Clarke Quay หรือที่คนไทยเรียกว่า “คลาร์กคีย์” เป็นหนึ่งในย่านท่องเที่ยวสิงคโปร์ที่บอกเลยว่าไม่มีวันหลับใหล ย่านนี้เต็มไปด้วยแสงสี กิจกรรมสุดมันส์ และสถานที่น่าถ่ายรูปมากมาย ไม่ว่าคุณจะเป็นสายเที่ยวชิล สายกิน หรือสายแอดเวนเจอร์ Clarke Quay ก็พร้อมตอบโจทย์ทุกสไตล์แบบไม่ขาดตกบกพร่อง
ในอดีต Clarke Quay เคยเป็นย่านท่าเรือสำคัญสำหรับขนส่งสินค้า และเก็บวัตถุดิบจากทั่วทุกมุมโลก แต่ปัจจุบันถูกปรับโฉมให้กลายเป็นศูนย์รวมความบันเทิงที่มีชีวิตชีวา ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาสัมผัสประสบการณ์ที่นี่แบบจัดเต็ม
ย้อนกลับไปเมื่อกว่า 150 ปีที่แล้ว ย่าน Clarke Quay เคยเป็นหนึ่งในจุดศูนย์กลางการค้าขายที่คึกคักที่สุดของสิงคโปร์ โดยเฉพาะในด้านการนำเข้าส่งออกสินค้า เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง และสินค้าจำเป็นอื่นๆ ที่ขนส่งมาทางเรือสำเภาจากทั่วทุกมุมโลก ท่าเรือแห่งนี้เต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวของพ่อค้าแม่ค้า ชาวประมง และแรงงานที่ร่วมกันสร้างบรรยากาศอันมีชีวิตชีวาให้กับย่านนี้ ในเวลานั้น อาคารที่นี่ถูกออกแบบให้มีลักษณะเป็นโกดังเก็บสินค้า ซึ่งยังคงหลงเหลือร่องรอยของความเก่าแก่และเสน่ห์เฉพาะตัวให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน
ปัจจุบัน Clarke Quay ได้รับการพัฒนาและปรับโฉมใหม่ให้กลายเป็นศูนย์รวมความบันเทิงและสถานที่ท่องเที่ยวที่ทันสมัย พร้อมทั้งคงความเป็นเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมดั้งเดิมเอาไว้อย่างลงตัว ย่านนี้ตั้งอยู่บริเวณสองฝั่งของแม่น้ำสิงคโปร์ โดยมีสะพาน Read Bridge เชื่อมต่อสองฝั่งเข้าด้วยกัน สะพานนี้เองยังเป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่นักท่องเที่ยวหลายคนไม่พลาดจะหยุดพักถ่ายรูปหรือนั่งชิลในบรรยากาศสุดชิคริมแม่น้ำ
สำหรับคนที่กำลังวางแผนมาเยือน Clarke Quay ไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทาง แค่พิมพ์ชื่อ “Clarke Quay” ลงใน Google Maps คุณก็จะพบพิกัดที่ถูกต้องทันที เดินทางง่าย สะดวก และเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทุกวัยอย่างแน่นอน
ระบบขนส่งมวลชนของสิงคโปร์ถือว่าสุดยอดมาก ทำให้การเดินทางมายัง Clarke Quay เป็นเรื่องง่ายสุดๆ มีตัวเลือกหลากหลายตามความสะดวกของแต่ละคน เช่น
การเดินทางในสิงคโปร์นั้นสะดวกสุดๆ ไม่ว่าจะเป็น MRT รถบัส หรือแท็กซี่ แต่ในกรณีที่ไฟล์ทบินดีเลย์ตั้งแต่เริ่มต้นทริป กระเป๋าเดินทางเกิดเสียหาย หรือมีเหตุฉุกเฉินระหว่างการเดินทางต่างประเทศ ประกันเดินทางของ insurverse พร้อมดูแลทุกสถานการณ์ ด้วยเบี้ยเริ่มต้นเพียง 59 บาทต่อทริป ช่วยให้ทริปของคุณราบรื่นตั้งแต่ออกเดินทาง หากกำลังสนใจ แค่ เช็กเบี้ยประกันเดินทาง กับเราผ่านทางออนไลน์ก็ได้รู้ราคาทันทีไม่ถึง 5 นาที
Clarke Quay เป็นย่านที่เปิดให้เที่ยวได้แทบตลอดทั้งวัน แต่ละช่วงเวลาก็มีกิจกรรมและบรรยากาศที่แตกต่างกันออกไป เช่น
การล่องเรือบัมโบ๊ท (Bumboat) เป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมอันดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยวที่ Clarke Quay ใช้เวลาประมาณ 40 นาทีเต็มที่กับการชมวิวแบบพาโนรามา ซึ่งรวมทั้งตึกระฟ้าอันทันสมัยและบ้านเรือนเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์ คุณจะได้เห็นสถานที่สำคัญ เช่น รูปปั้นเซอร์ สแตมฟอร์ด ราฟเฟิลส์ และวิวสวยๆ ของ Marina Bay Sands ที่สะท้อนแสงไฟในยามค่ำคืน เสน่ห์ของการล่องเรือกลางคืนคือบรรยากาศที่โรแมนติกและแสงสีที่ทำให้แม่น้ำดูมีชีวิตชีวา
ราคาตั๋วเริ่มต้นที่ประมาณ 450 บาทสำหรับเด็ก และ 660 บาทสำหรับผู้ใหญ่ แต่แนะนำให้จองล่วงหน้าเพื่อไม่พลาดช่วงเวลาที่ต้องการ
สะพาน Read Bridge เป็นจุดที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และบรรยากาศชิลๆ เหมาะกับการเดินเล่นและถ่ายรูป เดิมสะพานนี้เคยเป็นศูนย์รวมชาวจีนแต้จิ๋วที่มีการจัดแสดงงิ้วและกิจกรรมชุมชนต่างๆ ทุกวันนี้สะพานแห่งนี้กลายเป็นจุดเชื่อมระหว่างสองฝั่งแม่น้ำ และรายล้อมด้วยร้านอาหาร ร้านค้า และคาเฟ่น่านั่ง เหมาะกับการนั่งพักผ่อนหรือจิบเครื่องดื่มเย็นๆ พร้อมชมวิวแม่น้ำในบรรยากาศที่ไม่เร่งรีบ
หากคุณเป็นคนชอบความตื่นเต้น Clarke Quay มีเครื่องเล่นเอ็กซ์ตรีมที่ตอบโจทย์อย่าง G-Max Reverse Bungy และ GX-5 Extreme Swing โดย G-Max Reverse Bungy จะพาคุณดีดตัวขึ้นฟ้าสูงกว่า 60 เมตรด้วยความเร็ว 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วน GX-5 Extreme Swing จะให้ความรู้สึกเหมือนนั่งบนชิงช้าขนาดใหญ่ที่แกว่งตัวลงมาด้วยความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้งสองเครื่องเล่นนี้มาพร้อมกับวิวสวยๆ ของ Clarke Quay ที่มองเห็นได้จากมุมสูง รับรองว่าตื่นเต้นจนอะดรีนาลีนพลุ่งพล่านแน่นอน
ราคาเครื่องเล่นเริ่มต้นที่ 35 ดอลลาร์สิงคโปร์สำหรับเด็ก และ 45 ดอลลาร์สิงคโปร์สำหรับผู้ใหญ่ เปิดให้บริการตั้งแต่ 16.30-23.30 น.
ความตื่นเต้นจาก G-Max Reverse Bungy และ GX-5 Extreme Swing ที่ Clarke Quay มอบประสบการณ์ที่ทั้งหวาดเสียวและน่าตื่นเต้น แม้เครื่องเล่นเหล่านี้จะได้รับการดูแลมาตรฐานสูง แต่หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ประกันเดินทางต่างประเทศ insurverse พร้อมดูแลคุณ ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาลหรือเหตุฉุกเฉินระหว่างทริป ให้คุณสนุกได้เต็มที่แบบไร้กังวล
Clarke Quay เป็นแหล่งรวมร้านอาหารและบาร์ที่หลากหลายที่สุดในสิงคโปร์ สายกินห้ามพลาดร้านดังอย่าง Jumbo Seafood ที่ขึ้นชื่อเรื่องปูผัดพริกและอาหารทะเลสดๆ หรือ Song Fa Bak Kut Teh ที่เสิร์ฟซุปกระดูกหมูหอมกรุ่น สายดื่มสามารถนั่งชิลที่บาร์อย่าง Zouk Singapore ที่มีดนตรีสดและดีเจชื่อดัง หรือ Crazy Elephant ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศสบายๆ และการแสดงดนตรีแนวบลูส์ ทุกค่ำคืนที่ Clarke Quay จะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ แสงไฟ และความสนุกที่ไม่มีวันหมด
Clarke Quay ไม่ใช่แค่ย่านท่าเรือเก่า แต่เป็นแหล่งรวมความสนุกและสีสันของสิงคโปร์ที่ตอบโจทย์ทุกสไตล์ ไม่ว่าคุณจะมาเที่ยวคนเดียว มากับเพื่อน หรือครอบครัว ที่นี่มีทุกอย่างครบครัน ตั้งแต่กิจกรรมสุดมันส์ อาหารอร่อย ไปจนถึงบรรยากาศสุดชิล ถ้ากำลังวางแผนไปสิงคโปร์ อย่าลืมแวะมาสัมผัส Clarke Quay แล้วคุณจะหลงรักที่นี่แบบเต็มหัวใจ
ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสิงคโปร์ เชื่อมด้วยสะพาน Read Bridge ใกล้กับสถานี MRT Clarke Quay
เปิดให้เข้าชมได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่ร้านอาหาร บาร์ และกิจกรรมต่างๆ เปิดประมาณ 12.00-00.00 น.
ล่องเรือแม่น้ำสิงคโปร์ เล่นเครื่องเล่นเอ็กซ์ตรีม ชิมอาหารทะเลชื่อดัง และเที่ยวไนต์คลับ
เดินทางด้วย MRT สายสีม่วง ลงที่สถานี Clarke Quay หรือใช้แท็กซี่หากเดินทางเป็นกลุ่ม
เหมาะทั้งสายชิลที่อยากชมวิว สายแอดเวนเจอร์ที่ชอบเครื่องเล่น และสายกินดื่มที่มองหาความสนุกยามค่ำคืน
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ