ใครที่กำลังมองหาแรงบันดาลใจในการเดินทาง หรือแค่อยากนั่งดู vlog เที่ยวต่างประเทศให้หายคิดถึง วันนี้เรามีช่อง YouTube เด็ด ๆ มาฝาก รับรองว่าดูแล้วอิน เหมือนได้เดินทางไปด้วยจริง ๆ เพราะแต่ละช่องที่เลือกมาไม่ได้มีแค่ภาพสวย ๆ แต่ยังเต็มไปด้วยข้อมูลท่องเที่ยวแบบเจาะลึก ไม่ว่าจะเป็นที่เที่ยวลับ การเดินทาง อาหาร วัฒนธรรม และเรื่องราวสนุก ๆ ที่จะทำให้ทุกทริปของคุณพิเศษยิ่งขึ้น
แต่ไม่ว่าจะแค่ดูเพื่อหาข้อมูล หรือวางแผนเดินทางจริง การมี ประกันเดินทาง ติดตัวไว้ ก็ช่วยให้ทุกทริปสนุกได้เต็มที่ ไม่ต้องกังวลเรื่องฉุกเฉิน เพราะ insurverse ให้คุณเลือกความคุ้มครองได้ตามสไตล์ แถมราคาเริ่มต้นสบายกระเป๋า อยากไปเที่ยวเมื่อไหร่ก็แค่กดซื้อออนไลน์ง่าย ๆ ไม่ต้องผ่านตัวแทน
ถ้าชอบความเรียลและบรรยากาศการเดินทางแบบเหงา ๆ แต่มีเสน่ห์ ต้องช่องนี้เลย TheGaijinTrips โดยพี่เบนซ์ ที่พาเราแบกเป้เที่ยวไปเรื่อย ๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ จุดเด่นของช่องนี้คือมุมกล้องที่สวยแบบภาพยนตร์ พร้อมเสียงบรรยายสุดละมุน ทำให้รู้สึกเหมือนได้ออกเดินทางไปด้วยจริง ๆ
ใครชอบเที่ยวแนวลุย ๆ ผจญภัยหน่อยต้อง Rayron หรือเร่ร่อน ที่นำโดยพี่เรย์ แมคโดนัลด์ กับการเดินทางที่ไม่ใช่แค่การท่องเที่ยวทั่วไป แต่เป็นการพาไปสัมผัสชีวิตจริงของผู้คนในแต่ละที่ ตั้งแต่ติดเกาะ ติดหรู ไปจนถึงข้ามทวีป มีทั้งเที่ยวสายลุย สายชิล และสายกินแบบครบเครื่อง
ช่องของพี่มิ้นท์ แบ็คแพ็คเกอร์สาวที่เดินทางลุยเดี่ยวมากว่า 80 ประเทศทั่วโลก เนื้อหาของช่องนี้มีทั้งแนวผจญภัยสุดขั้ว อย่างไปใช้ชีวิตอยู่กับชนเผ่า กินอาหารแปลก ๆ หรือพาไปเปิดโลกในสถานที่ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้จัก ที่สำคัญคือการเล่าเรื่องที่เป็นธรรมชาติ ดูสนุก และเต็มไปด้วยพลังบวก
ช่องนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบเที่ยวหลากหลายแนว ตั้งแต่ทะเล ภูเขา เมืองใหญ่ ไปจนถึงสถานที่ท่องเที่ยวสุดแปลก GO WENT GO นำโดยพี่บาส ที่พาเราไปเที่ยวแบบครบรส ทั้งพาไปกิน เที่ยว และทำกิจกรรมท้องถิ่น ดูแล้วได้แรงบันดาลใจเที่ยวแน่นอน
สายเที่ยวที่ชอบความน่ารักต้องช่อง Pigkaploy นำโดยพลอย-พลอยไพลิน ที่จะพาเราไปสัมผัสบรรยากาศทั้งไทยและต่างประเทศในสไตล์สดใส สนุกสนาน ดูแล้วยิ้มตามตลอด คลิปส่วนใหญ่มักมีธีมชัดเจน เช่น เที่ยวแบบตามใจ ไปลองของกินแปลก หรือทำกิจกรรมสุดมันส์
ถ้าชอบแนวพากย์เสียงโบ๊ะบ๊ะ พร้อมทริปเที่ยวแบบเจาะลึก ต้องช่อง อาสาพาไปหลง โดยพี่ว่าน ที่ทั้งเที่ยวเก่งและเล่าเรื่องเก่งสุด ๆ คอนเทนต์ของช่องนี้จะเน้นพาไปสัมผัสเมืองและวัฒนธรรมในมุมที่นักท่องเที่ยวทั่วไปอาจไม่ค่อยได้เห็น ทั้งในเอเชียและยุโรป
พี่สิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล จะพาเราไปเยือนสถานที่ที่ไม่ใช่จุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วไป ที่ไหนโหด ที่ไหนดิบ ที่ไหนอันตราย พี่แกไปหมด! นอกจากความตื่นเต้นแล้ว ยังแฝงความรู้เรื่องสังคมและการเมืองในแต่ละประเทศ ทำให้ดูสนุกและได้มุมมองใหม่ ๆ
ใครเป็นแฟนประเทศญี่ปุ่นต้องไม่พลาด WasabiTV ที่จะพาเราไปเที่ยวทุกซอกทุกมุมของญี่ปุ่น โดยคุณฮิโระซัง เจ้าของช่องที่พาเราไปสัมผัสวัฒนธรรม อาหาร และสถานที่เที่ยวแบบคนโลคอล ดูแล้วหายคิดถึงญี่ปุ่นแน่นอน
ช่องของพี่นน ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ใช่แค่เที่ยวอย่างเดียว แต่ยังมีการถ่ายทอดเรื่องราวแบบมีสไตล์ เนื้อหาจะเน้นที่การเดินทางไปในประเทศแถบเอเชียและยุโรป โดยเฉพาะเมืองรองที่คนไม่ค่อยรู้จัก ทำให้ได้เห็นสถานที่แปลกใหม่อยู่เสมอ
ใครอยากรู้จักประเทศที่ไม่ค่อยมีคนพูดถึงต้องดูช่องนี้ DEEN VLOG พาเราไปลุยประเทศที่แปลกใหม่ เช่น ปากีสถาน ซูดาน หรือจอร์แดน พร้อมเจาะลึกวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนในพื้นที่แบบที่หาดูจากที่อื่นไม่ได้
จบไปแล้วกับ 10 ช่อง YouTube สายเที่ยวที่ดูแล้วเหมือนได้ไปด้วยจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสายลุย สายชิล หรือสายกิน ก็มีให้เลือกครบ ดูแล้วได้ทั้งความสนุกและข้อมูลแน่น ๆ ใครกำลังมองหาไอเดียเที่ยวต่างประเทศ ลองเปิดดูช่องเหล่านี้ แล้วเตรียมแพลนทริปในฝันกันได้เลย!
และเมื่อถึงเวลาที่คุณได้ออกเดินทางจริง การเตรียมตัวให้พร้อมคือสิ่งสำคัญ นอกจากการจองตั๋วและหาข้อมูลแล้ว เช็กเบี้ยประกันเดินทาง กับ insurverse ก็ช่วยให้คุณเที่ยวได้แบบสบายใจ พร้อมซัพพอร์ต 24 ชม. หมดห่วงเรื่องไฟลท์ดีเลย์ กระเป๋าเสียหาย หรือค่ารักษาพยาบาลต่างประเทศ สนุกให้เต็มที่ แล้วให้ insurverse ดูแลส่วนที่เหลือเอง!
สำหรับมือใหม่ที่อยากได้ข้อมูลท่องเที่ยวแบบละเอียด เข้าใจง่าย และมีคำแนะนำเรื่องการเดินทาง ควรเลือกช่องที่ให้รายละเอียดเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย การเดินทาง และวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ เช่น GO WENT GO หรือ Pigkaploy
ถ้าชอบการเดินทางแนวลุย สำรวจธรรมชาติ หรือไปสถานที่ที่คนไม่ค่อยไป แนะนำช่อง I ROAM ALONE, Rayron และ เถื่อน Channel ที่พาไปผจญภัยในที่แปลกใหม่ทั่วโลก
ช่องที่พาไปตะลุยกินแบบจัดเต็ม เช่น WasabiTV ที่เน้นอาหารญี่ปุ่น หรือ Chino To Share ที่มักพาไปลองชิมอาหารแปลกใหม่จากประเทศต่าง ๆ
สำหรับคนที่อยากได้ไอเดียเที่ยวแบบงบไม่แรง แนะนำช่อง TheGaijinTrips และ นัดตะพัด ที่เน้นการเดินทางแบบคุ้มค่า ใช้งบจำกัดแต่เที่ยวได้เต็มอิ่ม
ช่องที่พาไปประเทศแปลก ๆ หรือไม่ค่อยมีคนรีวิว เช่น DEEN VLOG ที่พาไปประเทศตะวันออกกลางและแอฟริกา หรือ Rayron ที่พาไปในมุมมองที่แตกต่างจากการท่องเที่ยวทั่วไป
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ