ปัญหาระบบไฟฟ้าขัดข้องในรถยนต์ เป็นสิ่งที่ผู้ใช้รถทุกคนจะต้องเจออย่าเลี่ยงไม่ได้ เพราะเมื่อใช้รถไปสักระยะหนึ่ง อุปกรณ์ต่าง ๆ ก็จะเริ่มเสื่อมสภาพลง ไม่ว่าจะเป็นที่แบตเตอรี่ ไดสตาร์ท หรือแม้แต่อาการไดชาร์จเสีย ที่มักจะเป็นสาเหตุหลักของระบบไฟฟ้าขัดข้อง แต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า อาการไดชาร์จเสีย เกิดจากอะไร แล้วอุปกรณ์ชิ้นนี้ทำหน้าที่อะไร มีความสำคัญแค่ไหนในรถเรา วันนี้ทาง insurverse เราจะพาไปทำความเข้าใจเรื่องนี้กันเอง
ไดชาร์จ ทำหน้าที่ปั่นไฟเพื่อเลี้ยงอุปกรณ์ที่ต้องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดภายในรถยนต์ รวมถึงการปั่นไฟเพื่อเก็บไว้ที่แบตเตอรี่ในการสตาร์ทรถด้วยเช่นกัน หากไดชาร์จเสียขึ้นมา แบตเตอรี่ก็จะไม่มีไฟ และทำให้รถยนต์สตาร์ทไม่ติด ซึ่งเป็นปัญหาที่หลายคนมักพบเจอนั่นเอง แต่คนส่วนใหญ่มักจะสับสน คิดว่าแบตเตอรี่คืออุปกรณ์เพียงชิ้นเดียวที่ใช้ในการหล่อเลี้ยงระบบไฟทั้งหมดภายในรถยนต์
ไดชาร์จเสีย เกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น การโดนน้ำ ใช้งานรถหนักอยู่เป็นประจำจนเกิดความร้อน หรืออาจจะเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน ซึ่งโดยมากจะเกิดจากสาเหตุหลังเป็นหลัก เพราะไดชาร์จเป็นอุปกรณ์ที่เสียยาก และมีอายุการใช้งานเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 7 ปี แต่หากเสียขึ้นมา ก็เป็นปัญหาที่ทำเอาปวดหัวได้เช่นกัน
แล้วอาการไดชาร์จเสียเป็นแบบไหน จะรู้ได้อย่างไรว่าอาการแบบไหนต้องไปเข้าศูนย์บริการ หรืออู่ซ่อมได้แล้ว วันนี้เรามีตัวอย่างอาการที่มักพบได้บ่อยเวลาไดชาร์จเสียมาฝากกัน
สิ่งแรกที่ผู้ใช้รถสังเกตได้ง่ายที่สุด ก็คือการทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เกิดการรวน มีอาการติด ๆ ดับ ๆ หรือแสดงผลผิดพลาด อย่างเช่นไฟหน้ารถ ที่อาจจะสว่างมากไป หรือน้อยไปจนผิดปกติ แอร์ไม่เย็นบ้าง หรือเครื่องเสียงใช้งานไม่ได้ และอีกหลากหลายอาการที่อาจเกิดขึ้นกับอุปกรณ์ที่ต้องใช้ไฟฟ้าทั้งหมด
โดยปกติแล้ว อุปกรณ์ทุกชิ้นภายในรถยนต์จะมีเซนเซอร์คอยแจ้งเตือน เมื่อมีความผิดปกติเกิดขึ้น ไดชารจ์เสีย ก็เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ ที่มักจะมีไฟแบตเตอรี่สีแดงขึ้นโชว์ที่แผงหน้าปัดด้วยเช่นกัน หากเกิดการทำงานขัดข้อง ซึ่งเป็นอีกจุดที่เช็กได้ง่ายที่สุดสำหรับผู้ใช้รถ
อาการแบตเตอรี่หมด เป็นอีกจุดที่สังเกตได้เช่นกัน เพราะถ้าแบตยังไม่ถึงเวลาเปลี่ยนแล้วล่ะก็ ให้สันนิษฐานไว้ได้เลยว่า แบตเตอรี่อาจจะเก็บไฟไม่ได้เพราะไดชารจ์กำลังเสียอยู่ก็เป็นได้ จึงไม่ควรมองข้ามอาการนี้เด็ดขาด หากรถเริ่มมีการสตาร์ทติดยาก ทั้งที่แบตเตอรี่ก็ไม่ได้เก่าแต่อย่างใด
อย่างที่บอกไปแล้วว่า อาการรถสตาร์ทติดยาก มักทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าต้องเป็นปัญหาที่เกิดจากแบตเตอรี่เพียงเท่านั้น ซึ่งในความเป็นจริง ก็เกิดขึ้นได้จากไดชาร์จเสียเช่นกัน จึงควรตรวจเช็กแบตเตอรี่ให้ดีก่อนจะเปลี่ยนลูกใหม่แบบเสียเงินฟรี หากเช็กแล้วว่าแบตเตอรี่ยังเก็บประจุไฟได้ตามปกติ ไดชาร์จคือจุดต่อไปที่ควรนำไปตรวจเช็กต่อ
อีกหนึ่งอาการที่หลายคนมักไม่คุ้นชิน ก็คือเสียงหอนจากใต้ท้องรถ ที่อาจเกิดจากลูกปืนแตกจนทำให้มีเสียงลอดเข้ามาในห้องโดยสาร ซึ่งเป็นอีกสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม และต้องนำรถไปตรวจเช็กทันทีหากมีเวลาว่าง
กลิ่นสายไฟไหม้ เป็นอีกหนึ่งอาการที่อาจเกิดจากไดชาร์จเสียได้เช่นกัน เพราะอย่างที่เราได้อธิบายไป ว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้ทำหน้าที่ปั่นไฟ และมีการติดตั้งอยู่ใกล้กับเครื่องยนต์ ซึ่งอาจเกิดความร้อนได้ง่ายหากทำงานหนัก ผ่านการดันกระแสไฟผ่านสายไฟในอุปกรณ์ จนอาจส่งกลิ่นไหม้ออกมาได้เช่นกัน
อาการไดชาร์จเสีย สามารถซ่อมได้ตามปกติ ซึ่งโดยมากจะเป็นการเสียที่ลูกปืน ลูกรอก หรือไดโอดที่มักจะต้องเปลี่ยน ซึ่งจะใช้ระยะเวลาในการซ่อมไม่เกิน 2 – 3 ชั่วโมงเต็มที่ และมีราคาค่าซ่อมไม่เกิน 2,000 บาท (ขึ้นอยู่กับอาการ) แต่หากไม่มั่นใจ และกลัวว่าจะใช้ได้ไม่นานเดี๋ยวก็เสียอีก ก็สามารถเปลี่ยนใหม่ยกลูกได้เช่นกัน แต่ราคาค่าใช้จ่ายก็จะต่างกันไปนั่นเอง
โดยปกติแล้ว ราคาในการเปลี่ยนไดชาร์จที่เสียลูกใหม่ จะอยู่ที่ 2,500 – 4,000 บาทโดยเฉลี่ย ในรถที่ไม่ใช่แบรนด์ยุโรป
ไดชารจ์ คือตัวปั่นไฟที่จะทำหน้าที่ก็ต่อเมื่อเครื่องยนต์ติดอยู่เพียงเท่านั้น ส่วนไดสตาร์ทจะเป็นมอเตอร์ที่ทำหน้าที่ฉุดกำลังให้เครื่องยนต์ติด และทำงานได้ หรืออธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ ไดชาร์จเป็นเครื่องชาร์จถ่าน ที่ส่งกำลังไฟไปใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของตัวรถ รวมถึงไดสตาร์ทที่เป็นมอเตอร์ในการติดเครื่องยนต์ และแบตเตอรี่ที่ต้องคอยเก็บไฟไว้ใช้งานด้วยเช่นกัน
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่เกิดการทำงานขัดข้อง ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้รถยนต์เกิดอุบัติขึ้นได้เช่นกัน โดยเฉพาะในคนที่ต้องเดินทางไกล หรือใช้รถอยู่เป็นประจำทุกวัน การทำ พ.ร.บ. จึงเป็นสิ่งที่คนมีรถไม่ควรละเลยในการต่อเด็ดขาด เพราะในปัจจุบัน สามารถต่อแบบออนไลน์ได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ทำได้ตลอด 24 ชม. กับราคาเริ่มต้นเพียง 499 บาทเท่านั้น โดยสมัครได้ง่ายในไม่กี่ขั้นตอน พร้อมรับกรมธรรม์ทางอีเมล และนำไปยื่นต่อภาษีรถยนต์ประจำปีได้ทันที ใครที่กำลังมองหา พ.ร.บ. รถยนต์ ราคาถูก ซื้อกับทาง insurverse เราดีกว่า ถูกชัวร์
พ.ร.บ. รถยนต์ เป็นสิ่งที่คนใช้รถใช้ถนนต้องต่อเป็นประจำทุกปี แต่จะดีกว่าไหมถ้าสามารถเลือกต่อแบบออนไลน์ได้ง่าย ๆ ทุกที่ ตลอด 24 ชม. ในราคาเริ่มต้นเพียง 499 บาทเท่านั้น ที่สำคัญยังซื้อได้ด้วยตัวเองในไม่กี่ขั้นตอน พร้อมรับกรมธรรม์ได้ทางอีเมลเพื่อยื่นต่อภาษีได้ทันที สำหรับคนใช้รถที่กำลังมองหา พ.ร.บ. รถยนต์ ราคาถูก ซื้อกับทาง insurverse ดีกว่า เพราะเราถูกชัวร์
*ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 31 ธันวาคม 2567*
และทั้งหมดที่เราได้อธิบายไป ก็คืออาการไดชาร์จเสีย ที่แม้ว่าจะพบได้ไม่บ่อยนักในการใช้รถ แต่ก็เป็นอีกหนึ่งอาการที่ควรรู้ไว้ เพราะมักสร้างความสับสนให้กับผู้ใช้รถไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะมักคิดว่าระบบไฟฟ้าในรถมักเกิดจากแบตเตอรี่เสียเพียงเท่านั้น จึงเป็นอีกจุดที่คนใช้รถต้องศึกษาเอาไว้ จะได้รับมือได้อย่างไม่ตื่นตระหนก เมื่อเกิดอาการดังกล่าวที่เราได้อธิบายไปทั้งหมด และจะได้ขับใช้รถได้อย่างปลอดภัยหายห่วงตลอดการขับขี่นั่นเอง
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง