เคยสังเกตกันหรือไม่ว่าเวลาที่ซื้อรถใหม่ทางค่ายรถมักจะแถมยางอะไหล่มาให้เสมอ นั่นเพราะยางอะไหล่มีความจำเป็น โดยเฉพาะความปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน บางรุ่นอาจมีขนาดเทียบเท่ากับยางติดรถยนต์ บางรุ่นอาจมีขนาดเล็กใช้งานได้เพียงชั่วคราวก่อนที่จะทำการซ่อมยางเดิมแล้วเปลี่ยนยางอะไหล่ออก
ยางอะไหล่เป็นยางสำรองที่มีติดมากับรถยนต์เพื่อใช้งานในกรณีที่ยางหลักเกิดปัญหา เช่น ยางรั่ว ลมยางอ่อนโดยไม่มีสาเหตุ หรือยางแตก การมียางอะไหล่ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะช่วยให้คุณสามารถเดินทางต่อได้อย่างปลอดภัย
ยางอะไหล่ที่มีให้จากโรงงานรถยนต์ทั่วไปมีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภท ได้แก่
การเปลี่ยนยางอะไหล่เป็นทักษะพื้นฐานที่ผู้ขับขี่ทุกคนควรทราบ มีขั้นตอนดังนี้
ยางอะไหล่ก็มีอายุการใช้งานเหมือนกับยางรถยนต์ทั่วไป ซึ่งเจ้าของรถควรเปลี่ยนใหม่หากยางมีอายุการใช้งานนานกว่า 6 ปี หรือหากยางมีรอยสึกและดอกยางไม่สมบูรณ์ เพราะยางอะไหล่ที่มีคุณภาพต่ำอาจทำให้เสี่ยงต่อความปลอดภัยเมื่อนำมาใช้งาน
การตรวจสอบยางอะไหล่ควรทำทุก 3 – 6 เดือน โดยเช็กสภาพดอกยาง รอยแตกลายงา และแรงดันลม นอกจากนี้ควรจัดเก็บยางอะไหล่ในสภาพที่สะอาดและไม่ถูกแสงแดดเพื่อยืดอายุการใช้งาน
ยางอะไหล่ถูกออกแบบให้ใช้ระยะทางสั้น ๆ หรือชั่วคราวเท่านั้น ซึ่งเพียงพอที่จะขับรถไปยังร้านยางหรือศูนย์บริการภายในระยะทาง 10 – 20 กิโลเมตรได้ โดยเฉพาะยางขนาดเล็กหรือยางชั่วคราว ควรใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และควรเปลี่ยนกลับเป็นยางหลักโดยเร็วที่สุด
ยางอะไหล่ของรถแต่ละรุ่นไม่สามารถใช้แทนกันได้ เพราะยางรถแต่ละรุ่นมีขนาดและวงล้อที่แตกต่างกัน จึงไม่สามารถนำมาใช้แทนกันได้ ยกเว้นเป็นรถรุ่นเดียวกัน มีขนาดและหน้ายางเท่ากันจึงจะสามารถใช้แทนกันได้ นอกจากนี้ยางอะไหล่ไม่สามารถใช้แทนยางหลักได้ถาวร เมื่อถึงร้านหรือศูนย์ซ่อมยางควรซ่อมแล้วใช้ยางเดิมหรือเปลี่ยนยางใหม่ โดยเลือกและใช้ให้ตรงกับยี่ห้อและขนาดของยางเดิม
ควรเติมแรงดันลมยางอะไหล่ให้สอดคล้องกับคู่มือการใช้รถยนต์รุ่นนั้น ๆ โดยควรตรวจสอบลมยางเป็นประจำเพื่อให้พร้อมใช้งานในกรณีฉุกเฉิน หรือควรเติมให้มีขนาดแรงดันประมาณ 40 – 50 ปอนด์/ตารางนิ้ว โดยมีแรงดันที่สูงกว่ายางเดิมติดรถ เนื่องจากการเก็บยางไว้นาน ๆ ลมยางจะค่อย ๆ ซึมออกได้
นอกจากยางอะไหล่ที่ต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอแล้ว การมี ประกันรถยนต์ ก็จะช่วยให้คุณเดินทางอย่างมั่นใจและปลอดภัยจากการใช้งานรถยนต์ในชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นประกันชั้น 2+, ประกันชั้น 3+ หรือแม้แต่ประกันชั้น 3
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เปิดมาตรการปรับดอกเบี้ยรถใหม่ 2567 ทุกธนาคาร จากการกำกับใช้โดยภาครัฐ มีอะไรบ้างที่ปรับลด และต่างจากอัตราดอกเบี้ยคงที่อย่างไร มาหาคำตอบกัน
เมื่อคุณตัดสินใจทำประกันภัยรถยนต์ สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณจะได้รับกลับมาเป็นหลักฐานยืนยันความคุ้มครองก็คือ “กรมธรรม์รถยนต์” ซึ่งหลายคนอาจคุ้นเคยกับกระดาษหน้าตารางที่มีข้อความและตัวเลขระบุไว้อย่างหนาแน่นจนไม่แน่ใจว่าจะต้องอ่านตรงไหน หรือมีข้อมูลสำคัญอะไรที่ต้องตรวจเช็กบ้าง ความจริงแล้ว กรมธรรม์รถยนต์คือเอกสารทางกฎหมายที่มีผลผูกพันระหว่างผู้เอาประกันภัยกับบริษัทประกัน การทำความเข้าใจวิธีอ่านหน้าตารางกรมธรรม์จะช่วยให้คุณรักษาสิทธิประโยชน์ได้อย่างครบถ้วนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ บทความนี้จะสรุปทุกจุดสำคัญที่คุณต้องรู้ให้เข้าใจง่ายในที่เดียว ทำความเข้าใจกรมธรรม์รถยนต์ สัญญาคุ้มครองความปลอดภัยของคนมีรถ กรมธรรม์รถยนต์ คือเอกสารสัญญาประกันภัยที่ระบุข้อตกลง สิทธิประโยชน์ เงื่อนไข และขอบเขตความคุ้มครองที่บริษัทประกันจะมอบให้แก่ผู้เอาประกันภัย เพื่อชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเมื่อเกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ กรมธรรม์ประกันภัยภาคบังคับ หรือพ.ร.บ. รถยนต์ ที่กฎหมายกำหนดให้รถทุกคันต้องมี และกรมธรรม์ประกันภัยภาคสมัครใจ หรือประกันรถยนต์ (เช่น ชั้น 1, 2+, 3+, 3) ที่ผู้ขับขี่เลือกซื้อเพิ่มเติมเพื่อความอุ่นใจ 5 จุดสำคัญบนหน้าตารางกรมธรรม์รถยนต์ที่ต้องตรวจเช็กให้ถูกต้อง เมื่อได้รับกรมธรรม์มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นฉบับกระดาษหรือไฟล์ดิจิทัล ให้ตรวจสอบ 5 จุดสำคัญต่อไปนี้ทันที ข้อมูลผู้เอาประกันภัยและรายละเอียดตัวรถยนต์ ตรวจสอบชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขบัตรประชาชน ทะเบียนรถยนต์ ยี่ห้อ รุ่น ปีที่ผลิต รวมถึงหมายเลขตัวถัง (VIN) ว่าตรงกับเล่มทะเบียนรถจริงหรือไม่ หากมีจุดใดสะกดผิดต้องรีบแจ้งบริษัทประกันแก้ไขทันที… Continue reading กรมธรรม์รถยนต์คืออะไร สรุปวิธีอ่าน เช็กง่ายได้ด้วยตัวเอง
ประกันรถยนต์ 3+ คุ้มครองอะไรบ้าง ให้ความคุ้มครองมากกว่าที่คิด ครอบคลุมทั้งรถเราและคู่กรณี ในราคาเบา ๆ เหมาะสำหรับคนใช้รถทุกวันที่อยากอุ่นใจแต่ไม่อยากจ่ายแพง