เคยมั้ย? ขับรถเพลิน ๆ แล้วจู่ ๆ ใบสั่งโผล่มาทักทายถึงบ้าน พอเห็นแล้วก็ได้แต่คิดว่า “เอ๊ะ ถ้า ไม่จ่ายค่าปรับจราจร มันจะเป็นยังไงนะ?” บางคนอาจคิดว่าปล่อยผ่านไปเฉย ๆ ก็ไม่น่ามีอะไรเกิดขึ้นหรอก แต่เดี๋ยวก่อน! เรื่องนี้มันไม่จบง่าย ๆ อย่างที่คิด เพราะผลกระทบมันไม่ได้แค่ทำให้ปวดหัวเฉย ๆ นะ บางอย่างอาจถึงขั้นทำให้คุณลำบากขึ้นเยอะเหมือนกัน ยิ่งถ้าโดนตัดคะแนนใบขับขี่ หรือเสี่ยงเจอหมายจับขึ้นมา มันคงไม่คุ้มแน่ ๆ แถมต่อภาษีก็อาจจะไม่ราบรื่นอีกต่างหาก
เหมือนกับการเลือกประกันรถยนต์ ถ้าเลือกผิดชีวิตก็อาจจะวุ่นวายได้ แต่ถ้ารู้จัก insurverse ที่ให้คุณปรับแผนประกันได้ตามใจ ไม่ต้องจ่ายเกินจำเป็น แถมยังซื้อออนไลน์ง่าย ๆ ทุกขั้นตอน ชีวิตก็จะสบายขึ้นเยอะเหมือนกัน
ถ้าโดนใบสั่งแล้วไม่จ่ายค่าปรับจราจร เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ปล่อยผ่านได้ง่าย ๆ เพราะมีผลตามมาหลายอย่างที่อาจจะทำให้ลำบากใจกว่าที่คิด
สรุปแล้วถ้าไม่จ่ายค่าปรับจราจร ต่อภาษีได้ไหม? ตอบเลยว่าสามารถต่อภาษีได้ หลังศาลปกครองกลางตัดสินให้ กรมการขนส่งทางบกต้องต่อภาษีรถยนต์ให้ แม้เจ้าของรถจะค้างค่าปรับจราจร เพราะการชะลอออกป้ายภาษีไม่เป็นไปตามกฎหมายจราจร ต่อมาวันที่ 23 ธ.ค. 2567 อธิบดีกรมการขนส่งทางบกมีคำสั่งให้ทุกหน่วยงาน ยกเลิกการตรวจสอบค่าปรับจราจรก่อนต่อภาษี ทำให้ปัจจุบัน สามารถต่อภาษีรถยนต์ได้ แม้ยังไม่ชำระค่าปรับใบสั่ง
ถ้าไม่อยากเสียเวลานั่งรอคิวที่โรงพัก ตอนนี้มีช่องทางจ่ายค่าปรับจราจรออนไลน์ที่สะดวกสุด ๆ ไม่ต้องออกจากบ้านก็จ่ายได้เล
ใช้แอปนี้ตรวจสอบใบสั่งย้อนหลังและจ่ายค่าปรับได้ในแอปเดียว
ถ้าไม่จ่ายค่าปรับตามใบสั่ง ไม่ใช่แค่โดนปรับเพิ่มอย่างเดียว แต่ยังเสี่ยงโดนตัดคะแนนใบขับขี่ด้วย ทุกคนมีคะแนนใบขับขี่ติดตัว 12 คะแนน ถ้าคะแนนหมดจะถูกพักใช้ใบขับขี่ขั้นต่ำ 90 วัน ต้องเข้ารับการอบรมใหม่ถึงจะได้คืนคะแนน
จากเรื่องใบสั่งจราจรที่ดูเหมือนจะเป็นปัญหาเล็ก ๆ แต่ถ้า ไม่จ่ายค่าปรับจราจร ก็สามารถลุกลามใหญ่โตได้ ตั้งแต่การอายัดทะเบียนรถ โดนตัดคะแนนใบขับขี่ ไปจนถึงเสี่ยงโดนหมายจับ ดังนั้นการจัดการปัญหาตั้งแต่เนิ่น ๆ ด้วยการจ่ายค่าปรับให้เรียบร้อยจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ยิ่งเดี๋ยวนี้มีช่องทางออนไลน์ให้จ่ายได้ง่าย ๆ ไม่ต้องเสียเวลาวิ่งไป สน. ชีวิตก็ง่ายขึ้นเยอะ เหมือนกับการเลือกใช้ insurverse ที่ทำให้การซื้อ ประกันรถยนต์ชั้น 1 ไม่ยุ่งยากอีกต่อไป ไม่ต้องผ่านตัวแทน ปรับแผนได้เองตามใจ และมั่นใจได้ว่าถูกจริงเพราะไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง แบบนี้ไม่ว่าจะเรื่องค่าปรับหรือประกันรถยนต์ ถ้าจัดการให้ถูกวิธี ชีวิตก็จะง่ายขึ้นเยอะ!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) คือ รถยนต์ที่ผสมผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์สันดาปและมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีจุดเด่นคือ สามารถเสียบปลั๊กชาร์จไฟจากภายนอกได้ ทำให้มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่กว่ารถไฮบริดทั่วไป สามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน (EV Mode) ได้ในระยะทางที่กำหนด และเมื่อแบตเตอรี่หมด ก็จะสลับไปใช้น้ำมันผ่านเครื่องยนต์สันดาปโดยอัตโนมัติ ทำให้หมดกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จระหว่างทาง รถยนต์ PHEV ย่อมาจากอะไร? รถ PHEV ย่อมาจาก Plug-in Hybrid Electric Vehicle หรือที่คนไทยมักเรียกกันติดปากว่า “รถปลั๊กอินไฮบริด” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่อยู่ตรงกลางระหว่างรถยนต์ที่ใช้น้ำมันแบบดั้งเดิม และรถยนต์ไฟฟ้าแบบ 100% (EV) โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อลดการปล่อยมลพิษ และเพิ่มความประหยัดน้ำมันให้ได้มากที่สุด หลักการทำงานของรถ PHEV เป็นอย่างไร? หลายคนที่กำลังสงสัยว่า รถ PHEV คือ รถที่ทำงานแบบไหน? อธิบายง่ายๆ คือ รถประเภทนี้จะมีทั้ง “ถังน้ำมัน” และ “ช่องเสียบชาร์จไฟ” โดยมีโหมดการขับเคลื่อนหลักๆ 2 รูปแบบ ดังนี้: การขับเคลื่อนด้วยโหมดไฟฟ้าล้วน (EV… Continue reading รถ PHEV คืออะไร? สรุปข้อมูลรถปลั๊กอินไฮบริดที่คนอยากมีรถต้องรู้
เมื่อพูดถึงการซื้อรถมือสอง การทำประกันภัย หรือแม้กระทั่งการนำรถเข้าศูนย์บริการ คำศัพท์หนึ่งที่คุณจะได้ยินบ่อยๆ คือคำว่า “เลขตัวถัง” หรือ VIN Code หลายคนอาจสงสัยว่ารหัสยาวๆ เหล่านี้คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร และเราจะ เช็คเลขตัวถัง ได้จากตรงไหนบ้าง? บทความนี้มีคำตอบแบบเจาะลึก ครบจบในที่เดียว เลขตัวถัง (VIN Code) สำคัญอย่างไร? เลขตัวถัง (Vehicle Identification Number หรือ VIN) หรือที่หลายคนเรียกว่า แชสซี (Chassis Number) คือ รหัสประจำตัวรถยนต์ที่มีจำนวน 17 หลัก ประกอบด้วยตัวเลขและตัวอักษรภาษาอังกฤษ เปรียบเสมือน “เลขบัตรประจำตัวประชาชน” ของรถคันนั้นๆ ซึ่งรถยนต์ทุกคันบนโลกจะมีรหัสนี้ไม่ซ้ำกันเลย ความสำคัญของเลขตัวถังมีดังนี้: วิธีอ่านเลขตัวถังรถยนต์ 17 หลัก บอกอะไรเราบ้าง? ตัวเลขและตัวอักษรทั้ง 17 หลักนั้นไม่ได้ถูกสุ่มขึ้นมา แต่แฝงความหมายที่เป็นมาตรฐานสากลไว้ โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ ดังนี้ หลักที่ 1-3:… Continue reading เลขตัวถังรถยนต์ (VIN) คืออะไร? วิธีเช็คและตำแหน่งดูเลขตัวถัง
m flow จ่ายเงิน สามารถทำได้ง่ายๆ 2 รูปแบบหลัก คือ 1. สำหรับผู้ที่เป็นสมาชิก ระบบจะตัดเงินอัตโนมัติผ่านบัตรเครดิต/เดบิต หรือบัญชี M-Pass/Easy Pass และ 2. สำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิก สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ mflowthai.com พิมพ์เลขทะเบียนรถ แล้วสร้าง QR Code เพื่อสแกนจ่ายผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร (Mobile Banking) ได้ทันที โดยต้องชำระภายใน 7 วันหลังขับผ่าน เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับสูงสุด 10 เท่า การขับขี่บนทางด่วนหรือมอเตอร์เวย์ด้วยความเร็วสูง นอกจากจะต้องศึกษาวิธีการใช้งาน M-Flow เพื่อความคล่องตัวแล้ว สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือการตรวจเช็กสภาพรถ และต่อพ.ร.บ. รถยนต์ ให้เรียบร้อย รวมถึงควรมีประกันภัยรถยนต์ ติดรถไว้ เพื่อความอุ่นใจคุ้มครองทุกอุบัติเหตุบนท้องถนน M-Flow คืออะไร? สิ่งที่ควรรู้ก่อนขับผ่านเลนขวา M-Flow (เอ็มโฟลว์) คือ ระบบจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น (Free Flow) ของกรมทางหลวง ช่วยระบายรถบนหน้าด่านให้ลื่นไหล โดยใช้กล้อง… Continue reading m flow จ่ายเงิน อย่างไร? รวมวิธีชำระค่าผ่านทางอัปเดตล่าสุด