ปัจจุบันตลาดรถเบนซ์มือสองได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วไปมากขึ้น เนื่องจากรถเบนซ์มือสองมีอัตราการขายมือสองที่ดี เพราะเป็นรถยุโรปที่ทั่วโลกให้การยอมรับ ยิ่งเป็นรถรุ่นเก่ายิ่งมีความต้องการสูง เพราะด้วยความคลาสสิคและความหายากนั่นเอง ไม่ใช่เพียงแต่รูปลักษณ์ภายนอกที่รถเบนซ์โดดเด่น ในเรื่องของภายใน option ต่างๆของตัวรถ ก็ถือเป็นจุดเด่นของรถเบนซ์เช่นเดียวกัน ทำให้ใน รถเบนซ์มือสองเป็นที่ต้องการของตลาด วันนี้เราจะมาแนะนำว่า รถเบนซ์รุ่นไหนบ้าง ในการซื้อขายมือสองในปัจจุบัน
ด้วยดีไซน์ภายนอกที่ดูหราสง่างาม การออกแบบภายในห้องโดยสารก็หรูหราเพียบพร้อมไปด้วยระบบอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ครบครัน ความกว้างขวางและพื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสารนั้นสะดวกสบายกว่าที่เคย
จุดเด่นที่ทำให้รถยนต์รุ่นนี้ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องเสมอมาคือ เรื่องของสมรรถนะและความประหยัดอันเลื่องชื่อ เครื่องยนต์ดีเซลรหัส OM 654 M แบบ 4 สูบ ความจุ 1,993 cc. Common rail Direct injection มาพร้อมกับ Turbocharged และ Intercooler มีกำลัง 200 แรงม้า / 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 480 นิวตัน-เมตร ตั้งแต่ 1,800-2,800 รอบ/นาที แค่นั้นยังไม่พอยังมีเทคโนโลยี EQ Boost มาช่วยเพิ่มสมรรถนะ ใช้มอเตอร์แบบ 48V มีกำลัง 20 แรงม้า แรงบิด 200 นิวตัน-เมตร ช่วยเพิ่มสมรรถนะในจังหวะที่ต้องการแรงบิดมากๆ ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ 9G-Tronic สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 7.3 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 245 กม./ชม.
ราคามือสองตกอยู่ที่ประมาณ 2,500,000 บาท
หล่อสมาร์ทโดดเด่นอย่างมีเอกลักษณ์ รถที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องเสมอมาเป็นในดวงใจของคนรักรถทั่วโลก มักจะมีความแตกต่างมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง โดยเฉพาะในเมืองไทยรถยนต์ในอนุกรมเดียวกันอาจมีรูปแบบของตัวรถหลายรูปแบบ
Mercedes-Benz C 350e Plug-in Hybrid เป็นอีกหนึ่งคันที่ได้รับความนิยม ด้วยรูปทรงที่สวยงามหรูหรามีเอกลักษณ์เฉพาะตัววันนี้เป็นรถที่ถูกตามหาอีกคันหนึ่ง เพราะมากด้วยประโยชน์ใช้สอยและมีความสวยงามสไตล์พ่อบ้านสายซิ่ง นอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้วในเรื่องของขุมพลังในการขับเคลื่อน เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้หลายๆ คนชื่นชอบ เพราะขุมพลังในการขับเคลื่อนเป็นแบบ Plug-in Hybrid ได้ทั้งสมรรถนะและความประหยัดแบบเหนือชั้น เครื่องยนต์ต้นกำลังเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร พร้อมเทอร์โบชาร์จ เสริมด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพิ่มสมรรถนะและความประหยัด สมรรถนะที่ได้จากเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้ารวมแล้วมีแรงม้าอยู่ที่ 279 แรงม้า แรงบิด 600 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ 7G-Tronic
ราคามือสองเริ่มต้นที่ประมาณ 749,000 บาท
Mercedes-Benz E300 เปรียบได้ดั่ง รถผู้บริหารสุดหรู โดดเด่นในด้านรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูหรูหรูหราสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ รุ่นนี้ถือเป็นรุ่นที่นิยมมากในไทย
เครื่องยนต์เบนซิน แบบ 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร 1,991 ซีซี. เทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ กำลังสูงสุด 211 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ที่ 1,200 – 4,000 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด 122 แรงม้า 440 นิวตันเมตรเมื่อเครื่องยนต์ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าทั้งระบบ ให้กำลังสูงสุด 320 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9G-Tronic ขับเคลื่อนล้อหลัง แบตเตอรี่ความจุ 13.5 kWh
ราคามือสองอยู่ที่ประมาณ 999,000 บาท
รถเบนซ์ทั้งสามรุ่นที่กล่าวมาคือรุ่นที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน คือการซื้อขายมือสองมาก และยังเหมาะกับคนไทยอีกด้วย หากคุณต้องการรถเบนซ์มือสองเพื่อนำมาขับขี่ ควรเช็กให้ดีก่อนทำการซื้อเพราะไม่ว่ารถรุ่นไหนก็สามารถมีปัญหาได้เช่นเดียวกันรวมไปถึงรถเบนซ์ การเลือกซื้อกับผู้ขายที่น่าเชื่อถือจึงเป็นสิ่งสำคัญที่คุณควรตระหนัก
ซื้อรถแล้วอย่าลืมทำประกันรถยนต์เสมอ ไม่ว่าจะเป็นรถมือหนึ่งหรือรถมือสอง ก็ควรทำประกันรถยนต์ทุกครั้งหลังจากการซื้อขาย เพื่อเป็นการคุ้มครองคุณในยามที่เกิดอุบัติเหตุหรือเรื่องไม่คาดฝันขึ้นบนท้องถนน เลือกซื้อประกันรถยนต์จาก insurverse ให้อุ่นใจทุกครั้งในการขับขี่
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อเปิดดูตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของตนเอง หลายคนอาจเคยสะดุดตากับคำว่า “ร.ย.03” ในหมวดความคุ้มครองเพิ่มเติม และเกิดคำถามว่า รย.03 คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้ขับขี่ หรือบางคนอาจกำลังสับสนระหว่างรหัสในเอกสารประกันภัยกับรหัสประเภทรถของกรมการขนส่งทางบก บทความนี้จะมาไขคำตอบให้ชัดเจน เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิประโยชน์และใช้ความคุ้มครองได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รย.03 คืออะไร ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์? ในแวดวงประกันภัย ร.ย.03 (หรือ รย.03) คือ รหัสมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดให้เป็น “เอกสารแนบท้ายสัญญาประกันภัยรถยนต์ว่าด้วยการประกันตัวผู้ขับขี่ (Driver’s Bail Bond)” ความคุ้มครองนี้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่ขับรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนเป็นเหตุให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) จะต้องดำเนินคดีอาญาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยบริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่นำหลักทรัพย์หรือหนังสือรับรองไปวางเป็นหลักประกันในการขอประกันตัวผู้ขับขี่ออกมาสู้คดีในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือชั้นศาล สาระสำคัญของเอกสารแนบท้าย ร.ย.03: คุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครองของ ร.ย.03 มีรายละเอียดสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรรู้ดังนี้: เปรียบเทียบเอกสารแนบท้าย ร.ย.01, ร.ย.02 และ ร.ย.03 แตกต่างกันอย่างไร? เอกสารแนบท้ายมาตรฐาน คปภ. ที่พบได้บ่อยในกรมธรรม์ภาคสมัครใจ ได้แก่: อย่าจำสับสน! ร.ย.03 (ประกันภัย)… Continue reading รย.03 คืออะไร เจาะลึกเอกสารแนบท้ายประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน