การมีประกัน ไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุ ประกันสุขภาพ หรือ ประกันรถยนต์ แน่นอนว่าเป็นเรื่องดี เพราะเมื่อใดที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ประกันเหล่านี้จะทำหน้าที่แบ่งเบาค่าใช้จ่าย จากที่ต้องแบกรับภาระการเงินหนักอึ้งก็กลายเป็นเบาลง และนอกจากประกันตามที่กล่าวมานั้น บุคคลที่มีรายได้ไม่ว่าจะเป็นรายได้จากงานประจำหรือรายได้จากอาชีพอิสระจะมีประกันอีกประเภทหนึ่งทำหน้าที่คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลและค่าชดเชยต่าง ๆ นั่นคือ ประกันสังคม ซึ่งผู้ประกันตนแต่ละประเภทจะได้รับสิทธิความคุ้มครองแตกต่างกัน แต่จะทราบได้อย่างไร ต้องโทร ประกันสังคม call center 02 เบอร์ไหน หรือต้องทำอย่างไรจึงจะได้ข้อมูลครบถ้วน
การจ่ายเงินสมทบเข้าประกันสังคมสามารถแบ่งออกเป็นได้ 3 รูปแบบ หรือ 3 มาตรา ตามเงื่อนไขที่ประกันสังคมกำหนด โดยสามารถแบ่งได้ ดังนี้
ผู้ประกันตนมาตรา 33 จะเป็นมาตราสำหรับลูกจ้างที่ทำงานในสถานประกอบการที่มีลูกจ้างมากกว่า 1 คน โดยผู้ประกันตนตามมาตรานี้จะจ่ายเงินสมทบ 5 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ต่อเดือน คำนวณจากฐานค่าจ้างต่ำสุด 1,650 บาท และสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท
ผู้ประกันตนมาตรา 39 จะเป็นมาตราสำหรับลูกจ้างที่เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 มาก่อน แต่ลาออกมาทำงานอิสระ ซึ่งผู้ประกันตนตามมาตรานี้จะจ่ายเงินสมทบ 432 บาทต่อเดือน
สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 จะได้รับความคุ้มครองแบบเดียวกัน ได้แก่ ความคุ้มครองกรณีเจ็บป่วย อุบัติเหตุ ทุพพลภาพ เสียชีวิต คลอดบุตร เงินสงเคราะห์บุตร ชราภาพ และกรณีว่างงาน ทั้งนี้มูลค่าความคุ้มครองจะแตกต่างกันตามระยะเวลาและเงินสมทบที่แต่ละคนนำส่งไว้
ผู้ประกันตนมาตรา 40 จะเป็นมาตราสำหรับกลุ่มคนทำงานอาชีพอิสระและลูกจ้างที่ไม่มีนายจ้าง สามารถจ่ายเงินสมทบ เป็น 3 อัตรา ได้แก่ อัตรา 70 บาทต่อเดือน อัตรา 100 บาทต่อเดือน และอัตรา 300 บาทต่อเดือน
สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 40 มีสิทธิได้รับความคุ้มครองกรณีเจ็บป่วย อุบัติเหตุ ทุพพลภาพ เสียชีวิต ชราภาพ และเงินสงเคราะห์บุตร โดยมูลค่าความคุ้มครองจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาและเงินสมทบที่แต่ละคนนำส่งไว้เช่นกัน
จะเห็นว่าผู้ประกันตนมีอยู่ด้วยกันทั้งสิ้น 3 มาตรา แต่ละมาตราจะนำส่งเงินเข้ากองทุนประกันสังคมด้วยตัวเลขแตกต่างกัน โดยหากต้องการทราบว่าตนเองอยู่ในมาตราไหนสามารถตรวจสอบได้ที่โทร ประกันสังคม call center 02 รวมถึงเว็บไซต์และแอปพลิเคชันประกันสังคม
เมื่อประกันสังคมมีหลายมาตรา เชื่อว่าผู้ประกันตนจำนวนไม่น้อยต่างสงสัยว่าแล้วตนเองมีสิทธิอะไรบ้าง ซึ่งการรับทราบสิทธิของตัวเองนับเป็นเรื่องดี เพราะจะได้ไม่เสียสิทธิ ใช้สิทธิของตนเองได้อย่างเต็ม แต่จะเช็กสิทธิประกันสังคมของตัวเองได้อย่างไรบ้าง ลองมาดูช่องทางต่าง ๆ ที่สามารถตรวจสอบสิทธิประกันสังคมและได้ข้อมูลอย่างครบ ๆ
ใครสะดวกยกหู อยากพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ สามารถติดต่อสำนักงานประกันสังคมได้ผ่านช่องทางโทรศัพท์ เบอร์โทร ประกันสังคม call center 02 -956-2222 ให้บริการเวลา 8.30 – 16.30 น. หรือ Call Center 1506 ให้บริการตลอด 24 ชม.
ตรวจสอบสิทธิประกันสังคมได้ง่าย ๆ แค่ปลายนิ้ว เพียงเข้าเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคมหรือ www.sso.go.th จากนั้นกรอกเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ตามด้วยการกดเข้าไปยัง “ตรวจสอบสิทธิ” เพียงเท่านี้ก็จะทราบว่าคุณเป็นผู้ประกันตนมาตราใดและมีสิทธิอะไรบ้าง
อีกหนึ่งช่องทางตรวจสอบสิทธิประกันสังคมแบบง่าย ๆ เช่นกันด้วยการดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน SSO Plus ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันของสำนักงานประกันสังคม จากนั้นกรอกเลขบัตรประชาชน 13 หลัก และกดตรวจสอบสิทธิ เพียงเท่านี้ก็เข้าถึงข้อมูลสิทธิการเป็นผู้ประกันตนได้แล้ว
ทั้งนี้การเข้าตรวจสอบสิทธิผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชันจำเป็นต้องกรอกข้อมูลเพื่อยืนยันตัวตนก่อนเสมอ โดยกรอกชื่อ นามสกุล เลขบัตรประชาชน วันเดือนปีเกิด และตั้งรหัสผ่าน เพื่อให้เข้าใช้งานได้แบบง่าย ๆ ในครั้งต่อไป
เชื่อว่าใครที่อยากเช็กสิทธิประกันสังคมจะทราบแล้วว่าต้องโทร ประกันสังคม call center 02 เบอร์ไหน หรือสามารถตรวจสอบสิทธิของตัวเองได้จากช่องทางใดบ้าง ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เสียสิทธิและเพิ่มความอุ่นใจว่าหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็ยังมีประกันสังคมช่วยแบกรับความเสี่ยง รวมถึงครอบครัวที่มีบุตรก็สามารถเบิกค่าคลอดบุตรและค่าดูแลบุตรได้ อย่างน้อยประกันสังคมก็ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น หรือกรณีเสียชีวิตก็ยังมีเงินชดเชยเพื่อให้คนข้างหลังได้ใช้ประโยชน์ เพราะฉะนั้นใครที่มีรายได้ไม่ว่าจะเป็นรายได้จากงานประจำหรือรายได้จากงานอิสระควรศึกษาสิทธิของตนเองเสมอเพื่อให้เป็นประโยชน์ในอนาคต แต่สำหรับใครที่ต้องการความคุ้มครองที่ครอบคลุมในเรื่องอื่น ๆ เพิ่มเติม แนะนำทำประกันภัยที่ช่วยคุ้มครองความเสี่ยงที่คุณเป็นกังวล ซึ่งสามารเข้าไปศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เช็กค่าเบี้ยประกัน เปรียบเทียบความคุ้มครอง และซื้อประกันที่ต้องการได้ที่ insurverse
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ