vertical_align_top
keyboard_arrow_leftย้อนกลับ
วิธีไล่นกพิราบอย่างได้ผล ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

วิธีไล่นกพิราบอย่างได้ผล ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

schedule
share

นกพิราบอาจดูน่ารักเวลามาเกาะตามระเบียงหรือหลังคาบ้าน แต่ความจริงแล้วมันอาจนำปัญหาหลายอย่างมาสู่บ้านของคุณ ไม่ว่าจะเป็นคราบขี้นกที่ทำความสะอาดยาก เสียงรบกวน และที่สำคัญที่สุดคือโรคที่มากับนก เช่น โรคซัลโมเนลโลซิส หรือโรคทางเดินหายใจจากเชื้อราในมูลนก นอกจากนี้การสร้างรังของมันยังทำให้ท่อระบายน้ำอุดตันหรือเกิดความเสียหายกับวัสดุของอาคารอีกด้วย

เทคนิคป้องกันนกพิราบเข้ามาในพื้นที่

ใช้ตาข่ายป้องกัน

ตาข่ายกันนกเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับการป้องกันนกพิราบ โดยตาข่ายจะทำหน้าที่ปิดกั้นบริเวณที่นกพิราบชอบเข้ามาทำรัง เช่น ระเบียง กันสาด หรือขอบหน้าต่าง ตาข่ายควรเลือกที่มีช่องเล็กพอที่จะป้องกันนกไม่ให้บินผ่านได้ และต้องติดตั้งให้แน่นหนาเพื่อป้องกันนกเจาะผ่าน ควรเลือกวัสดุที่ทนทานต่อสภาพอากาศ เช่น ตาข่ายไนลอนหรือพลาสติกเคลือบ

ติดแถบหนามกันนก

แถบหนามกันนกเป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันนกพิราบเกาะตามขอบอาคารหรือราวระเบียง หนามที่มีปลายแหลมจะทำให้นกพิราบไม่สามารถเกาะอยู่ได้อย่างมั่นคงโดยไม่ทำให้นกบาดเจ็บ วัสดุที่ใช้ทำแถบหนามมักเป็นพลาสติกหรือสแตนเลส ซึ่งมีความทนทานต่อสภาพอากาศและใช้งานได้ยาวนาน

ติดตั้งเครื่องเสียงไล่นก

เครื่องเสียงไล่นกเป็นอุปกรณ์ที่ส่งคลื่นเสียงความถี่สูงหรือเสียงจำลองเสียงนักล่า เพื่อขับไล่นกพิราบให้ออกไปจากพื้นที่ เสียงเหล่านี้จะทำให้นกเกิดความไม่สบายใจและไม่อยากกลับมาอีก อย่างไรก็ตาม ควรเลือกเครื่องเสียงที่ปรับระดับเสียงได้เพื่อลดผลกระทบต่อคนในพื้นที่

ใช้แสงสะท้อนรบกวน

แผ่นฟอยล์หรืออุปกรณ์สะท้อนแสง เช่น แผ่น CD หรือแผ่นสะท้อนแสงเฉพาะทาง สามารถใช้แขวนในบริเวณที่นกพิราบชอบมาเกาะได้ แสงสะท้อนจากวัตถุเหล่านี้จะทำให้นกพิราบตกใจและเลี่ยงการบินเข้ามาในพื้นที่

การติดตั้งตาข่ายและแถบหนามกันนกช่วยป้องกันไม่ให้นกพิราบเข้ามาทำรังในพื้นที่บ้าน อย่างไรก็ตาม ภัยธรรมชาติต่าง ๆ ก็ยังไม่หายไป หากพื้นที่ของคุณเกิดความเสียหายจากภูเขาไฟ สึนามิ น้ำท่วม ภัยจากลูกเห็บ และภัยธรรมชาติอื่น ๆ การมีประกันบ้านและคอนโดจาก insurverse จะช่วยดูแลค่าใช้จ่ายในกรณีที่โครงสร้างบ้านหรือพื้นที่ได้รับความเสียหาย

วิธีจัดการรังนกพิราบ

ตรวจสอบรังอย่างระมัดระวัง

ก่อนจัดการรังนกพิราบ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีไข่หรือลูกนกอยู่ในรัง หากพบไข่หรือลูกนก ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ป่าเพื่อจัดการอย่างเหมาะสม เนื่องจากการเคลื่อนย้ายรังอาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ

ใช้ถุงมือป้องกันเชื้อโรค

รังนกพิราบอาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค เช่น เชื้อราและแบคทีเรีย ดังนั้นการสวมถุงมือยางและหน้ากากอนามัยก่อนจัดการรังจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก นอกจากนี้ควรเตรียมอุปกรณ์สำหรับทำความสะอาดพื้นที่หลังจากการรื้อรังด้วย

กำจัดรังอย่างปลอดภัย

การกำจัดรังควรเริ่มจากการใช้เครื่องมือ เช่น ไม้กวาดหรือไม้ปลายแหลม เพื่อเคลื่อนย้ายรังออกจากพื้นที่ และนำรังไปทิ้งในถุงขยะที่ปิดสนิท เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค หลังจากนั้นควรทำความสะอาดพื้นที่ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ

ปิดกั้นพื้นที่ที่เคยมีรัง

หลังจากกำจัดรัง ควรตรวจสอบและปิดกั้นพื้นที่ที่นกพิราบเคยใช้ทำรัง เช่น อุดรูหรือช่องว่างที่เป็นจุดซ่อนตัวของนก เพื่อป้องกันไม่ให้นกกลับมาทำรังใหม่อีกครั้ง

เคล็ดลับเพิ่มเติมในการไล่นกพิราบ

ใช้กลิ่นที่นกไม่ชอบ

นกพิราบไม่ชอบกลิ่นฉุนของน้ำมันหอมระเหยบางชนิด เช่น น้ำมันสะระแหน่ (Peppermint Oil) หรือกานพลู (Clove Oil) การใช้สำลีก้อนชุบน้ำมันเหล่านี้แล้ววางไว้ตามจุดที่นกชอบเกาะสามารถช่วยไล่นกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปลูกต้นไม้ที่ช่วยป้องกันนก

ต้นไม้บางชนิด เช่น ต้นไม้ที่มีกิ่งก้านหนาทึบหรือมีหนาม อาจช่วยลดการเกาะของนกพิราบในบริเวณที่พักอาศัย นอกจากนี้ การปลูกไม้เลื้อยที่สามารถปกคลุมพื้นที่ เช่น ระเบียงหรือหลังคา จะช่วยสร้างอุปสรรคให้นกไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้ง่าย

หลีกเลี่ยงการให้อาหารนก

การให้อาหารนกพิราบในบริเวณบ้านหรืออาคารจะกระตุ้นให้นกกลับมาบ่อยครั้ง ควรหลีกเลี่ยงการให้อาหารและกำจัดเศษอาหารที่อาจตกหล่นในพื้นที่ เพื่อไม่ให้นกมองว่าบริเวณนี้เป็นแหล่งอาหารประจำ

จัดหุ่นนกนักล่า

การติดตั้งหุ่นจำลองนกนักล่า เช่น เหยี่ยวหรือนกฮูกในบริเวณที่นกพิราบมักมาเกาะ จะทำให้นกพิราบรู้สึกไม่ปลอดภัยและเลี่ยงการเข้ามาในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ควรเปลี่ยนตำแหน่งหุ่นบ่อย ๆ เพื่อป้องกันนกพิราบเรียนรู้ว่าหุ่นเหล่านี้ไม่มีอันตรายจริง

ใช้สเปรย์ไล่นกสูตรธรรมชาติ

สเปรย์ไล่นกที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ เช่น น้ำส้มสายชูหรือพริกป่น สามารถฉีดพ่นในพื้นที่ที่นกพิราบมักมาเกาะ กลิ่นฉุนจะทำให้นกไม่อยากกลับมาอีก วิธีนี้ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและปลอดภัยสำหรับมนุษย์

ข้อควรระวังในการไล่นกพิราบ

  1. หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีอันตราย สารเคมีที่มีพิษอาจเป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยง คนในบ้าน หรือแม้แต่นกชนิดอื่น ๆ ที่ไม่ได้ตั้งใจจะไล่
  2. อย่าทำร้ายนกโดยตรง กฎหมายบางประเทศมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการปกป้องสัตว์ปีก รวมถึงนกพิราบ ควรใช้วิธีที่ไม่เป็นอันตรายและสอดคล้องกับกฎหมาย
  3. ดูแลความปลอดภัยขณะทำงานบนที่สูง การติดตั้งอุปกรณ์กันนกมักต้องปีนขึ้นไปบนหลังคาหรือระเบียง ควรสวมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น สายรัดตัวหรือรองเท้ากันลื่น

การไล่นกพิราบไม่ใช่แค่การกำจัด แต่ยังเป็นการป้องกันไม่ให้พวกมันกลับมาอีก การใช้วิธีที่เหมาะสมและปลอดภัยจะช่วยให้คุณรักษาความสะอาดและความเรียบร้อยของบ้านได้อย่างยั่งยืน

ปัญหาจากนกอาจจะแก้ได้ง่าย ๆ แต่ปัญหาอย่างภัยธรรมชาติไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้น อย่าลืม เช็กเบี้ยประกันบ้านและคอนโด จาก insurverse เพราะเราจะช่วยซ่อมแซมและฟื้นฟูบ้านของคุณให้กลับมาสมบูรณ์เหมือนเดิม

5 คำถามที่พบบ่อย 

วิธีป้องกันนกพิราบเข้ามาในพื้นที่ควรเริ่มต้นจากอะไร?

เริ่มจากการใช้ตาข่ายป้องกัน แถบหนามกันนก หรือเครื่องเสียงไล่นก เพื่อป้องกันนกพิราบเข้ามาในพื้นที่ตั้งแต่แรก พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ให้แน่นหนาเพื่อความปลอดภัย

การจัดการรังนกพิราบควรทำอย่างไรเพื่อหลีกเลี่ยงเชื้อโรค?

ควรสวมถุงมือและหน้ากากอนามัยขณะจัดการรัง ใช้เครื่องมืออย่างไม้กวาดหรือไม้ปลายแหลมเพื่อนำรังไปทิ้งในถุงขยะที่ปิดสนิท จากนั้นทำความสะอาดพื้นที่ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ

การใช้กลิ่นช่วยไล่นกพิราบได้ผลจริงหรือไม่?

ได้ผลจริง นกพิราบไม่ชอบกลิ่นฉุน เช่น น้ำมันสะระแหน่หรือกานพลู โดยสามารถใช้สำลีชุบน้ำมันเหล่านี้วางในจุดที่นกชอบเกาะเพื่อไล่นกออกไป

การติดตั้งหุ่นนกนักล่ามีข้อควรระวังอย่างไร?

หุ่นนกนักล่าควรเปลี่ยนตำแหน่งบ่อย ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้นกพิราบเรียนรู้ว่าหุ่นเหล่านี้ไม่มีอันตราย และควรติดตั้งในจุดที่นกพิราบมักมาเกาะเพื่อให้ได้ผลดีที่สุด

ทำไมถึงควรหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีในการไล่นกพิราบ?

เพราะสารเคมีอันตรายอาจเป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยง คนในบ้าน หรือสัตว์ปีกชนิดอื่นที่ไม่ได้ตั้งใจจะไล่ รวมถึงส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย