รถป้ายแดง หรือ ป้ายทะเบียนรถยนต์สีแดง เป็นป้ายทะเบียนชั่วคราวที่ทางกรมขนส่งทางบกออกเพื่อยืนยันว่า รถคันนั้นๆ สามารถวิ่งบนท้องถนนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยจะต้องจดทะเบียนเป็นป้ายขาว ในระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน หากเจ้าหน้าที่เรียกตรวจสอบพบว่ามีการติดป้ายแดงเกินระยะเวลาถือเป็นความผิดตามกฎหมาย เทียบปรับไม่เกิน 10,000
นอกจากระยะเวลาในการเปลี่ยนเป็นป้ายขาว หรือการใช้ป้ายแดงเกินกำหนดเวลา แต่ insurverse จะสรุปให้อีกครั้งว่ามีเรื่องอะไรบ้างที่คนขับรถใหม่ป้ายแดงควรจะต้องรู้!
รถออกใหม่จะมีระยะเวลาการใช้ป้ายแดง 30 วัน เพื่อรอป้ายสีขาวมาเปลี่ยน แต่อย่างไรก็มีข้อกฎหมายอยู่ว่า หากใช้ป้ายแดงเกินระยะเวลาตามที่กฏหมายกำหนดจะมีความผิดในฐานหลีกเลี่ยงภาษีหรือที่เรียกว่า “ลากป้ายแดง” ซึ่งอย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะถือเป็นการกระทำผิดกฏหมาย โดยมีโทษปรับถึง 10,000 บาทเลยทีเดียว
รู้หรือไม่ รถป้ายแดงมีกำหนดระยะเวลาในการวิ่งรถด้วยนะ ซึ่งรถป้ายแดงตามกฎหมายสามารถใช้งานได้ในช่วงเวลาตั้งแต่ 06.00-18.00 น. เท่านั้น แต่เนื่องจากจราจรในปัจจุบันติดขัดทำให้มีการขยายเวลาเป็นถึง 20.00 น.
รถใหม่ป้ายแดงจะได้รับสมุดบันทึกหรือคู่มือทะเบียนรถยนต์ ซึ่งคู่มือเล่มนี้มีความสำคัญมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะด้วยกฏหมายจราจรระบุไว้ว่า ผู้ที่ขับจะต้องบันทึกรายการลงสมุดคู่มือ โดยข้อมูลดังกล่าวนั้นคือ ชื่อรถ หมายเลขตัวรถ หมายเลขเครื่องยนต์ของรถ ความประสงค์ในการขับรถยนต์ วันเดือนปี เวลาที่นำรถออกไปใช้ รวมถึงระยะเวลาที่รถถึงที่หมาย ชื่อและนามสกุลของผู้ขับ เป็นต้น หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบขึ้นมา แล้วเจ้าของรถยนต์ไม่มีสมุดนี้อยู่บนรถจะมีความผิดโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท
การใช้รถป้ายแดงขับข้ามเขตหรือข้ามจังหวัด ถือเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย โดยสามารถขับได้ภายในเขตจังหวัดที่อยู่บนป้ายเท่านั้น แต่ถ้ามีความจะเป็นที่จะต้องใช้รถข้ามจังหวัด จะต้องทำเรื่องขอ และได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน พร้อมทั้งมีหลักฐานรวมถึงเอกสารพร้อมลายเซ็นของนายทะเบียนด้วย และยังต้องลงบันทึกรายการในคู่มืออย่างละเอียด หากไม่ทำเรื่องขออนุญาตใช้รถนอกเขตจดทะเบียน และไม่ลงบันทึกการใช้รถ เมื่อถูกตรวจจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยไม่มีเอกสารยืนยันจะถือว่าผิดกฎหมาย มีโทษปรับสูงสุด 10,000 บาท
ในการออกรถใหม่โดยทั่วไปแล้วจะมีประกันภัยรถยนต์แถมมาให้ แต่หลายคนก็มักจะเลือกเปลี่ยนบริษัทประกันภัยในปีที่ 2 อาจเนื่องจากอยากเลือกบริษัทประกันภัยเอง อยากเลือกแพ็กเกจเอง อยากปรับเบี้ยประกัน ซึ่งก่อนที่จะตัดสินใจเลือกประกันบริษัทไหนก็ตามแต่ ให้ตรวจสอบงบประมาณและไลฟ์สไตล์การใช้รถของตัวเองให้ถี่ถ้วน เพื่อให้ได้ประกันรถยนต์ที่คุ้มค่าที่สุด
ส่วนใครที่กำลังมองหาประกันรถยนต์สำหรับปีต่ออายุหรือสนใจอยากทำประกันรถยนต์แบบใหม่ สามารถเช็กราคาประกันรถออนไลน์ได้ที่นี่ที่อินชัวร์เวิร์ส คุณสามารถออกแบบและเลือกความคุ้มครองด้วยตัวเองได้ทั้งหมด ลองเช็กราคาเลย!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ