vertical_align_top
keyboard_arrow_leftย้อนกลับ

ลูกหมากรถยนต์คืออะไร สัญญาณเตือนพัง วิธีสังเกตก่อนสาย

schedule
share
ลูกหมากรถยนต์

สำหรับคนที่ใช้รถยนต์เป็นประจำ เมื่อขับรถผ่านทางขรุขระ ทางลูกรัง หรือลูกระนาด แล้วเริ่มได้ยินเสียงดังกึกกัก หรือรู้สึกว่าพวงมาลัยมีอาการสั่นร่อนผิดปกติ อาการเหล่านี้มักเป็นสัญญาณเตือนจากชิ้นส่วนช่วงล่างที่เรียกว่า “ลูกหมากรถยนต์” แม้จะเป็นชิ้นส่วนโลหะขนาดไม่ใหญ่นัก แต่ลูกหมากกลับทำหน้าที่เป็นจุดหมุนสำคัญที่เชื่อมโยงระบบกันสะเทือนและระบบบังคับเลี้ยวทั้งหมด หากปล่อยปละละเลยจนลูกหมากหลุดขณะขับขี่ อาจนำไปสู่อุบัติเหตุล้อพับและควบคุมรถไม่ได้ บทความนี้จะสรุปความรู้เรื่องลูกหมากรถยนต์ หน้าที่ อาการเสีย และวิธีป้องกันภัยมาให้เข้าใจกันอย่างชัดเจน

ลูกหมากรถยนต์คืออะไร หัวใจสำคัญของระบบช่วงล่างและการบังคับเลี้ยว

ลูกหมากรถยนต์ (Ball Joint) ทำหน้าที่คล้ายกับ “ข้อต่อกระดูก” ในร่างกายมนุษย์ โดยเป็นข้อต่อที่สามารถหมุนและให้ตัวได้ในหลายทิศทาง เชื่อมระหว่างชิ้นส่วนของระบบช่วงล่าง ล้อรถ และระบบพวงมาลัยเข้าด้วยกัน เพื่อรองรับแรงกระแทกจากพื้นผิวถนน และช่วยให้ล้อสามารถเลี้ยวซ้าย-ขวา ยุบ-ยืดตัวได้อย่างอิสระและนุ่มนวล

ลูกหมากรถยนต์มีกี่ประเภท และแต่ละตัวทำหน้าที่อะไร

ในระบบช่วงล่างด้านหน้าของรถยนต์ทั่วไป จะประกอบด้วยลูกหมากหลัก 4 ชนิด ได้แก่

ลูกหมากปีกนก (Ball Joint)

ติดตั้งอยู่ระหว่างปีกนกบนและปีกนกล่างกับดุมล้อ ทำหน้าที่รับน้ำหนักของตัวรถและควบคุมมุมล้อให้ตั้งฉากกับพื้นถนนตลอดเวลา ถือเป็นลูกหมากที่รับภาระหนักที่สุด

ลูกหมากคันชัก (Tie Rod End)

เชื่อมต่อระหว่างแร็คพวงมาลัยกับคอม้า ทำหน้าที่ถ่ายทอดแรงหมุนจากพวงมาลัยไปยังล้อหน้าเพื่อให้ล้อเลี้ยวตามทิศทางที่ผู้ขับขี่ต้องการ

ลูกหมากแร็ค หรือไม้ตีกลอง (Rack End)

เป็นก้านยาวต่อจากชุดแร็คพวงมาลัยไปหาลูกหมากคันชัก ช่วยรักษาระยะมุมโท (Toe) ของล้อหน้าให้ขนานกันอย่างถูกต้อง

ลูกหมากกันโคลง (Stabilizer Link)

เชื่อมต่อเหล็กกันโคลงเข้ากับโช้คอัพหรือปีกนก ทำหน้าที่ลดการเอียงตัวของตัวถังรถขณะเข้าโค้ง ช่วยให้รถทรงตัวได้นิ่งและมั่นคง

4 อาการเตือนภัยว่าลูกหมากรถยนต์เริ่มพัง เสื่อมสภาพ

คุณสามารถสังเกตความผิดปกติของลูกหมากได้จากอาการดังต่อไปนี้

1. มีเสียงดังกุกกักใต้ท้องรถ: เวลาขับรถผ่านทางขรุขระ ลูกระนาด หรือรอยต่อถนน จะมีเสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นชัดเจน

2. พวงมาลัยหลวม ร่อน หรือสั่น: รถควบคุมทิศทางได้ยากขึ้น รู้สึกว่าพวงมาลัยตอบสนองช้า หรือมีอาการดึงไปข้างใดข้างหนึ่ง

3. หน้ารถมีอาการโคลงเคลงเวลาเข้าโค้ง: รู้สึกว่ารถทรงตัวไม่นิ่งและเอียงตัวมากกว่าปกติ

4. หน้ายางสึกหรอไม่สม่ำเสมอ: ดอกยางด้านในหรือด้านนอกสึกหรอเร็วกว่าปกติจากการที่มุมล้อเพี้ยนไป

อันตรายจากการปล่อยให้ลูกหมากพัง และการป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน

หากตรวจพบว่าลูกหมากหลวมหรือยางกันฝุ่นฉีกขาดจนจาระบีรั่วไหล ควรรีบนำรถเข้าอู่เพื่อเปลี่ยนทันที เพราะหากฝืนใช้งานต่อไปจนลูกหมากหลุดออกจากเบ้าขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง ล้อรถจะพับทันที ทำให้สูญเสียการควบคุมและเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ การตรวจเช็กช่วงล่างเป็นประจำทุก 6 เดือน หรือทุก 20,000 กิโลเมตรจึงเป็นสิ่งสำคัญ และแม้เราจะดูแลรถดีเพียงใด เหตุการณ์ไม่คาดฝันบนท้องถนนก็อาจเกิดขึ้นได้เสมอ การมีประกันรถยนต์ ที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมจาก insurverse จะช่วยดูแลค่าซ่อมแซมรถยนต์และคุ้มครองความรับผิดต่อคู่กรณีได้อย่างครบถ้วน

check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย

© Copyright 2023 บริษัท อินชัวร์เวิร์ส จำกัด (มหาชน)