เศรษฐกิจแบบนี้อะไรประหยัดได้ก็ต้องประหยัด โดยเฉพาะคนที่มีรถ เพราะค่าใช้จ่ายเรื่องค่าน้ำมันเฉลี่ยต่อเดือนแล้วเรียกได้ว่าสูงมากกกกก เลยต้องหาวิธีเซฟรายจ่ายด้วยการประหยัดน้ำมันกันหน่อย วันนี้ insurverse เลยมีเคล็ดลับในการประหยัดน้ำมันรถยนต์แบบมือโปรมาฝากกัน เพราะค่าน้ำมันรถยนต์เนี่ยก็เป็นอีกหนึ่งค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนที่ไม่ควรมองข้าม อีกทั้งราคาน้ำมันนับวันจะยิ่งสูงขึ้นไปอีก ทางที่ดีมาหาวิธีเซฟค่าน้ำมันให้มีเงินเหลือ แล้วใช้จ่ายเงินให้คุ้มค่าด้วยการเลือกทำประกันชั้น 1, ประกันชั้น 2+ หรือประกันชั้น 3 เผื่อๆ เอาไว้ด้วยดีกว่า! จะได้ป้องกันค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดจากอุบัติเหตุเอาไว้ล่วงหน้า เกิดเหตุไม่คาดฝันเมื่อไหร่ก็ไม่ต้องกลัว เพราะประกันรถยนต์เขาจะจ่ายค่าเสียหายให้! แล้วเราจะสามารถขับรถประหยัดน้ำมันยังไงได้บ้าง? insurverse จะพาไปดูเคล็ดลับเอง!
นี่ก็คือวิธีประหยัดน้ำมัน 7ข้อ ที่ทำง่ายๆ ได้ด้วยตัวคุณเอง มาลดภาระค่าใช้จ่ายต่อเดือนที่สูงลิ่วแบบมือโปรไปกับ insurverse กันดีกว่า ต่อไปนี้ก็จะได้ไม่ต้องมานั่งกุมขมับเพราะเติมน้ำมันบ่อยอีกต่อไป!
อย่าลืมว่าการขับรถเร็วเกินไป บางครั้งก็ไม่ได้ช่วยให้ถึงที่หมายเร็วขึ้นนะ ตรงกันข้ามมันอาจจะทำให้เครื่องยนต์ของรถคุณทำงานหนักขึ้น ส่งผลให้เกิดการใช้เชื้อเพลิงมากขึ้นและยังเสี่ยงกับอุบัติเหตุได้อีก ยิ่งใครไม่มี ประกันชั้น 1 , ประกันชั้น 2+ หรือประกันชั้น 3 เอาไว้ ยิ่งเสี่ยงเสียเงินและมีค่าใช้จ่ายงอกเพิ่มไม่รู้ตัว! ดังนั้นควรขับรถด้วยความปลอดภัย ใช้ความเร็วที่เหมาะสมและทำประกันติดรถเอาไว้! เพียงเท่านี้ก็จะสามารถประหยัดน้ำมันและประหยัดค่าใช้จ่ายจากเหตุไม่คาดคิดได้อีกเยอะ
ลมยางรถยนต์ที่มีความดันต่ำกว่าค่าที่แนะนำจะทำให้รถยนต์ใช้พลังงานมากขึ้น พูดง่ายๆ ก็คือ รถใช้น้ำมันเปลืองมากกว่าเดิมนั่นเอง ทางที่ดีเจ้าของรถควรตรวจสอบลมดันยางอย่างสม่ำเสมอและเติมลมเอาไว้ให้มีปริมาณที่พอเหมาะ วิธีนี้จะช่วยให้คุณประหยัดน้ำมันได้แน่นอน
การทำความสะอาดรถยนต์เป็นประจำช่วยประหยัดน้ำมันได้เหมือนกัน เพราะเมื่อใดก็ตามที่รถยนต์สะอาด จะช่วยลดแรงต้านอากาศจากฝุ่นและสิ่งสกปรกที่เกาะอยู่บริเวณตัวรถ โดยเฉพาะภายในห้องเครื่องรถ เช่น การทำความสะอาดไส้กรองอากาศรถยนต์ เป็นต้น เมื่อรถยนต์สะอาดทั้งเครื่องยนต์ไปจนถึงภายนอก ก็จะช่วยทำให้รถไม่ต้องใช้พลังงานมากจนเกินไป ลดการใช้พลังงานลดการใช้น้ำมัน!
จำให้ขึ้นใจเลยว่า การบรรทุกของหนักๆ เอาไว้บนรถตลอดเวลา จะทำให้เครื่องยนต์ใช้น้ำมันเปลือง ยิ่งน้ำหนักของมากขึ้นเท่าไหร่ ก็ทำให้รถยนต์ใช้พลังงานมากกว่าเดิม ดังนั้นควรหมั่นเก็บของที่ไม่จำเป็นออกจากรถ ให้รถเบา ขับเคลื่อนได้ง่าย ช่วยลดการใช้น้ำมันเครื่องและช่วยประหยัดน้ำมันไปในตัว
เชื่อว่าข้อนี้หลายๆ คนก็น่าจะรู้กันว่าแอร์เป็นปัจจัยที่ทำให้รถยนต์เปลืองน้ำมัน เพราะการเปิดแอร์เย็นฉ่ำจะทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักขึ้น เมื่อเครื่องยนต์ทำงานหนักขึ้น ก็จะเปลืองน้ำมันเป็นธรรมดา โดยเฉพาะการขับขี่ท่ามกลางอากาศที่ร้อน!
ใครที่ต้องขับรถไปทำงานตามแนวรถไฟฟ้าทุกๆ วัน สามารถประหยัดน้ำมันได้ด้วยการนำรถไปจอดรถไว้ที่สถานีรถไฟฟ้าสักแห่ง แล้วมาเดินทางต่อด้วยระบบขนส่งสาธารณะแทนการขับรถไปยังที่หมาย นอกจากจะช่วยประหยัดน้ำมันได้ดีมากๆ แล้ว ก็ยังช่วยให้คุณประหยัดเวลาจากการจราจรที่ติดขัดได้มากขึ้นกว่าเดิมด้วย!
เคล็ดลับสุดท้ายในการประหยัดน้ำมันก็คือ แชร์การเดินทางกับเพื่อนหรือเพื่อนร่วมงานที่มีเส้นทางไปยังจุดหมายเดียวกัน ซึ่งจะสามารถช่วยลดจำนวนรถบนถนนและลดค่าใช้จ่ายเรื่องน้ำมันรถได้ด้วย!
ใครที่กำลังมองหาวิธีลดภาระค่าใช้จ่ายในการใช้รถยนต์ ก็ลองเอาวิธีประหยัดน้ำมัน 7 ข้อ ที่ insurverse นำฝาก ไปลองปรับใช้กันดูนะหรือถ้าอยากลดค่าใช้จ่ายต่อเดือนมากขึ้นกว่าเดิม อย่าลืมเลือกซื้อประกันรถยนต์ติดรถเอาไว้ด้วย เพราะประกันรถยนต์ชั้น 1, ประกันชั้น 2 หรือประกันชั้น 3 ถือเป็นตัวเลือกที่จะช่วยทำให้คุณไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในกรณีที่รถยนต์เกิดอุบัติเหตุหรือเกิดความเสียหายด้วยตัวเอง ยิ่งถ้าทำประกันรถยนต์ออนไลน์กับ insurverse โดยเฉพาะประกันชั้น 1 ด้วยแล้วละก็ ความคุ้มครองจัดเต็ม คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ที่จ่ายเบี้ยประกันไปแน่นอน ดังนั้นประหยัดค่าน้ำมันแล้วก็ต้องประหยัดค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จะตามมาด้วย มีประกันเอาไว้ รับรองชีวิตจากอุบัติเหตุ เกิดอะไรขึ้นมา ทั้งรถทั้งคนก็อุ่นใจ ไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายเอง แค่ย้ายมาฝากชีวิตและฝากรถไว้กับประกันภัยรถยนต์ insurverse ได้เลย ที่นี่แหละช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายเบี้ยประกันรถยนต์ได้อย่างแท้จริง!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง