vertical_align_top
keyboard_arrow_leftย้อนกลับ

เปลี่ยนสีรถแจ้งในกี่วัน สรุปขั้นตอนและเอกสาร พร้อมวิธีแจ้งประกัน

schedule
share
เปลี่ยนสีรถต้องแจ้งภายในกี่วัน

การเปลี่ยนสีรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นการทำสีใหม่ทั้งคันเพื่อความสวยงาม เสริมดวงชะตาตามหลักฮวงจุ้ย หรือการติดสติกเกอร์แร็ปเปลี่ยนสีรถ (Car Wrap) ยอดนิยมในกลุ่มคนรักรถ ถือเป็นสิทธิ์ที่เจ้าของรถสามารถทำได้ ทว่าในแง่ของกฎหมายจราจรและทะเบียนยานพาหนะ สีรถถือเป็นหนึ่งในข้อมูลสำคัญที่ถูกบันทึกไว้ในสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ คำถามสำคัญที่เจ้าของรถต้องรู้ให้ชัดเจนคือ “เปลี่ยนสีรถต้องแจ้งภายในกี่วัน” หากไม่แจ้งจะมีโทษปรับเท่าไหร่ และมีขั้นตอนการดำเนินการอย่างไร บทความนี้ได้สรุปข้อกฎหมายและแนวทางปฏิบัติมาให้ครบถ้วน

ที่มารูปภาพ :  https://pixabay.com/th/photos/เมอรเซเดส-เบนซ-รถยนต-สขาว-841465/

เปลี่ยนสีรถต้องแจ้งภายในกี่วัน เช็กข้อกฎหมายที่คนมีรถต้องรู้

ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 13 ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า “รถใดที่จดทะเบียนแล้ว หากมีการเปลี่ยนสีรถให้แตกต่างไปจากที่จดทะเบียนไว้ เจ้าของรถต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายใน 7 วัน นับแต่วันที่เปลี่ยนสีรถนั้น” หากเจ้าของรถละเลยหรือไม่ดำเนินการแจ้งภายในระยะเวลา 7 วัน จะมีโทษปรับตามมาตรา 60 สูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท

เปลี่ยนสีรถแบบไหนบ้างที่ต้องแจ้งขนส่ง (ทำสีใหม่ vs แร็ปสติกเกอร์)

กรมการขนส่งทางบกมีเกณฑ์การพิจารณาสัดส่วนของสีรถที่เปลี่ยนไป ดังนี้

เปลี่ยนสีตัวถังทั้งคัน (100%)

ไม่ว่าจะพ่นสีใหม่ทั้งคัน หรือแร็ปสติกเกอร์เปลี่ยนสีรถทั้งคัน จะต้องแจ้งเปลี่ยนสีต่อนายทะเบียนขนส่งทุกกรณี

เปลี่ยนสีบางชิ้นส่วนเกิน 30% ของพื้นที่ตัวรถ (รถสองสี / ทูโทน)

หากมีการเปลี่ยนสีเฉพาะจุด เช่น ฝากระโปรงหน้า ฝากระโปรงท้าย และหลังคา ซึ่งเมื่อคำนวณพื้นที่รวมกันแล้ว “เกิน 30% ของพื้นที่ตัวถังทั้งหมด” ต้องแจ้งเปลี่ยนเป็นรถสองสี (ทูโทน เช่น ขาว-ดำ หรือ แดง-ดำ)

กรณีเปลี่ยนสีไม่เกิน 30% ไม่ต้องแจ้งขนส่ง

หากเปลี่ยนสีเพียงจุดเล็กๆ เช่น เปลี่ยนสปอยเลอร์ ครอบกระจกมองข้าง หรือคิ้วกันชน ซึ่งมีพื้นที่รวมกันไม่เกิน 30% ของตัวรถ ไม่จำเป็นต้องแจ้งต่อนายทะเบียนขนส่ง

เอกสารจำเป็นและขั้นตอนการแจ้งเปลี่ยนสีรถที่กรมการขนส่งทางบก

การดำเนินการสามารถทำได้ที่สำนักงานขนส่งที่รถคันนั้นจดทะเบียนอยู่ โดยมีรายละเอียดดังนี้

เอกสารที่ต้องเตรียม

1. เล่มสมุดคู่มือจดทะเบียนรถตัวจริง (หากติดไฟแนนซ์ ต้องติดต่อขอเล่มทะเบียนตัวจริงออกมาดำเนินการ)

2. บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของเจ้าของรถ

3. ใบเสร็จรับเงินหรือใบรับรองจากอู่ทำสี หรือร้านแร็ปสติกเกอร์ (เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันวันที่ทำสีเสร็จ)

4. แบบคำขอแก้ไขเพิ่มเติมรายการในทะเบียน (รับได้ที่สำนักงานขนส่ง)

ขั้นตอนการดำเนินการและค่าธรรมเนียม

ขับรถคันที่เปลี่ยนสีเข้าไปยังช่องตรวจสภาพรถ ณ สำนักงานขนส่ง จากนั้นยื่นเอกสาร ชำระค่าธรรมเนียมรวมประมาณ 105 – 125 บาท (ค่าตรวจสภาพ 50 บาท, ค่าคำขอ 5 บาท, ค่าแก้ไขรายการ 50 บาท) นายทะเบียนจะทำการบันทึกสีใหม่ลงในเล่มทะเบียนรถตัวจริงทันที

เปลี่ยนสีรถแล้ว อย่าลืมแจ้งเปลี่ยนในประกันรถยนต์เด็ดขาด

จุดสำคัญที่สุดที่หลายคนมักลืมหลังจากแจ้งเปลี่ยนสีที่ขนส่งแล้ว คือ “การแจ้งบริษัทประกันภัยรถยนต์” เพราะในกรมธรรม์ประกันรถยนต์ จะมีการระบุสีรถเดิมเอาไว้ หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นแต่สีรถจริงไม่ตรงกับข้อมูลในกรมธรรม์ อาจทำให้ขั้นตอนการตรวจสอบและเคลมประกันเกิดความล่าช้า ดังนั้น เมื่อได้เล่มทะเบียนที่อัปเดตสีใหม่แล้ว ให้ส่งเอกสารให้บริษัทประกันเพื่อทำการสลักหลังแก้ไขข้อมูลทันที ซึ่งหากคุณทำประกันรถยนต์ออนไลน์กับ insurverse คุณสามารถแจ้งอัปเดตข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ได้อย่างสะดวกรวดเร็วตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ให้ถูกต้องครบถ้วน ช่วยให้คุณขับขี่รถสีใหม่คันโปรดได้อย่างมั่นใจ สบายใจ และคุ้มครองต่อเนื่องในทุกเส้นทาง

check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย

© Copyright 2023 บริษัท อินชัวร์เวิร์ส จำกัด (มหาชน)