ใครที่อยากได้รถยนต์มือ 1 ไม่เกิน 5 แสนต้องฟังทางนี้ ในปี 2024 เรารวมมาให้คุณแล้ว กับ 5 อันดับรถยนต์ราคาไม่เกิน 5 แสน ราคากำลังดีไม่สูงมากจนเกินไป พร้อมการใช้งานที่คุ้มค่า ในราคาที่คุณจ่าย แล้วมีรถยนต์รุ่นไหนบ้างที่ตรงใจคุณ เรามาดูกัน
อีโคคาร์ตัวถัง 4 ประตู ซีดาน มีรุ่นเริ่มต้นอย่าง E CVT ราคาเกินงบประมาณ 5 แสน มาเพียงเล็กน้อย แต่ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง ดีไซน์ไม่เก่าจนเกินไป มาพร้อมกับ เครื่องยนต์เบนซินแบบ 3 สูบ ขนาดความจุ 1.0 ลิตร เทอร์โบ กำลังสูงสุด 100 แรงม้า ที่ 5,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 152 นิวตันเมตร ที่ช่วง 2,400-4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT ขับเคลื่อนล้อหน้า อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 23.3 กิโลเมตร/ลิตร
ราคาของ Nissan Almera รุ่น E CVT อยู่ที่ราคา 515,000 บาท
อีโคคาร์ตัวถังแฮตช์แบ็ก 5 ประตู ที่มีราคาเริ่มต้นต่ำสุดในไทย และทุกรุ่นย่อยราคาไม่เกิน 5 แสนบาท โดยมีให้เลือก 3 รุ่นมาตรฐาน คือ GA เกียร์ธรรมดา ส่วน GL และ GX เป็นเกียร์อัตโนมัติ ขณะที่อุปกรณ์รุ่นสูงสุดอย่าง GX จะมีเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว เบาะแยกพับได้ 60:40 ล้ออัลลอยขนาด 14 นิ้ว มาพร้อมกับ เครื่องยนต์แบบ 3 สูบ ขนาด 1.0 ลิตร กำลังสูงสุด 68 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 90 นิวตันเมตร ที่ช่วง 3,500 รอบ/นาที มีให้เลือกทั้งเกียร์อัตโนมัติ CVT และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ขับเคลื่อนล้อหน้า อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 20.8 ถึง 21.3 กิโลเมตร/ลิตร
โดยราคาของทั้ง 3 รุ่นเบื้องต้น
รถอีโคคาร์ตัวถังแฮตช์แบ็ก 5 ประตู โดยจะมีรุ่นย่อย Active เกียร์ธรรมดาและเกียร์ CVT อยู่ในงบ 5 แสนบาท ขนาดตัวกะทัดรัด ขับง่าย ส่วนอุปกรณ์มาตรฐานตามสไตล์รถราคาประหยัด เพียงพอต่อการใช้งาน มาพร้อมกับ เครื่องยนต์เบนซินแบบ 3 สูบ ขนาดความจุ 1.2 ลิตร กำลังสูงสุด 78 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 100 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที ระบบส่งกำลังมีทั้งแบบธรรมดา (MT) และเกียร์อัตโนมัติ CVT ขับเคลื่อนล้อหน้า อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 23.3 กิโลเมตร/ลิตร
ราคาของทั้ง 3 รุ่น
จุดเด่นของรถคือ มีเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ระบบควบคุมการทรงตัว ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน และจุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX 2 ตำแหน่ง มาพร้อมกับ เครื่องยนต์เบนซินแบบ 3 สูบ ขนาดความจุ 1.2 ลิตร กำลังสูงสุด 78 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 100 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที เกียร์มีทั้งแบบธรรมดา (MT) และเกียร์อัตโนมัติ CVT ขับเคลื่อนล้อหน้า อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 23.3 กิโลเมตร/ลิตร
ราคาของ Mitsubishi Mirage รุ่น Active MT เริ่มต้นที่ราคา 494,000 บาท
รถ Crossover SUV ไฟฟ้าจากจีน มีระยะทางวิ่งสูงสุดเกือบ 400 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (NEDC) ติดตั้งหน้าจอมัลติฟังก์ชันขนาดใหญ่ 14.6 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน ให้ถุงลมนิรภัย 2 จุด มีกล้องมองหลัง ระบบควบคุมการทรงตัว ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน ระบบควบคุมความเร็ว ตัวเครื่องประกอบไปด้วย มอเตอร์ไฟฟ้าไว้ที่เพลาหน้า ขับเคลื่อนล้อหน้า กำลังสูงสุด 95 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร จ่ายไฟด้วยแบตเตอรี่ขนาดความจุ 38.5 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ระยะทางวิ่งสูงสุด 384 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ตามมาตรฐานการทดสอบ NEDC
ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 549,000 บาท
ก็เป็นรถยนต์ทั้ง 5 รุ่นที่มือ 1 ราคาไม่เกิน 5 แสน หรืออาจมี 5 แสนนิด ๆ แต่โดยรวมแล้วทั้ง 5 รุ่นสามารถใช้งานได้ดีในตัวเมือง ขับขี่ได้สบาย และมีฟังก์ชันที่หลากหลาย ตอบโจทย์กับคนทุกไลฟ์สไตล์ ใครที่ชื่นชอบรถรุ่นไหน ก็สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้
ไม่ว่าคุณจะเลือกรถรุ่นไหน อย่าลืมทำประกันรถยนต์ชั้น 1 หลังออกรถเสมอ เพราะรถใหม่ ต้องการความคุ้มครองเป็นพิเศษ เราอยากให้คุณอุ่นใจในทุกเส้นทาง เลือกทำประกันรถยนต์กับทาง insurverse การันตีความคุ้ม ทั้งคุ้มค่าและคุ้มครองได้ครอบคลุม ให้คุณมั่นใจว่ารถใหม่ของคุณได้รับความคุ้มครองอย่างแน่นอน
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อเปิดดูตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของตนเอง หลายคนอาจเคยสะดุดตากับคำว่า “ร.ย.03” ในหมวดความคุ้มครองเพิ่มเติม และเกิดคำถามว่า รย.03 คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้ขับขี่ หรือบางคนอาจกำลังสับสนระหว่างรหัสในเอกสารประกันภัยกับรหัสประเภทรถของกรมการขนส่งทางบก บทความนี้จะมาไขคำตอบให้ชัดเจน เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิประโยชน์และใช้ความคุ้มครองได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รย.03 คืออะไร ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์? ในแวดวงประกันภัย ร.ย.03 (หรือ รย.03) คือ รหัสมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดให้เป็น “เอกสารแนบท้ายสัญญาประกันภัยรถยนต์ว่าด้วยการประกันตัวผู้ขับขี่ (Driver’s Bail Bond)” ความคุ้มครองนี้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่ขับรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนเป็นเหตุให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) จะต้องดำเนินคดีอาญาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยบริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่นำหลักทรัพย์หรือหนังสือรับรองไปวางเป็นหลักประกันในการขอประกันตัวผู้ขับขี่ออกมาสู้คดีในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือชั้นศาล สาระสำคัญของเอกสารแนบท้าย ร.ย.03: คุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครองของ ร.ย.03 มีรายละเอียดสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรรู้ดังนี้: เปรียบเทียบเอกสารแนบท้าย ร.ย.01, ร.ย.02 และ ร.ย.03 แตกต่างกันอย่างไร? เอกสารแนบท้ายมาตรฐาน คปภ. ที่พบได้บ่อยในกรมธรรม์ภาคสมัครใจ ได้แก่: อย่าจำสับสน! ร.ย.03 (ประกันภัย)… Continue reading รย.03 คืออะไร เจาะลึกเอกสารแนบท้ายประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน