากกระจกหน้ารถไม่ได้ ยังทำให้กระจกรถยนต์ของคุณเป็นรอยได้อีก! แต่ที่น่ากังวลกว่านั้นคือ หากเผลอขับไปชนรถคันอื่น จะเสียเงินค่าซ่อมรถโดยใช่เหตุ! ทางที่ดีพกความอุ่นใจติดรถไปด้วย อย่างประกันชั้น 1 ที่ถึงแม้ไม่มีคู่กรณีก็ให้เคลม แต่ถ้าต้องการประหยัดงบและกังวลเรื่องรถชนรถสามารถเลือกประกันชั้น 2+ ไม่มีคู่กรณีแทนได้ เพราะเป็นประกันที่ราคาเบี้ยประกันต่อปีถูกลงและเหมาะสำหรับการชนที่มีคู่กรณี จะได้ไม่ต้องปล่อยให้ชีวิตตกอยู่ในความเสี่ยงหากถูกรถชนในวันที่ฝนตกหนัก!
ใครเคยเจอสถานการณ์ที่ปัดไม่สามารถปัดน้ำฝนออกจากกระจกหน้ารถได้หมดจะรู้ดีว่าเหตุการณ์นี้สร้างความลำบากและอันตรายในการขับขี่มากแค่ไหน หากคุณไม่อยากตกอยู่ในสถานการณ์นี้ควรรีบเปลี่ยนทันทีเมื่อพบว่าที่ปัดน้ำฝนปัดไม่สะอาด
กรณีเจอปัญหาใบพัดน้ำฝนขูดกระจกเป็นรอย จะทำให้ต้องจ่ายเงินมากกว่าเดิม เพราะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการทำกระจกหน้ารถใหม่ประมาณ 2,000-3,000 บาทเลยทีเดียว นอกจากนี้หากขับรถแล้วมองไม่เห็นทางเผลอขับรถชนรถคันอื่นจนพลิกคว่ำ! จะทำยังไง? จะดีกว่าไหมถ้าทำประกันรถยนต์ชั้น 2+ เอาไว้ เกิดเหตุอันตรายใดๆ ประกันพร้อมจ่ายค่าเสียหายแทน ขอความช่วยเหลือฉุกเฉินจากบริษัทประกันได้เลย
เมื่อยางปัดเริ่มเสื่อมสภาพจะทำให้เกิดเสียงเอี๊ยดอ๊าดจากการเสียดสีระหว่างยางและกระจก ให้จัดการเปลี่ยนด่วน! จะได้ขับรถได้อย่างปลอดภัยมากขึ้นกว่าเดิมและเลือกทำประกันชั้น 2+ ไม่มีคู่กรณีเอาไว้ หากมีรถเผลอขับมาชนคุณหรือคุณขับไปชนใคร? จะได้มีคนให้ความคุ้มครองและช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้ได้!
ปัญหานี้เกิดขึ้นจากรูดหัวฉีดน้ำอุดตันเนื่องจากมีเศษฝุ่นละอองอุดตัน แม้ว่าจะแก้ไขเฉพาะหน้าได้ด้วยการใช้แปรงสีฟันทำความสะอาดแต่หากที่ปัดฝนมีอายุการใช้งานมานานเกินกว่า 6 เดือนควรรีบเปลี่ยน
วิธีการดูแลใบปัดน้ำฝนให้เหมือนใหม่อยู่เสมอสามารถทำตามนี้ได้เลย
ใบปัดน้ำฝนเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเพราะส่งผลต่อความปลอดภัยและความสามารถในการขับขี่ยามฝนตกหนัก ควรรีบเปลี่ยนใหม่ทันทีเมื่อพบ 5 สัญญาณเตือนว่าที่ปัดน้ำฝนเสื่อมสภาพและเพิ่มความอุ่นใจตลอดเส้นทางการขับขี่ไม่ว่าจะฤดูไหนกับประกันรถยนต์ชั้น 2+ insurverse คุ้มครองครอบคลุมสำหรับการชนที่มีคู่กรณีเทียบเท่าประกันชั้น 1 ในราคาคุ้มค่ากว่าและเหมาะกับคนขับที่ไม่ค่อยได้เคลมบ่อย! ประกันรถยนต์ชั้น 2+ ราคาโดนใจมีเอาไว้อุ่นใจเรื่องความปลอดภัยจากอุบัติเหตุแน่นอน!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง