เคยไหม? ออกจากบ้านแต่เช้าหวังจะไปถึงที่หมายแบบสวย ๆ แต่พอเลี้ยวเข้าถนนหลักเท่านั้นแหละ สภาพตรงหน้าคือทะเลรถยนต์ที่ยืดยาวไปสุดสายตา นาฬิกาในรถบอกเวลาเข้างานใกล้เข้ามา แต่รถก็ยังไม่กระดิกไปไหนสักที จะหงุดหงิดก็ไม่ช่วยอะไร เพราะใคร ๆ ก็รู้ว่าการจราจรติดขัดเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงยาก โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ ๆ อย่างกรุงเทพฯ ที่ขยับตัวนิดเดียวก็เสียเวลาไปเป็นชั่วโมงแล้ว ถ้าไม่อยากหัวร้อนบนถนน ต้องเริ่มต้นจากการ “เช็คเส้นทางล่วงหน้า” เพื่อหลีกเลี่ยงความปวดหัวเหล่านี้ตั้งแต่แรก หากคุณอยากรู้ว่า รถติดไหม หรืออยากรู้วิธีเช็คว่ารถติดไหม บทความนี้มีคำตอบ
สำหรับหลายคน การออกจากบ้านโดยไม่รู้สภาพจราจรล่วงหน้าไม่ต่างอะไรจากการเล่นเกมเสี่ยงดวง ถ้าโชคดีอาจผ่านได้แบบไม่ติดขัด แต่ถ้าโชคร้ายเจอรถติดก็อาจพลาดนัดสำคัญหรือเสียเวลาทั้งวันไปฟรี ๆ การเช็คเส้นทางล่วงหน้าจึงเหมือนเป็นการเตรียมตัวที่ช่วยให้เรารู้ว่าถนนไหนควรไป ถนนไหนควรหลีกเลี่ยง เพราะบางครั้งเส้นทางที่ใกล้ที่สุด อาจไม่ใช่เส้นทางที่เร็วที่สุดเสมอไป ไม่ว่าจะเป็นคนที่ขับรถเอง นั่งรถโดยสาร หรือใช้บริการรถสาธารณะ การรู้เส้นทางก่อนออกเดินทางและเช็คว่า รถติดไหม จะช่วยให้คุณวางแผนได้ดีขึ้น และยังลดโอกาสที่จะไปนั่งหงุดหงิดบนถนนแบบไม่จำเป็นอีกด้วย
นอกจากนี้ ระหว่างที่รถติดบนท้องถนน โอกาสเกิดอุบัติเหตุก็ยังมีอยู่ การมีประกันภัยรถยนต์ จาก insurverse จะช่วยให้คุณสบายใจได้ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหน เพราะไม่เพียงคุ้มครองในกรณีอุบัติเหตุ แต่ยังสามารถปรับแต่งความคุ้มครองให้ตรงกับความต้องการของคุณได้แบบ DIY ครบจบในที่เดียว
หากต้องการรู้สถานการณ์จราจรหรืออยากรู้ว่า รถติดไหม ก่อนออกจากบ้าน ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ด้วยเครื่องมือที่มีให้เลือกใช้มากมายในยุคดิจิทัล Insurverse จะมาอธิบายวิธีเช็ครถติดในแต่ละช่องทางอย่างละเอียดเพื่อให้ใช้งานได้จริงทุกวัน รับรองว่าประหยัดทั้งเวลาและอารมณ์ไปได้เยอะ
Google Maps เป็นแอปพลิเคชันยอดนิยมที่สามารถแสดงสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ โดยวิธีการใช้งานมีดังนี้
Waze เป็นแอปพลิเคชันนำทางที่อาศัยข้อมูลจากผู้ใช้งานรายงานสถานการณ์จราจรแบบเรียลไทม์ วิธีใช้งานดังนี้
นอกจากนี้ คุณยังสามารถรายงานปัญหาจราจรเองได้ เพื่อช่วยให้ข้อมูลเป็นประโยชน์กับผู้ใช้รายอื่น
https://highwaytraffic.go.th/ เป็นเว็บไซต์จากทางกรมทางหลวง ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าดู CCTV บนทางด่วนแบบเรียลไทม์ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเดินทางบนทางด่วน โดยวิธีการใช้งานก็มีดังนี้
เป็นเว็บไซต์จาก สำนักการจราจรและขนส่งกรุงเทพ โดยเว็บนี้จะเหมาะสำหรับคนที่เดินทางในกรุงเทพ วิธีใช้ก็ง่ายมาก
JS100 Application เป็นแอปจาก จส. 100 ซึ่งรวมฟังก์ชั่นที่มีประโยชน์ต่อผู้ขับขี่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น
การรู้ข้อมูลจราจรหรือรู้ว่ารถติดไหม เป็นแค่ส่วนหนึ่ง แต่การวางแผนให้ดีจะช่วยให้คุณเดินทางได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยเคล็ดลับเหล่านี้ การเดินทางของคุณจะราบรื่นมากยิ่งขึ้น
เรื่องนี้หลาย ๆ คนอาจจะมองข้าม แต่บอกเลยว่ามันคือหนึ่งสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญก่อนขับรถออกจากบ้านเลยล่ะ เพราะประกันที่ดีไม่ใช่แค่ทำให้คุณมั่นใจบนท้องถนน แต่ช่วยเซฟภาระค่าใช้จ่ายเวลาเกิดเหตุไม่คาดฝันบนท้องถนนอีกด้วย
แล้วประกันแบบไหนล่ะถึงจะดี? หากยังเลือกไม่ถูก ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ที่ insurverse คืออีกหนึ่งตัวเลือกที่สามารถตอบโจทย์คุณได้ เพราะที่นี่ คุณสามารถ เลือกความคุ้มครองที่ต้องการ ลดความคุ้มครองที่ไม่จำเป็น ทำให้เพิ่มลดเบี้ยประกันได้ตามใจ นอกจากจะได้สิทธิประโยชน์ที่จำเป็นแล้ว ยังไม่ต้องจ่ายเบี้ยเกินจำเป็นอีกด้วย
อย่ายึดติดกับเส้นทางหลักเส้นเดียว เพราะเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอ เช่น รถชน น้ำท่วม หรือมีงานก่อสร้าง วิธีแก้คือตรวจสอบเส้นทางอื่นที่ใช้ได้
หากคุณมีความยืดหยุ่นเรื่องเวลา ควรเลี่ยงการออกเดินทางในช่วง 7.00-9.00 น. และ 17.00-19.00 น. เพราะเป็นเวลาที่รถติดหนักที่สุด เนื่องจากผู้คนเดินทางไปทำงานและกลับบ้าน:
ไม่ว่าจะวางแผนดีแค่ไหน บางครั้งก็อาจเจอเหตุการณ์ที่ทำให้รถติดกว่าที่คาด เช่น ฝนตกหนัก อุบัติเหตุ หรือปิดถนนกะทันหัน:
การวางแผนล่วงหน้าและเช็คว่า รถติดไหม เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้การเดินทางของคุณราบรื่นและมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการเช็คเส้นทางด้วยแอปพลิเคชัน หรือติดตามสถานการณ์จากกล้อง CCTV ก็ล้วนช่วยลดความเสี่ยงจากรถติดได้ทั้งสิ้น
แต่เหนือสิ่งอื่นใด การเตรียมความพร้อมสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น อุบัติเหตุหรือปัญหาบนท้องถนน ก็ยิ่งช่วยให้คุณอุ่นใจยิ่งขึ้น ดังนั้น การทำประกันรถยนต์ที่คุ้มค่าและครอบคลุมจาก Insurverse ถือเป็นตัวช่วยสำคัญที่คุณไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากจะช่วยคุ้มครองค่าใช้จ่ายฉุกเฉินแล้ว ยังสามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการ ขับรถสไตล์ไหน เราก็พร้อมตอบโจทย์
ทั้งหมดนี้จะช่วยให้คุณมั่นใจในทุกการเดินทาง ไม่ว่ารถติดหรือเหตุการณ์ไหนก็ไม่ต้องกังวล
เปิดแอป Google Maps หรือ Waze แล้วใส่จุดหมาย ระบบจะแสดงสภาพจราจรเป็นสีชัดเจน เขียว (โล่ง), เหลือง (ติดนิดหน่อย), แดง (รถติดหนัก) หรือดูกล้องวงจรปิดผ่านเว็บอย่าง highwaytraffic.go.th และ bmatraffic.com ได้เลย
เส้นสีแดงในแผนที่อย่างแอป Google Maps หรือ Waze หมายถึงเส้นทางนั้นรถติดมาก ควรหลีกเลี่ยงไปเส้นทางที่เป็นสีเหลืองหรือสีเขียวแทน
กรุงเทพขึ้นชื่อว่ารถติดที่สุดในประเทศไทย ดังนั้นการเดินทางแทบจะทุกเวลาจึงต้องเจอรถติดทั้งหมด อย่างไรก็ตาม สามารถหลีกเลี่ยงได้ด้วยการเช็คว่ารถติดไหมผ่านแอป หรือออกจากบ้านในเวลาที่ไม่ใช่เวลาเร่งด่วน
7.00-9.00 น. และ 17.00-19.00 น. ในวันธรรมดา ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ ขึ้นอยู่กับกิจกรรมหรืออีเวนท์ต่าง ๆ ในวันนั้น ๆ ซึ่งเวลาเหล่านี้คือเวลาที่รถติดที่สุด
สาเหตุหลัก ๆ คือปริมาณรถมากเกินถนนจะรองรับ, มีการจอดรถในที่ห้าม, ระบบขนส่งสาธารณะไม่ทั่วถึง, อุบัติเหตุ, และการซ่อมถนนที่ทำให้ช่องจราจรแคบลง
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง