นอกจากการต่อ พ.ร.บ. และประกัน การต่อใบขับขี่ก็สำคัญ ตอนนี้ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป เพราะระบบออนไลน์เข้ามาช่วยลดขั้นตอนหลายอย่าง บทความนี้จะพาคุณไล่ตั้งแต่ภาพรวม วิธีทำ ไปจนถึงเอกสารที่ต้องเตรียม เพื่อให้ต่อใบขับขี่ได้แบบ “ไม่พลาด ไม่เสียเวลา”
Key Takeaway
ปัจจุบัน ผู้ขอต่อใบขับขี่ยังคงต้องใช้รูปแบบเดิม คือ สามารถทำบางขั้นตอนล่วงหน้าออนไลน์ได้ เช่น การอบรมและจองคิว จากนั้นยังต้องไปที่สำนักงานขนส่งเพื่อยืนยันตัวตน ตรวจร่างกาย และรับใบขับขี่
ในส่วนของระบบต่อใบขับขี่ออนไลน์รูปแบบใหม่ถูกออกแบบมาเพื่อลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น และช่วยให้ผู้ใช้ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางหลายรอบเหมือนเดิม ผู้ขอสามารถ “ทำบางขั้นตอนล่วงหน้าออนไลน์” ได้ เช่น การอบรม หรือจองคิว ทำให้วันที่ไปที่ขนส่งใช้เวลาน้อยล
แต่เร็ว ๆ นี้ เราสามารถ “ดำเนินการได้ครบจบออนไลน์” ในช่วง กลางปี 2569 (ประมาณเดือนมิถุนายน) ซึ่งหากมีการอัปเดตอย่างเป็นทางการ จะช่วยลดขั้นตอนและทำให้ไม่ต้องเดินทางไปขนส่งอีกต่อไป
ขั้นตอนต่อใบขับขี่ออนไลน์ก่อนจะไปที่กรมการขนส่งทางบก ผู้ขอต่อใบขับขี่สามารถดำเนินการล่วงหน้าได้บางส่วน เพื่อลดเวลาหน้างานจริง
ต่อใบขับขี่ใช้อะไรบ้าง เพื่อให้การต่ออายุใบขับขี่เป็นไปอย่างราบรื่น ควรเตรียมเอกสารให้ครบก่อนถึงวันนัด
ระบบออนไลน์ไม่ได้รองรับทุกกรณี แต่เหมาะกับผู้ที่เข้าเงื่อนไขดังต่อไปนี้
ที่มา: https://www.freepik.com/free-photo/top-view-green-card-application_30589000.htm#fromView=search&page=1&position=39&uuid=7c981965-9d9f-4e63-8b91-5f2a75c99b2a&query=driver+license+id
แม้ว่าระบบออนไลน์จะช่วยลดขั้นตอนได้มาก แต่ยังมีบางกรณีที่ “ต้องไปดำเนินการที่ขนส่งโดยตรง” เท่านั้น
ต่อประกันออนไลน์ซื้อล่วงหน้าได้ แล้วต่อใบขับขี่ล่ะ? ทำล่วงหน้าได้กี่เดือน มาดูกัน
ต่อใบขับขี่รถยนต์ และมอเตอร์ไซค์ สามารถทำพร้อมกันได้ หากคุณมีใบขับขี่ทั้งสองประเภท และดำเนินการต่อในช่วงเวลาเดียวกัน
ค่าธรรมเนียมขึ้นอยู่กับประเภทใบขับขี่ โดยประมาณคือ รถยนต์ 505 บาท และ รถจักรยานยนต์ 255 บาท (รวมค่าคำขอแล้ว)
หากนำไปใช้งานบนถนน มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาทตามกฎหมาย และหากเกิดอุบัติเหตุ อาจมีผลต่อความคุ้มครองใน กรมธรรม์ของประกันรถยนต์บางกรณี
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันชั้น 3+ เคลมแบบไม่มีคู่กรณีได้ไหม? เคลมรถ เคลมค่ารักษา เคลมประกัน ได้ในลักษณะไหนบ้าง ศึกษาไว้ ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ ไปหาคำตอบกันในบทความนี้
เซฟงบจากประกันชั้น 1 มาเป็นประกันชั้น 2 และ ประกัน 3+ คือมาถูกทางแล้ว! แต่…ประกันชั้น 2 กับ 3+ ต่างกันอย่างไร และควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับการใช้รถของคุณมากที่สุด บทความนี้มีคำตอบ
จ่ายแค่นี้ก็พอแล้ว? จริงหรือ? มาทำความเข้าใจกันว่าทำไม ประกันภัย 3+ คือ ความอุ่นใจของคนงบน้อย บทความนี้สำหรับคนที่ใช้รถทุกวัน อยากมีประกันและเซฟงบในเป๋า