การเดินทางแต่ละครั้งมักมาพร้อมกับช่วงเวลาที่ต้องรอไฟลท์นาน ๆ หรือแวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบิน บางครั้งอาจจะเป็นเรื่องน่าเบื่อ แต่ถ้าเป็น Changi Airport บอกเลยว่าคุณอาจอยากให้เวลาเดินช้าลง! ที่นี่ไม่ได้มีแค่ร้านค้าปลอดภาษีทั่วไป แต่เต็มไปด้วยแลนด์มาร์กสุดตื่นตาตื่นใจ ตั้งแต่ น้ำตกในร่มที่สูงที่สุดในโลก ไปจนถึง โซนสวนป่าในสนามบิน ที่ให้บรรยากาศเหมือนเดินอยู่ในธรรมชาติจริง ๆ แต่การเดินทางที่ดีต้องเตรียมพร้อมทุกด้าน นอกจากแพลนเที่ยวแน่น ๆ แล้ว ประกันเดินทาง ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ระหว่างทาง
ใครที่ชอบช้อปปิ้งบอกเลยว่ามา Changi Airport แล้วไม่มีผิดหวัง เพราะที่นี่อัดแน่นไปด้วยร้านค้าแบรนด์ดังระดับโลกและแบรนด์ท้องถิ่นของสิงคโปร์ที่หาซื้อได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น ทั้งหมดนี้กระจายตัวอยู่ใน Jewel Changi และอาคารผู้โดยสารทั้ง 4 แห่ง ใครที่มีเวลาแวะสนามบินนานหน่อย แนะนำให้เดินเล่นเลือกซื้อของกันเพลิน ๆ ไปเลย
หากต้องการช้อปสินค้าปลอดภาษี สามารถเลือกซื้อจาก Duty-Free ซึ่งมีสินค้าหลากหลาย ตั้งแต่เครื่องสำอาง แอลกอฮอล์ บุหรี่ ไปจนถึงของใช้แบรนด์เนมระดับโลก ราคาดี คุ้มค่าแบบสุด ๆ
สนามบินสิงคโปร์ มีอาคารผู้โดยสารทั้งหมด 4 แห่ง และเชื่อมต่อกันด้วยระบบขนส่งที่สะดวกและรวดเร็ว ไม่ต้องกลัวหลงทาง
นอกจากนี้ ถ้าต้องการไป Jewel Changi ก็สามารถเดินจาก Terminal 1 ได้โดยตรง เพราะ Jewel อยู่ติดกับอาคารผู้โดยสาร 1 หรือถ้ามาจาก Terminal 2, 3 ก็มีสะพานเชื่อมให้เดินได้สะดวกเช่นกัน
สนามบินชางงีมีระบบรถไฟฟ้าที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางภายในสนามบิน แบ่งออกเป็น 2 ระบบหลัก
สำหรับผู้โดยสารที่เดินทางจาก Terminal 4 จะต้องใช้ Shuttle Bus ไปยัง Terminal 2 เพื่อเชื่อมต่อกับระบบขนส่งอื่น ๆ
หนึ่งในแลนด์มาร์กที่เป็นซิกเนเจอร์ของ Changi Airport ก็คือ HSBC Rain Vortex น้ำตกในร่มที่สูงที่สุดในโลก ตั้งอยู่ที่ Jewel Changi Airport ใครที่มาเยือนสนามบินสิงคโปร์ต้องไม่พลาดแวะมาถ่ายรูปเช็กอินกันที่นี่
รอบ ๆ น้ำพุยังมี Shiseido Forest Valley สวนป่าขนาดใหญ่ที่มีต้นไม้และพืชพรรณมากกว่า 2,000 ต้น ให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในป่าจริง ๆ และยังมีจุดชมวิวสวย ๆ หลายแห่งที่สามารถมองเห็นน้ำตกจากมุมต่าง ๆ ได้อีกด้วย
สนามบินชางงี สิงคโปร์ ไม่ได้เป็นแค่สนามบิน แต่เป็นจุดหมายปลายทางที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกระดับโลก และยังเป็นเจ้าของสถิติต่าง ๆ ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน
ถ้าคุณคิดว่าทุกสนามบินเหมือนกัน บอกเลยว่าผิด! Changi Airport ซ่อนฟีเจอร์สุดพิเศษไว้เพียบที่นักเดินทางหลายคนอาจไม่เคยรู้
สนามบินชางงีอาจจะใหญ่ แต่ระบบขนส่งในสนามบินทำให้การเดินทางภายในเป็นเรื่องง่ายมาก
หิวเมื่อไหร่ไม่ต้องห่วง! Changi Airport เต็มไปด้วยร้านอาหารระดับโลก และร้านอาหารท้องถิ่นของสิงคโปร์
สนามบินชางงีถือเป็นหนึ่งในสนามบินที่มีแหล่งช้อปปิ้งครบที่สุดในโลก ตั้งแต่แบรนด์เนมหรู ไปจนถึงร้านขายของที่ระลึก
นอกจากร้านอาหารและช้อปปิ้ง ที่สนามบินชางงียังมีกิจกรรมพิเศษที่คุณจะหาไม่ได้จากสนามบินอื่น ๆ
Changi Airport เป็นสนามบินที่เปลี่ยนการรอคอยให้เป็นประสบการณ์สุดพิเศษ จะช้อปแบรนด์ดัง กินอาหารระดับโลก หรือแค่เดินเล่นชมวิวสนามบิน ที่นี่ก็มีครบหมด แถมยังมีระบบขนส่งที่สะดวกสุด ๆ ทำให้การเดินทางเป็นเรื่องง่าย แต่ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหน หรือมีแพลนแน่นแค่ไหน เช็กเบี้ยประกันเดินทาง กับ insurverse ติดไว้ก่อนดีกว่า เพราะถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝัน เช่น ไฟลท์ดีเลย์ กระเป๋าหาย หรือเจ็บป่วยกระทันหัน อย่างน้อยก็มีแผนสำรองให้ทริปของคุณลื่นไหลต่อได้แบบไร้กังวล
สนามบินชางงีมีเลานจ์ให้บริการหลากหลาย ทั้งของสายการบินและเลานจ์ที่สามารถเข้าใช้ได้แบบเสียค่าบริการ เช่น Plaza Premium Lounge, SATS Premier Lounge และ The Haven by JetQuay ผู้โดยสารสามารถเข้าใช้ผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ หรือจ่ายเงินสด/ออนไลน์ล่วงหน้าเพื่อเข้าใช้สิ่งอำนวยความสะดวก เช่น อาหาร เครื่องดื่ม ห้องอาบน้ำ และที่พักผ่อน
สนามบินชางงีมีที่พักทั้งโรงแรมและโซนพักผ่อนสำหรับผู้โดยสารที่รอเปลี่ยนเครื่อง เช่น YOTELAIR Changi Airport ที่ Jewel หรือ Aerotel Transit Hotel ที่ Terminal 1 นอกจากนี้ยังมีโซฟาพักผ่อนและเก้าอี้ปรับเอนที่โซน Snooze Lounge ในหลาย ๆ Terminal สำหรับผู้ที่ต้องการงีบพักฟรี
มีบริการฝากกระเป๋าที่ Terminal 1, 2, 3 และ Jewel Changi ซึ่งช่วยให้ผู้โดยสารสามารถเดินเที่ยวหรือช้อปปิ้งโดยไม่ต้องแบกสัมภาระ ราคาคิดตามขนาดและระยะเวลาฝาก เริ่มต้นที่ไม่กี่ดอลลาร์สิงคโปร์ และสามารถฝากได้นานสูงสุดถึง 24 ชั่วโมง
สนามบินนี้มีหลายโซนที่เหมาะสำหรับครอบครัว เช่น สนามเด็กเล่นใน Terminal 1 และ 3, Canopy Park ที่ Jewel ซึ่งมีสไลเดอร์ยักษ์และเขาวงกต รวมถึง Changi Experience Studio ซึ่งเป็นโซนอินเทอร์แอคทีฟให้เด็ก ๆ ได้สนุกกับเกมและการเรียนรู้เกี่ยวกับการบิน
จุดชมวิวเครื่องบินขึ้น-ลงที่ดีที่สุดของสนามบินชางงีอยู่ที่ Viewing Mall ซึ่งมีอยู่ที่ Terminal 1 และ 3 โดยเป็นจุดที่สามารถมองเห็นรันเวย์ได้ชัดเจน นอกจากนี้ยังสามารถชมวิวรันเวย์จากสระว่ายน้ำที่ Aerotel Transit Hotel ใน Terminal 1 ได้อีกด้วย
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ
เมื่อก้าวเข้าสู่วัยทำงาน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำในบริษัทเอกชนหรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ คำถามยอดฮิตที่หลายคนมักสงสัยคือ ประกันสังคม คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อชีวิต และทำไมเราจึงต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนนี้เป็นประจำทุกเดือน บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกความหมาย โครงสร้างของระบบประกันสังคมไทย ประเภทของมาตราต่างๆ และสิทธิประโยชน์ที่คุณจะได้รับอย่างครบถ้วน ประกันสังคม คืออะไร? ทำความเข้าใจระบบกองทุนสวัสดิการของรัฐ ประกันสังคม คือ ระบบการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขของคนในสังคม โดยเป็นการระดมเงินสมทบจาก 3 ฝ่าย ได้แก่ ลูกจ้าง, นายจ้าง และรัฐบาล เข้าสู่ “กองทุนประกันสังคม” ภายใต้การดูแลของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กระทรวงแรงงาน วัตถุประสงค์หลักคือเพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงในการดำรงชีวิต ช่วยกระจายความเสี่ยงทางการเงินเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ ชราภาพ หรือว่างงาน สรุปผู้ประกันตน 3 มาตราหลัก แตกต่างกันอย่างไร? ระบบประกันสังคมของไทยแบ่งกลุ่มผู้ประกันตนออกเป็น 3 มาตราหลักตามสถานะการทำงาน ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (ลูกจ้างภาคบังคับ) คือ พนักงานหรือลูกจ้างที่ทำงานในสถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป… Continue reading ประกันสังคม คืออะไร สรุปสิทธิประโยชน์ และวิธีคุ้มครองตนเอง
โดยปกติแล้ว ผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 จะได้รับสิทธิการรักษาพยาบาลฟรีโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ณ โรงพยาบาลตามสิทธิที่ได้เลือกไว้ แต่ในชีวิตจริง เหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น อุบัติเหตุรุนแรง หรืออาการเจ็บป่วยกะทันหันขณะอยู่ต่างจังหวัด มักทำให้เราต้องเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุดก่อน ทำให้เกิดคำถามว่า เบิกค่ารักษาพยาบาล ประกันสังคม ได้หรือไม่ เบิกได้เท่าไหร่ และมีขั้นตอนอย่างไร บทความนี้มีคำตอบชัดเจน เบิกค่ารักษาพยาบาล ประกันสังคม ได้ในกรณีใดบ้าง? ผู้ประกันตนสามารถยื่นเบิกค่ารักษาพยาบาลคืนจากสำนักงานประกันสังคมได้ในกรณีที่จำเป็นทางการแพทย์ ดังนี้: สิทธิกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต (UCEP 72 ชั่วโมงแรก) หากผู้ประกันตนมีอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตถึงแก่ชีวิต (เช่น หมดสติ ไม่หายใจ เจ็บหน้าอกรุนแรง แขนขาอ่อนแรงเฉียบพลัน) สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดได้ทุกแห่ง ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ภายใต้นโยบาย UCEP (Universal Coverage for Emergency Patients) โดยไม่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลใดๆ ในช่วง 72 ชั่วโมงแรก หลังจากนั้นเมื่อพ้นวิกฤต โรงพยาบาลจะประสานงานส่งตัวกลับไปยังโรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคมต่อไป อัตราการเบิกค่ารักษาพยาบาลกรณีเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอื่น กรณีที่เกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน (แต่ไม่ถึงขั้นวิกฤต UCEP)… Continue reading เบิกค่ารักษาพยาบาล ประกันสังคม กรณีฉุกเฉิน และเจ็บป่วยทั่วไป