การเตรียมพร้อมสำหรับวัยเกษียณเป็นสิ่งที่คนวัยทำงานไม่ควรมองข้ามและควรเตรียมตัวให้ครบรอบด้าน หนึ่งในนั้นก็คือตรวจสอบสิทธิเกษียณอายุประกันสังคมว่าหลังเกษียณแล้วคุณจะได้รับสิทธิประโยชน์อะไรจากการเป็นผู้ประกันตนบ้าง ต้องส่งเงินประกันสังคมกี่เดือนจึงได้เงินเกษียณ พร้อมคำนวณเงินเกษียณที่จะได้รับเพื่อให้สามารถวางแผนชีวิตได้อย่างสบายใจมากที่สุด
การรับสิทธิเกษียณอายุประกันสังคม ผู้ประกันตนมีสิทธิ์ได้รับเงินบำนาญที่อายุ 55 ปี หากส่งเงินสมทบตั้งแต่ 180 เดือน หรือ 15 ปีขึ้นไป จะได้รับบำนาญชราภาพจ่ายแบบรายเดือนตลอดชีวิต ในอัตราส่วนร้อยละ 20 ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย แต่หากจ่ายเงินสมทบมากกว่า 180 เดือน จะได้รับเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบครบทุก 12 เดือน
นอกจากนี้หากผู้ประกันตนที่ได้รับเงินบำนาญชราภาพเสียชีวิตภายใน 5 ปี เงินบำนาญชราภาพของผู้ประกันตนจะถูกย้ายสิทธิ์รับเงินไปยังทายาท โดยระยะเวลาที่ทายาทจะได้รับเงินนั้นนับตั้งแต่หลังจากผู้ประกันตนเสียชีวิตไปจนครบ 60 เดือน หรือ 5 ปี
หากต้องการรับสิทธิเกษียณอายุประกันสังคม ผู้ประกันตนต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 180 เดือน หรือ 15 ปี จึงจะมีสิทธิได้รับเงินบำนาญชราภาพจากประกันสังคม โดยจะได้รับบำนาญอัตราร้อยละ 20 ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย และหากจ่ายเงินสมทบเกิน 180 เดือน จะได้รับเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อระยะเวลาส่งเงินสมทบทุก 12 เดือน
ตัวอย่างเช่น หากส่งเงินสมทบมาแล้ว 20 ปี จะได้รับเงินบำนาญ 27.50% หรือส่งเงินสมทบ 25 ปี จะได้รับเงินบำนาญ 35.00% เป็นต้น ดังนั้นยิ่งเริ่มส่งเงินสมทบเร็วก็ยิ่งได้รับผลประโยชน์จากเงินบำนาญชราภาพสูงขึ้นด้วยนั่นเอง
ใครที่ต้องการตรวจสอบว่าเมื่อเกษียณแล้วจะได้รับเงินเกษียณอายุประกันสังคมเท่าไหร่ เรามีวิธีคำนวณง่าย ๆ มาฝาก ดังนี้
ตัวอย่างการคำนวณเงินบำนาญชราภาพ กรณีนาย ก ผู้ประกันตนเงินเดือน 15,000 บาท และส่งเงินสมทบมาแล้ว 240 เดือน (20 ปี) จะคำนวณโดยแบ่งเป็น 2 ส่วน
ส่วนแรกคือส่วนเงินสมทบที่ส่งครบ 180 เดือน หรือ 15 ปี จะได้รับเงินบำนาญชราภาพร้อยละ 20 ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย
ส่วนที่สองจะคำนวณในส่วนของปีที่ 16 – 20 ซึ่งจะได้รับเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อระยะเวลาส่งเงินสมทบครบ 12 เดือน
ดังนั้นนาย ก จะได้รับเงินบำนาญชราภาพจากประกันสังคม คือ 20% + (1.5 x 5) = 27.5% ของเงินเดือนเฉลี่ย = 15,000 x 27.5% = 4,125 บาท/เดือน และจะได้รับเงินจำนวนนี้ไปตลอดชีวิต
ส่วนเกณฑ์ผู้ที่จะได้รับเงินบำนาญชราภาพก็คือผู้ประกันตนมาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 โดยจะต้องเป็นผู้ที่มีอายุ 55 ปีบริบูรณ์ แจ้งสิ้นสุดการเป็นผู้ประกันตน และต้องดำเนินการภายใน 1 ปี หลังสิ้นสุดการเป็นผู้ประกันตน แต่สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 40 จะต้องเป็นผู้ที่มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ หากกรณีผู้ประกันตนเสียชีวิตทายาทสามารถแจ้งรับผลประโยชน์แทนได้ ผู้ที่มีสิทธิรับผลประโยชน์แทน ได้แก่ ลูก สามีภรรยาตามกฎหมาย บิดามารดาที่ยังมีชีวิตอยู่
นอกจากเงินบำนาญชราภาพแล้ว สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 หรือมาตรา 39 ที่อายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ เป็นผู้ทุพพลภาพหรือถึงแก่ความตาย แจ้งยุติการเป็นผู้ประกันตนแล้วแต่จ่ายเงินสมทบไม่ถึง 180 เดือน สามารถรับสิทธิเงินบำเหน็จชราภาพจ่ายเป็นก้อนเดียวได้ หลักเกณฑ์คือหากจ่ายเงินสมทบไม่ครบ 12 เดือน จะได้รับเฉพาะในส่วนเงินสมทบของผู้ประกันตนเอง และหากจ่ายครบ 12 เดือน แต่ไม่ถึง 180 เดือน เงินที่ได้รับจะเป็นในส่วนของผู้ประกันตน นายจ้าง และผลประโยชน์ตอบแทนประจำปี
การจ่ายเงินสมทบประกันสังคมทุกเดือนมีประโยชน์มากกว่าที่คิด เพราะผู้ประกันตนจะได้รับทั้งสิทธิค่ารักษาพยาบาล เงินชดเชยกรณีลาออกหรือถูกให้ออกจากงาน สิทธิทันตกรรม และอื่น ๆ รวมถึงได้รับเงินบำเหน็จหรือเงินบำนาญชราภาพอย่างเงินเกษียณอายุประกันสังคมทุกเดือนตลอดชีวิต เป็นทุนตั้งต้นสำหรับคนทำงานที่กำลังเตรียมพร้อมสำหรับวัยเกษียณ ให้คุณเกษียณได้อย่างสุขใจและอุ่นใจมากกว่าเดิม และนอกจากการทำประกันสังคมเพื่อดูแลสิทธิพื้นฐานของตัวเองแล้ว อย่าลืมดูแลความเสี่ยงจากการใช้ชีวิตประจำวันอย่างการใช้รถ ด้วยการทำ ประกันภัยรถยนต์ ให้ช่วยคุ้มครองความเสี่ยงทุกครั้งที่ขับขี่ สำหรับท่านใดที่สนใจสามารถเลือกประกันที่เหมาะกับคุณได้ง่าย ๆ ผ่านทางออนไลน์ที่เว็บไซต์ insurverse
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เมื่อมีการรับพนักงานใหม่เข้ามาปฏิบัติงานในองค์กร หนึ่งในภารกิจสำคัญตามกฎหมายแรงงานที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน คำถามสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุดคือ แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน หากดำเนินการไม่ทันจะมีผลกระทบอย่างไร และมีขั้นตอนการยื่นแบบใดบ้างที่จะช่วยให้การทำงานรวดเร็วและถูกต้องที่สุด บทความนี้ได้รวบรวมคำตอบและแนวทางปฏิบัติไว้อย่างครบถ้วน แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน? ข้อกำหนดตามกฎหมายที่นายจ้างต้องรู้ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างที่ยังไม่เคยเป็นผู้ประกันตน หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาแล้วเข้ามาทำงานในสถานประกอบการ นายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าทำงาน นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสถานประกอบการที่เพิ่งเปิดดำเนินกิจการใหม่และมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป นายจ้างจะต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ (สปส. 1-01) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างเช่นเดียวกัน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามมาตรา 33 ทันที เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน การขึ้นทะเบียนลูกจ้างสามารถจำแนกเอกสารตามสถานะของผู้ประกันตนได้ดังนี้: ขั้นตอนการแจ้งเข้าประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาระบบ e-Service บนเว็บไซต์ sso.go.th เพื่อให้นายจ้างสามารถทำรายการออนไลน์ได้สะดวกโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน: หากนายจ้างแจ้งเข้าประกันสังคมล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร? หากนายจ้างละเลย ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนด จะมีผลทางกฎหมายและบทลงโทษดังนี้:… Continue reading แจ้งเข้าประกันสังคมภายในกี่วัน สรุปกำหนดเวลาและวิธียื่น
การเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่เคยทำงานประจำแล้วส่งต่อเอง สิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอคือการ จ่ายเงินสมทบประกันสังคม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง แต่ละมาตรามีอัตราเงินสมทบที่ต้องชำระแตกต่างกัน รวมถึงมีช่องทางและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือถูกคิดเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบประกันสังคม แต่ละมาตราต้องจ่ายเท่าไหร่? สำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราเงินสมทบตามประเภทของผู้ประกันตนไว้ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (พนักงานประจำ) คำนวณจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยลูกจ้างจ่ายในอัตรา 5% ของค่าจ้าง (หักสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างจ่ายสมทบให้อีก 5% ในจำนวนที่เท่ากัน พร้อมรัฐบาลร่วมสมทบ 2.75% รวมเงินสมทบนำส่งเข้ากองทุนสูงสุด 1,500 บาทต่อเดือน 2. ผู้ประกันตน มาตรา 39 (ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ) ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วส่งต่อด้วยตนเอง รัฐกำหนดฐานค่าจ้างคงที่ไว้ที่ 4,800 บาท โดยจ่ายเงินสมทบในอัตรา 9% คิดเป็นยอดชำระคงที่ เดือนละ 432 บาท… Continue reading จ่ายเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40 จ่ายเท่าไหร่ ที่ไหน
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ