vertical_align_top
keyboard_arrow_leftย้อนกลับ
รถติดไหม

รถติดไหม? เช็คเส้นทางล่วงหน้า ไม่ให้เสียเวลาไปกับการนั่งหงุดหงิดบนถนน

schedule
share

เคยไหม? ออกจากบ้านแต่เช้าหวังจะไปถึงที่หมายแบบสวย ๆ แต่พอเลี้ยวเข้าถนนหลักเท่านั้นแหละ สภาพตรงหน้าคือทะเลรถยนต์ที่ยืดยาวไปสุดสายตา นาฬิกาในรถบอกเวลาเข้างานใกล้เข้ามา แต่รถก็ยังไม่กระดิกไปไหนสักที จะหงุดหงิดก็ไม่ช่วยอะไร เพราะใคร ๆ ก็รู้ว่าการจราจรติดขัดเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงยาก โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ ๆ อย่างกรุงเทพฯ ที่ขยับตัวนิดเดียวก็เสียเวลาไปเป็นชั่วโมงแล้ว ถ้าไม่อยากหัวร้อนบนถนน ต้องเริ่มต้นจากการ “เช็คเส้นทางล่วงหน้า” เพื่อหลีกเลี่ยงความปวดหัวเหล่านี้ตั้งแต่แรก หากคุณอยากรู้ว่า รถติดไหม หรืออยากรู้วิธีเช็คว่ารถติดไหม บทความนี้มีคำตอบ

ทำไมการเช็คเส้นทางล่วงหน้าถึงสำคัญ?

สำหรับหลายคน การออกจากบ้านโดยไม่รู้สภาพจราจรล่วงหน้าไม่ต่างอะไรจากการเล่นเกมเสี่ยงดวง ถ้าโชคดีอาจผ่านได้แบบไม่ติดขัด แต่ถ้าโชคร้ายเจอรถติดก็อาจพลาดนัดสำคัญหรือเสียเวลาทั้งวันไปฟรี ๆ การเช็คเส้นทางล่วงหน้าจึงเหมือนเป็นการเตรียมตัวที่ช่วยให้เรารู้ว่าถนนไหนควรไป ถนนไหนควรหลีกเลี่ยง เพราะบางครั้งเส้นทางที่ใกล้ที่สุด อาจไม่ใช่เส้นทางที่เร็วที่สุดเสมอไป ไม่ว่าจะเป็นคนที่ขับรถเอง นั่งรถโดยสาร หรือใช้บริการรถสาธารณะ การรู้เส้นทางก่อนออกเดินทางและเช็คว่า รถติดไหม จะช่วยให้คุณวางแผนได้ดีขึ้น และยังลดโอกาสที่จะไปนั่งหงุดหงิดบนถนนแบบไม่จำเป็นอีกด้วย

นอกจากนี้ ระหว่างที่รถติดบนท้องถนน โอกาสเกิดอุบัติเหตุก็ยังมีอยู่ การมีประกันภัยรถยนต์ จาก insurverse จะช่วยให้คุณสบายใจได้ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหน เพราะไม่เพียงคุ้มครองในกรณีอุบัติเหตุ แต่ยังสามารถปรับแต่งความคุ้มครองให้ตรงกับความต้องการของคุณได้แบบ DIY ครบจบในที่เดียว

traffic
source : https://www.freepik.com/free-photo/busy-crowded-traffic-jam-road_16497169.htm#fromView=search&page=1&position=0&uuid=efb6874e-4a58-466c-990a-bbf3ed099a6b&new_detail=true

วิธีเช็คว่ารถติดไหมอย่างละเอียด ใช้งานได้จริง

หากต้องการรู้สถานการณ์จราจรหรืออยากรู้ว่า รถติดไหม ก่อนออกจากบ้าน ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ด้วยเครื่องมือที่มีให้เลือกใช้มากมายในยุคดิจิทัล Insurverse จะมาอธิบายวิธีเช็ครถติดในแต่ละช่องทางอย่างละเอียดเพื่อให้ใช้งานได้จริงทุกวัน รับรองว่าประหยัดทั้งเวลาและอารมณ์ไปได้เยอะ

1. เช็คสภาพจราจรผ่าน Google Maps

Google Maps เป็นแอปพลิเคชันยอดนิยมที่สามารถแสดงสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ โดยวิธีการใช้งานมีดังนี้

  1. เปิดแอป Google Maps บนสมาร์ทโฟน
  2. ใส่จุดหมายปลายทาง ระบบจะประมวลผลเส้นทางที่เร็วที่สุดให้โดยอัตโนมัติ
  3. สังเกตสีที่แสดงบนแผนที่
    • สีเขียว = ถนนโล่ง
    • สีเหลือง = การจราจรเคลื่อนตัวช้า
    • สีแดง = รถติดหนัก
  4. แอปจะแจ้งเวลาเดินทางโดยประมาณและแนะนำเส้นทางหลีกเลี่ยงรถติด
  5. เปิดโหมด “ขับรถ” เพื่อให้ระบบนำทางตลอดเส้นทาง พร้อมแจ้งเตือนเมื่อเกิดการจราจรติดขัด

2. Waze แอปนำทางจากข้อมูลผู้ใช้จริง

Waze เป็นแอปพลิเคชันนำทางที่อาศัยข้อมูลจากผู้ใช้งานรายงานสถานการณ์จราจรแบบเรียลไทม์ วิธีใช้งานดังนี้

  1. ดาวน์โหลดและเปิดแอป Waze บนมือถือ
  2. ป้อนจุดหมายปลายทาง ระบบจะคำนวณเส้นทางที่เร็วที่สุดให้โดยอัตโนมัติ
  3. แอปจะแจ้งเตือนข้อมูลสำคัญ เช่น อุบัติเหตุ สิ่งกีดขวาง หรือการก่อสร้างที่ทำให้รถติด

นอกจากนี้ คุณยังสามารถรายงานปัญหาจราจรเองได้ เพื่อช่วยให้ข้อมูลเป็นประโยชน์กับผู้ใช้รายอื่น

3. ดูผ่าน CCTV ทางด่วนผ่าน https://highwaytraffic.go.th/

https://highwaytraffic.go.th/ เป็นเว็บไซต์จากทางกรมทางหลวง ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าดู CCTV บนทางด่วนแบบเรียลไทม์ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเดินทางบนทางด่วน โดยวิธีการใช้งานก็มีดังนี้

  1. เข้าสู่เว็บไซต์ https://highwaytraffic.go.th/
  2. ที่ด้านขวา กรอกข้อมูลจังหวัดที่คุณต้องการดู
  3. กดค้นหา
  4. จากนั้นในแมพจะขึ้นจุดสีฟ้า ให้คลิกที่แต่ละจุด ระบบจะแสดงภาพ CCTV แบบเรียลไทม์

4.เช็ค CCTV และเส้นทางจราจรในกรุงเทพผ่าน https://www.bmatraffic.com/

เป็นเว็บไซต์จาก สำนักการจราจรและขนส่งกรุงเทพ โดยเว็บนี้จะเหมาะสำหรับคนที่เดินทางในกรุงเทพ วิธีใช้ก็ง่ายมาก

  1. เข้าไปที่เว็บไซต์ https://www.bmatraffic.com/
  2. กดค้นหาเส้นทาง
  3. กรอกต้นทางและปลายทาง
  4. หน้าเว็บจะขึ้น CCTV และเส้นทางที่คุณต้องเดินทางอย่างละเอียด
  5. โดยสีเขียวคือเส้นทางราบรื่น สีเหลืองคือรถติดปานกลาง สีแดงคือรถติดมาก
  6. นอกจากนี้ยังมีระบบแจ้งเตือนอุบัติเหตุ แจ้งเตือนเหตุการณ์จราจรต่าง ๆ ช่วยให้คุณวางแผนได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

5. เช็คว่ารถติดไหม จาก JS100 Application 

JS100 Application เป็นแอปจาก จส. 100 ซึ่งรวมฟังก์ชั่นที่มีประโยชน์ต่อผู้ขับขี่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น

  • แผนที่แจ้งเตือนรถติดตามสี เขียว เหลือง แดง
  • ฟังวิทยุรายงานสถานการณ์การจราจรฟรี
  • ระบบ SOS แจ้งเตือนเหตุฉุกเฉินในกรณีต้องการความช่วยเหลือ
  • เช็คอุบัติเหตุแบบเรียลไทม์ผ่านระบบแจ้งเตือนอุบัติเหตุ

เคล็ดลับวางแผนเส้นทางให้ปัง ไม่ต้องนั่งเซ็ง

การรู้ข้อมูลจราจรหรือรู้ว่ารถติดไหม เป็นแค่ส่วนหนึ่ง แต่การวางแผนให้ดีจะช่วยให้คุณเดินทางได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยเคล็ดลับเหล่านี้ การเดินทางของคุณจะราบรื่นมากยิ่งขึ้น

  1. เลือกประกันภัยรถยนต์ที่เหมาะกับตัวเอง

เรื่องนี้หลาย ๆ คนอาจจะมองข้าม แต่บอกเลยว่ามันคือหนึ่งสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญก่อนขับรถออกจากบ้านเลยล่ะ เพราะประกันที่ดีไม่ใช่แค่ทำให้คุณมั่นใจบนท้องถนน แต่ช่วยเซฟภาระค่าใช้จ่ายเวลาเกิดเหตุไม่คาดฝันบนท้องถนนอีกด้วย

แล้วประกันแบบไหนล่ะถึงจะดี? หากยังเลือกไม่ถูก ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ที่ insurverse คืออีกหนึ่งตัวเลือกที่สามารถตอบโจทย์คุณได้ เพราะที่นี่ คุณสามารถ เลือกความคุ้มครองที่ต้องการ ลดความคุ้มครองที่ไม่จำเป็น ทำให้เพิ่มลดเบี้ยประกันได้ตามใจ นอกจากจะได้สิทธิประโยชน์ที่จำเป็นแล้ว ยังไม่ต้องจ่ายเบี้ยเกินจำเป็นอีกด้วย

2. เตรียมเส้นทางสำรองไว้เสมอ

อย่ายึดติดกับเส้นทางหลักเส้นเดียว เพราะเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอ เช่น รถชน น้ำท่วม หรือมีงานก่อสร้าง วิธีแก้คือตรวจสอบเส้นทางอื่นที่ใช้ได้

  • เปิดแอปพลิเคชันแล้วกดดู “เส้นทางอื่น ๆ” เพื่อหาทางลัดหรือเส้นรอง
  • ตรวจสอบถนนสายเล็กที่เชื่อมกับเส้นหลัก ซึ่งบางครั้งอาจช่วยประหยัดเวลาได้เยอะ
  • วางแผนล่วงหน้าโดยบันทึกเส้นทางที่เป็นตัวเลือกสำรองไว้ เช่น เส้นทางผ่านซอยหรือทางเลี่ยงเมือง

3. เลี่ยงช่วงเวลาเร่งด่วน

หากคุณมีความยืดหยุ่นเรื่องเวลา ควรเลี่ยงการออกเดินทางในช่วง 7.00-9.00 น. และ 17.00-19.00 น. เพราะเป็นเวลาที่รถติดหนักที่สุด เนื่องจากผู้คนเดินทางไปทำงานและกลับบ้าน:

  • ลองปรับเวลาออกเดินทางให้เร็วขึ้น 30-60 นาที เพื่อหลีกเลี่ยงชั่วโมงเร่งด่วน
  • ใช้เวลาดังกล่าวให้เกิดประโยชน์ เช่น ออกไปนั่งทำงานในคาเฟ่ หรือเตรียมตัวก่อนเริ่มงาน
  • หากทำได้ ควรจัดตารางนัดหมายหรือทำธุระในช่วงเวลาที่รถโล่ง เช่น สายหน่อยหรือบ่ายแก่ ๆ

4. เผื่อเวลาสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

ไม่ว่าจะวางแผนดีแค่ไหน บางครั้งก็อาจเจอเหตุการณ์ที่ทำให้รถติดกว่าที่คาด เช่น ฝนตกหนัก อุบัติเหตุ หรือปิดถนนกะทันหัน:

  • เผื่อเวลาเดินทางอย่างน้อย 15-30 นาที เพื่อป้องกันความล่าช้า
  • ถ้าเกิดเหตุการณ์กะทันหัน ให้เช็คแอปหรือโซเชียลมีเดียเพื่อหาทางออกอย่างรวดเร็ว
people ride a car
source : https://www.freepik.com/free-photo/woman-sitting-car-trunk-taking-photograph-through-mobile-phone_2639805.htm#from_view=detail_alsolike

สรุป

การวางแผนล่วงหน้าและเช็คว่า รถติดไหม เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้การเดินทางของคุณราบรื่นและมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการเช็คเส้นทางด้วยแอปพลิเคชัน หรือติดตามสถานการณ์จากกล้อง CCTV ก็ล้วนช่วยลดความเสี่ยงจากรถติดได้ทั้งสิ้น 

แต่เหนือสิ่งอื่นใด การเตรียมความพร้อมสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น อุบัติเหตุหรือปัญหาบนท้องถนน ก็ยิ่งช่วยให้คุณอุ่นใจยิ่งขึ้น ดังนั้น การทำประกันรถยนต์ที่คุ้มค่าและครอบคลุมจาก Insurverse ถือเป็นตัวช่วยสำคัญที่คุณไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากจะช่วยคุ้มครองค่าใช้จ่ายฉุกเฉินแล้ว ยังสามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการ ขับรถสไตล์ไหน เราก็พร้อมตอบโจทย์

ทั้งหมดนี้จะช่วยให้คุณมั่นใจในทุกการเดินทาง ไม่ว่ารถติดหรือเหตุการณ์ไหนก็ไม่ต้องกังวล

คำถามที่พบบ่อย

วิธีดูว่ารถติดไหม

เปิดแอป Google Maps หรือ Waze แล้วใส่จุดหมาย ระบบจะแสดงสภาพจราจรเป็นสีชัดเจน เขียว (โล่ง), เหลือง (ติดนิดหน่อย), แดง (รถติดหนัก) หรือดูกล้องวงจรปิดผ่านเว็บอย่าง highwaytraffic.go.th และ bmatraffic.com ได้เลย

เส้นสีแดง ในแผนที่ คืออะไร

เส้นสีแดงในแผนที่อย่างแอป Google Maps หรือ Waze หมายถึงเส้นทางนั้นรถติดมาก ควรหลีกเลี่ยงไปเส้นทางที่เป็นสีเหลืองหรือสีเขียวแทน

กรุงเทพฯรถติดไหม

กรุงเทพขึ้นชื่อว่ารถติดที่สุดในประเทศไทย ดังนั้นการเดินทางแทบจะทุกเวลาจึงต้องเจอรถติดทั้งหมด อย่างไรก็ตาม สามารถหลีกเลี่ยงได้ด้วยการเช็คว่ารถติดไหมผ่านแอป หรือออกจากบ้านในเวลาที่ไม่ใช่เวลาเร่งด่วน

เวลาเร่งด่วนคือกี่โมง

7.00-9.00 น. และ 17.00-19.00 น. ในวันธรรมดา ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ ขึ้นอยู่กับกิจกรรมหรืออีเวนท์ต่าง ๆ ในวันนั้น ๆ ซึ่งเวลาเหล่านี้คือเวลาที่รถติดที่สุด

ทำไมถึงเกิดปัญหารถติด

สาเหตุหลัก ๆ คือปริมาณรถมากเกินถนนจะรองรับ, มีการจอดรถในที่ห้าม, ระบบขนส่งสาธารณะไม่ทั่วถึง, อุบัติเหตุ, และการซ่อมถนนที่ทำให้ช่องจราจรแคบลง

check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย