เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายปีและอากาศหนาวมาเยือน จุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะปักหมุดเที่ยวทางภาคเหนือของไทย เพราะอากาศดี วิวสวย และมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งให้แวะเก็บภาพความประทับใจหนึ่งในแลนด์มาร์กที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบนั่นคือ ม่อนแจ่ม สถานที่เที่ยวยอดฮิตอันตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ การเดินทางท่องเที่ยวบนท้องถนนย่อมมีความเสี่ยง ดังนั้นการมีประกันรถยนต์จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยดูแลคุณในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดคิด ใครกำลังวางแพลนไปเที่ยวเชียงใหม่ บอกเลยว่าม่อนแจ่มคือสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด”
เมื่อพูดถึงคำว่า “ม่อน” หลายคนอาจเดาได้ว่าต้องเป็นสถานที่ที่อยู่บนที่สูง สถานที่เที่ยวอย่างม่อนแจ่มจึงเป็นสถานที่ที่ตั้งอยู่บนความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 1,300 เมตร ของอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นสถานที่เที่ยวเปิดให้ชมวิวกว้าง 360 องศา มีทุ่งดอกไม้ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวง และมีกิจกรรมหลายอย่าง นักท่องเที่ยวจึงชอบมาเยือนโดยเฉพาะช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศดีเป็นพิเศษ มีความหนาวเย็น สูดความสดชื่นได้อย่างเต็มปอด
แม้พื้นที่ของดอยม่อนแจ่มจะไม่ได้กว้างใหญ่มากนัก แต่ถึงอย่างนั้นนักท่องเที่ยวสามารถรับชมวิวสวย ๆ ของม่อนแจ่มได้หลากหลายมุม ซึ่งมีเสน่ห์และความสวยงามแตกต่างกัน
เริ่มต้นที่วิวสวย ๆ ของดอกไม้สีม่วงน่ารักเจ้าของชื่อดอกเบอร์วีน่า โดยดอกไม้ชนิดนี้มักบานสะพรั่งต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวและฤดูฝน หลายคนจึงนิยมมาเก็บภาพดอกไม้สีม่วงน่ารักสดใสกันเป็นจำนวนมาก นอกจากวิวสวย ๆ ของดอกไม้แล้ว ภาพด้านหลังยังเป็นทิวเขาเขียวขจี รับรองว่านอกจากได้ความประทับใจกลับบ้านแล้วยังได้ภาพสวย ๆ กลับไปอวดคนที่บ้านอีกด้วย
จุดชมวิวมหาชนหรือจุดชมวิวหลักของดอยม่อนแจ่ม ตั้งอยู่บนสันเขาสูง มีซุ้มไม้ตั้งเรียงรายบริเวณริมหน้าผาสามารถนั่งพักชมวิวได้ จุดนี้กลายเป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อมองออกไปจะเห็นทิวเขาสวยงาม วิวด้านล่างจะเป็นแปลงผักและดอกไม้สีสวยบานสะพรั่งต้อนรับนักท่องเที่ยว ยามเช้ามีโอกาสได้เจอทะเลหมอก นั่งพักกับครอบครัวชมวิวธรรมชาติได้แบบชิล ๆ
ชมวิวสวยพร้อมได้รับความรู้ไปพร้อมกันที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย 1 ใน 5 ศูนย์โครงการหลวงของจังหวัดทางภาคเหนือ จัดตั้งเพื่อสนับสนุนการวิจัยและทดสอบพืชเมืองหนาว นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นศูนย์การเรียนรู้และสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร เปิดให้กลุ่มคนทั่วไปหรือหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาศึกษาดูงาน มีสาธิตการปลูกผักแบบไฮโดรโปนิกส์หรือการปลูกพืชแบบไม่ใช้ดิน รวมถึงการปลูกสมุนไพรและพืชเมืองหนาวต่าง ๆ
เดินชมความงามของทุ่งดอกไม้สีสันสวยงามอันถูกโอบล้อมด้วยภูเขาบน SKYWALK ม่อนแจ่ม อยู่ห่างจากทางเข้าม่อนแจ่มเพียง 50 เมตร ทางเดินลอยฟ้าที่สร้างขึ้นจากไม้ทำให้ไม่ดูขัดกับธรรมชาติสวยงาม โดยทางเดินดังกล่าวมีความยาวมากกว่า 100 เมตร เดินลัดเลาะชมความงามตามริมภูเขา ระหว่างทางจะมีดอกสร้อยไก่สีแดงสดใสให้เห็นตลอดทาง หากอยากมาชมวิวสวยเป็นพิเศษแนะนำให้มาตอนเช้า มีโอกาสได้เห็นทะเลหมอก และชมวิวสวยแบบ 360 องศา
ห่างออกมาจาก ม่อนแจ่ม อีกนิดสามารถแวะชมวิวสวย ๆ ได้ที่ภูเก็บตะวัน จุดเด่นของสถานที่แห่งนี้คือมีสะพานไม้สวย ๆ ทอดยาว ซึ่งถือเป็นจุดชมวิว รับวิวธรรมชาติได้อย่างเต็มอิ่ม มองเห็นทิวเขาน้อยใหญ่ได้สุดลูกหูลูกตา ใครมาตอนเช้ากระซิบว่าได้เปรียบ เพราะจะได้สัมผัสอากาศเย็นและไอหมอกบาง ๆ อากาศดีสุด ๆ
กิจกรรมพลาดไม่ได้สำหรับคนอยากชมความงามธรรมชาติและสัมผัสอากาศหนาวเย็น นั่นคือการเยี่ยมชมทะเลหมอกยามเช้า ทะเลหมอกจะปกคลุมทิวเขาเป็นภาพธรรมชาติสวยงามหาชมยาก แนะนำให้มาแต่เช้าเพื่อจับจองพื้นที่
บนดอยม่อนแจ่มยังมีร้านกาแฟเล็ก ๆ ให้สั่งเครื่องดื่มแก้วโปรด จุดเด่นไม่ใช่แค่ความอร่อยเท่านั้นแต่ยังได้ฟินกับวิวธรรมชาติ จิบกาแฟไปด้วยชมวิวไปด้วยรับรองว่าฟินสุด ๆ
อย่างที่บอกไปว่าที่ม่อนแจ่มมีศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอยที่เปิดโอกาสให้คนทั่วไปเข้าไปเยี่ยมชมพืชเมืองหนาว เนื่องจากที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร นอกจากได้เที่ยวยังได้ความรู้และมีของฝากให้เลือกซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน
ด้วยความที่ม่อนแจ่มตั้งบนพื้นที่สูงเหนือระดับน้ำทะเลจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีโอกาสได้เห็นดอกไม้เมืองหนาวนานาสีสัน การถ่ายภาพอวดรูปสวย ๆ ลงโซเชียลจึงเป็นกิจกรรมหนึ่งที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบ เพราะมีดอกไม้นานาชนิดให้ถ่ายรูป สีสันสดใส แถมยังหาชมได้ยาก ใครมาก็ต้องได้ภาพสวย ๆ กลับไปอวดคนที่บ้านอย่างแน่นอน
หากกำลังมองหาสถานที่เที่ยวอากาศดี วิวสวย แนะนำว่าห้ามพลาดมาเที่ยวม่อนแจ่ม แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่จะทำให้นักท่องเที่ยวได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ พร้อมสนุกกับกิจกรรมมากมาย และยังหายใจได้อย่างเต็มปอดเพราะอากาศดีมาก ๆ เมื่อมาถึงม่อนแจ่มแล้วก็อย่าลืมลิ้มรสอาหารเหนือ เพื่อเป็นการยืนยันว่าได้มาเที่ยวเมืองเหนือแล้วจริง ๆ
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อเปิดดูตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของตนเอง หลายคนอาจเคยสะดุดตากับคำว่า “ร.ย.03” ในหมวดความคุ้มครองเพิ่มเติม และเกิดคำถามว่า รย.03 คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้ขับขี่ หรือบางคนอาจกำลังสับสนระหว่างรหัสในเอกสารประกันภัยกับรหัสประเภทรถของกรมการขนส่งทางบก บทความนี้จะมาไขคำตอบให้ชัดเจน เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิประโยชน์และใช้ความคุ้มครองได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รย.03 คืออะไร ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์? ในแวดวงประกันภัย ร.ย.03 (หรือ รย.03) คือ รหัสมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดให้เป็น “เอกสารแนบท้ายสัญญาประกันภัยรถยนต์ว่าด้วยการประกันตัวผู้ขับขี่ (Driver’s Bail Bond)” ความคุ้มครองนี้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่ขับรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนเป็นเหตุให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) จะต้องดำเนินคดีอาญาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยบริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่นำหลักทรัพย์หรือหนังสือรับรองไปวางเป็นหลักประกันในการขอประกันตัวผู้ขับขี่ออกมาสู้คดีในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือชั้นศาล สาระสำคัญของเอกสารแนบท้าย ร.ย.03: คุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครองของ ร.ย.03 มีรายละเอียดสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรรู้ดังนี้: เปรียบเทียบเอกสารแนบท้าย ร.ย.01, ร.ย.02 และ ร.ย.03 แตกต่างกันอย่างไร? เอกสารแนบท้ายมาตรฐาน คปภ. ที่พบได้บ่อยในกรมธรรม์ภาคสมัครใจ ได้แก่: อย่าจำสับสน! ร.ย.03 (ประกันภัย)… Continue reading รย.03 คืออะไร เจาะลึกเอกสารแนบท้ายประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน