รู้มั้ยว่าเมื่อเกิดอุบัติเหตุประกันรถยนต์มีบริการ “รถใช้ระหว่างซ่อม” ให้ด้วย วันนี้ insurverse จะพาไปแนะนำให้ทุกคนได้รู้ว่า เราสามารถขอรับบริการนี้ได้ยังไง มีเงื่อนไขอะไร เคสแบบไหนที่ขอใช้สิทธิ์รถใช้ระหว่างซ่อมได้ และที่สำคัญประกันรถยนต์มีรถใช้ระหว่างซ่อมคือชั้นไหนบ้าง ถ้าพร้อมแล้วไปหาคำตอบได้ในบทความนี้เลย
รถใช้ระหว่างซ่อม คือ สิทธิประโยชน์ที่บริษัทประกันมอบให้แก่ผู้เอาประกันภัยสำหรับประกันชั้น 1, ประกันชั้น 2+ และประกันชั้น 3+ ในกรณีที่รถยนต์เสียหายจนไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ ส่งผลให้ผู้เอาประกันเสียผลประโยชน์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน บริษัทประกันส่วนใหญ่จึงนำบริการนี้เพิ่มเข้าไปในเงื่อนไขกรมธรรม์ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระแก่ผู้เอาประกันภัยในระหว่างซ่อมรถ
แม้ว่าประกันรถยนต์มีรถใช้ระหว่างซ่อมให้กับเรา แต่ก็มีเงื่อนไขขอรับบริการที่ผู้เอาประกันภัยต้องศึกษาให้ดีหลายประเด็นด้วยกัน เพื่อให้ทุกคนเข้าใจเกี่ยวกับบริการดังกล่าวมากขึ้น insurverse ได้สรุปไว้ทั้งหมด 5 ประเด็นที่ควรรู้ ดังนี้
อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า รถใช้ระหว่างซ่อมส่วนใหญ่มีให้บริการเฉพาะประกันชั้น 1, 2+ และ 3+ ส่วนประกันชั้น 2 และ 3 ธรรมดาจะได้รับสิทธิ์เป็นบริการเสริมที่มีค่าใช้จ่ายตามบริษัทกำหนด เพราะไม่ได้ถูกระบุในเงื่อนไขกรมธรรม์
สำหรับผู้ที่กำลังจะต่อประกัน หรือกำลังมองหาบริษัทเจ้าใหม่ ควรสอบถามเกี่ยวกับบริการรถใช้ระหว่างซ่อมก่อนว่า อยู่ในเงื่อนไขกรมธรรม์ไหม ถ้าจะใช้ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรเพิ่มเติม รวมไปถึงเกณฑ์การรับบริการจากบริษัท เพื่อนำไปพิจารณาในการทำประกัน
หนึ่งในเงื่อนไขสำคัญในการใช้รถระหว่างซ่อมแบบไม่มีค่าใช้จ่ายก็คือ “คุณต้องเป็นฝ่ายถูก” หมายความว่า ถ้าคุณได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นฝ่ายผิด ก็จะได้รับสิทธิ์ในรูปแบบบริการเสริมที่มีค่าใช้จ่ายตามที่บริษัทประกันภัยกำหนด
ระยะเวลาการใช้รถระหว่างซ่อม ส่วนใหญ่จะมีระยะเวลาอยู่ที่ 3-10 วัน ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบริษัท ซึ่งผู้เอาประกันภัยสามารถใช้สิทธิ์นี้ได้ทันทีเมื่อรถเข้าซ่อมที่ศูนย์หรืออู่ตั้งแต่วันแรก
ส่วนใหญ่บริการรถใช้ระหว่างซ่อม จะมีเงื่อนไขว่าชื่อผู้ทำให้รถเกิดอุบัติเหตุกับชื่อผู้เอาประกันภัยต้องตรงกัน หมายความว่าถ้าคุณให้เพื่อนยืนรถไปใช้แล้วเกิดอุบัติเหตุก็อาจจะไม่ได้รับสิทธิ์นี้ โดยบริษัทประกันจะให้เป็นบริการเสริมที่คิดค่าใช้จ่ายกับคุณแทน
รถใช้ระหว่างซ่อมส่วนใหญ่จะให้เป็นรถเก๋งขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 1,500 cc. หรืออาจจะเป็นรถอีโคคาร์ ส่วนผู้เอาประกันภัยที่ใช้รถกระบะ ก็จะได้เป็นรถกระบะขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 2,500 cc. มาใช้งานแทนเช่นกัน
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประเภทประกันรถยนต์แต่ละแบบ “ตอบโจทย์ไม่เหมือนกัน” ถ้าเลือกถูก คุณจะได้ความคุ้มครองที่พอดีกับความเสี่ยง แต่ถ้าเลือกผิด อาจจ่ายแพงเกินหรือคุ้มครองไม่พอ บทความนี้จะช่วยเช็คประกันรถยนต์ให้คุณเข้าใจภาพรวม และเลือกได้อย่างมีเหตุผล
หลายคนทำประกันรถ แต่ไม่เคยรู้เลยว่า “ทุนประกันรถยนต์” ที่เลือกไป ส่งผลกับทั้งค่าเบี้ยและเงินที่ได้ตอนเคลม บางคนเลือกสูงไปโดยไม่จำเป็น บางคนเลือกต่ำไปจนขาดความคุ้มครอง บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจทุนประกันแบบใช้งานจริง และเลือกซื้อประกันได้ไม่พลาด
หลายคนใช้รถทุกวัน แต่ไม่เคยเช็กเลยว่า “ประกันรถหมดเมื่อไหร่” รู้ตัวอีกที… ประกันรถยนต์ขาดไปแล้ว ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา คุณอาจต้องจ่ายทุกอย่างเองแบบเต็ม ๆ บทความนี้จะพาไปดูว่า “ประกันขาด” ส่งผลอะไรกับคุณบ้าง มากกว่าที่คิด