อเมริกาไม่ได้มีดีแค่ตึกสูงหรือหนังฮอลลีวูด เพราะเมื่อพูดถึงการท่องเที่ยว ที่นี่คือดินแดนที่เต็มไปด้วยเมืองน่าเที่ยวหลากหลายสไตล์ ตั้งแต่เมืองใหญ่ที่คึกคักไปจนถึงเมืองชายฝั่งที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ท้องถิ่น แต่ละเมืองมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่รอให้ทุกคนไปสัมผัส ทั้งวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม ธรรมชาติ และอาหารอร่อย ๆ ถ้ายังไม่รู้จะเริ่มจากเมืองไหนดี ลองมาดู 10 เมืองในอเมริกาที่ควรไปเยือนสักครั้งในชีวิต รับรองว่าทุกเมืองจะทำให้คุณอยากกลับไปซ้ำแน่นอน
ก่อนจะออกเดินทางไปสัมผัสความตื่นตาตื่นใจในแต่ละเมือง อย่าลืมเช็กเบี้ยประกันเดินทางจาก insurverse ที่จัดความคุ้มครองให้แบบเน้น ๆ ไม่ต้องจ่ายเบี้ยเกินความจำเป็น เบี้ยเริ่มต้นเพียง 59 บาทต่อทริป แต่ความอุ่นใจเต็มร้อย ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉิน ไฟล์ทดีเลย์ หรือกระเป๋าเดินทางเสียหาย ก็มีทีมพร้อมซัพพอร์ตตลอด 24 ชั่วโมง เที่ยวสบายใจได้ทุกมุมโลก!
นิวยอร์กซิตี้ไม่ใช่แค่ศูนย์กลางทางการเงินของโลก แต่ยังเป็นแหล่งรวมวัฒนธรรม ศิลปะ และนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ไม่มีที่สิ้นสุด เมืองนี้มีประชากรกว่า 8 ล้านคนจากหลากหลายเชื้อชาติ ทำให้นิวยอร์กซิตี้มีความหลากหลายทั้งทางวัฒนธรรมและอาหารการกิน ย่านแมนฮัตตันคือหัวใจของเมือง ที่มีทั้งตึกระฟ้าและย่านธุรกิจที่คึกคัก แต่เมื่อเดินเข้าสู่บรู๊คลินหรือควีนส์ จะได้พบกับความเป็นชุมชนที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง นิวยอร์กยังเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยโรงละครบรอดเวย์ ร้านอาหารระดับมิชลิน และสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่ทำให้ผู้คนได้ผ่อนคลายจากความเร่งรีบของชีวิตเมือง
ซานฟรานซิสโกเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมชายฝั่งแปซิฟิกของรัฐแคลิฟอร์เนีย โดดเด่นด้วยภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยเนินเขาและอากาศที่เย็นสบายตลอดปี เมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออก รวมถึงเป็นบ้านของชุมชนชาวจีนที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาด้วย ย่านไชน่าทาวน์ของซานฟรานซิสโกถือว่าเป็นหนึ่งในย่านที่เก่าแก่และคึกคักที่สุดในโลก นอกจากนี้ เมืองยังเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมแบบวิคตอเรียและย่านศิลปะที่มีชีวิตชีวา สำหรับคนที่ชอบธรรมชาติ ซานฟรานซิสโกก็ไม่ทำให้ผิดหวังด้วยสวนสาธารณะขนาดใหญ่และวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของอ่าว
ชิคาโก เมืองใหญ่อันดับสามของสหรัฐอเมริกา ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลสาบมิชิแกนในรัฐอิลลินอยส์ เป็นที่รู้จักในฐานะเมืองแห่งสถาปัตยกรรมล้ำสมัยและเป็นต้นกำเนิดของตึกระฟ้าแห่งแรกของโลก เมืองนี้มีบทบาทสำคัญในด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของอเมริกา โดยเฉพาะในด้านดนตรีแจ๊สและบลูส์ ชิคาโกยังขึ้นชื่อเรื่องความหลากหลายของอาหาร ตั้งแต่ “Deep Dish Pizza” ที่หนานุ่มไปจนถึงฮอทดอกสไตล์ชิคาโกที่ไม่ใส่ซอสมะเขือเทศ สำหรับคนที่ชื่นชอบศิลปะและสถาปัตยกรรม เมืองนี้มีทั้งทัวร์เรือชมสถาปัตยกรรมริมแม่น้ำและพิพิธภัณฑ์ศิลปะระดับโลก
นิวออร์ลีนส์ ตั้งอยู่ในรัฐลุยเซียนา เป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยการผสมผสานวัฒนธรรมฝรั่งเศส แอฟริกัน และครีโอล เมืองนี้เป็นบ้านเกิดของดนตรีแจ๊สที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก บรรยากาศในย่าน French Quarter เต็มไปด้วยเสียงดนตรีสดที่ดังตลอดทั้งวันและคืน อีกทั้งยังมีสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียลที่น่าหลงใหล เมืองนี้ยังขึ้นชื่อเรื่องอาหารที่จัดจ้านและเต็มไปด้วยรสชาติ เช่น กัมโบ้ จัมบาลายา และเบignet ที่ Cafe Du Monde
ซีแอตเทิล ตั้งอยู่ในรัฐวอชิงตัน เป็นเมืองที่ผสมผสานระหว่างความเจริญทางเทคโนโลยีและความงดงามของธรรมชาติ ที่นี่เป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีชื่อดังอย่าง Microsoft และ Amazon แต่ขณะเดียวกันก็มีภูเขา ป่าไม้ และทะเลสาบที่สวยงาม เมืองนี้ยังขึ้นชื่อเรื่องกาแฟ เพราะเป็นบ้านเกิดของ Starbucks แห่งแรก การเดินเล่นที่ตลาด Pike Place Market หรือการขึ้นไปชมวิวที่ Space Needle เป็นกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด
ไมอามี ตั้งอยู่ในรัฐฟลอริดา เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยชายหาดที่สวยงามและวัฒนธรรมละตินอเมริกาที่โดดเด่น เมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องชีวิตกลางคืนที่คึกคักและสถาปัตยกรรมสไตล์อาร์ตเดโคที่ไม่เหมือนใคร South Beach เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมารวมตัวกันเพื่อสนุกกับทะเลและกิจกรรมริมชายหาด ในขณะที่ย่าน Little Havana เป็นที่ที่คุณจะได้สัมผัสวัฒนธรรมคิวบาแบบแท้จริง
บอสตัน ตั้งอยู่ในรัฐแมสซาชูเซตส์ เป็นหนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐอเมริกาและมีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์การก่อตั้งประเทศ เมืองนี้ยังเป็นศูนย์กลางการศึกษาระดับโลก เพราะเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยชื่อดังอย่าง Harvard และ MIT นอกจากนี้ บอสตันยังมีเส้นทาง Freedom Trail ที่พานักท่องเที่ยวเดินผ่านสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ และบรรยากาศริมแม่น้ำชาร์ลส์ที่เหมาะสำหรับการเดินเล่นหรือปั่นจักรยาน
ลาสเวกัส ตั้งอยู่ในรัฐเนวาดา เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องคาสิโนและชีวิตกลางคืนที่ไม่เคยหลับใหล แต่ลาสเวกัสไม่ได้มีดีแค่การพนันเท่านั้น เมืองนี้ยังมีการแสดงโชว์ระดับโลก ร้านอาหารหรู และแหล่งช้อปปิ้งที่ครบครัน นอกจากนี้ ยังสามารถเดินทางไปชมความงดงามของธรรมชาติที่ Grand Canyon หรือ Red Rock Canyon ได้ไม่ไกลจากเมือง
ซานดิเอโก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นเมืองที่มีอากาศดีตลอดปีและชายหาดที่สวยงาม เมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องสวนสัตว์ที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก รวมถึงพิพิธภัณฑ์และสวนสาธารณะมากมาย นอกจากนี้ ซานดิเอโกยังมีบรรยากาศที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมอเมริกันและเม็กซิกันได้อย่างลงตัว
ออสติน เมืองหลวงของรัฐเท็กซัส ขึ้นชื่อว่าเป็น “เมืองแห่งดนตรีสดของโลก” เพราะเต็มไปด้วยบาร์และคลับที่มีการแสดงดนตรีสดทุกคืน เมืองนี้ยังเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมฮิปสเตอร์และการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ นอกจากนี้ ออสตินยังมีธรรมชาติที่งดงาม เช่น แม่น้ำโคโลราโดที่ไหลผ่านเมือง และสวนสาธารณะมากมายที่เหมาะสำหรับการพักผ่อน
10 เมืองในอเมริกาที่แนะนำนี้ต่างก็มีเสน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นการเดินชมแสงสีของนิวยอร์ก ความสงบปนศิลปะของซานฟรานซิสโก หรือเสียงดนตรีสดในออสติน แต่การเดินทางไกลขนาดนี้ก็ต้องมีการเตรียมตัวให้พร้อม ไม่ใช่แค่จองตั๋วและจัดกระเป๋าเท่านั้น เพราะเหตุการณ์ไม่คาดฝันอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
จะดีกว่าไหมถ้ามี insurverse ประกันเดินทางต่างประเทศคอยดูแล? ด้วยเบี้ยเริ่มต้นเพียง 59 บาทต่อทริป คุณจะได้ความคุ้มครองแบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉิน ไฟล์ทดีเลย์ หรือแม้แต่กระเป๋าเดินทางเสียหาย สำหรับคนที่ชอบท่องเที่ยวหลายเมืองในปีเดียว ประกันเดินทางรายปีของ insurverse ก็มีให้เลือก ซื้อได้พร้อมกันถึง 15 คน เดินทางยังไงก็สบายใจ
ไม่ว่าจุดหมายปลายทางของคุณจะเป็นที่ไหน การมี insurverse ติดตัวไว้ เที่ยวได้เต็มที่แบบไม่ต้องกังวล เพราะการเดินทางที่ดีไม่ใช่แค่การไปถึงจุดหมาย แต่คือการเดินทางอย่างปลอดภัยและไร้กังวลตลอดทริป
นักท่องเที่ยวไทยต้องขอวีซ่าท่องเที่ยวประเภท B-2 โดยต้องกรอกแบบฟอร์ม DS-160 ชำระค่าธรรมเนียม และนัดสัมภาษณ์ที่สถานทูตสหรัฐฯ ควรเตรียมเอกสารประกอบเช่น หนังสือเดินทาง ใบจองที่พัก ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ และหลักฐานทางการเงิน
ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม) และฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน) เป็นช่วงที่อากาศเย็นสบาย ไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป และนักท่องเที่ยวไม่แออัดเท่าฤดูร้อน ส่วนฤดูหนาวเหมาะกับการเที่ยวเมืองที่มีเทศกาลคริสต์มาสหรือกิจกรรมหิมะ
ใช้ได้เกือบทุกที่ในอเมริกา ร้านค้า โรงแรม และร้านอาหารส่วนใหญ่รับบัตรเครดิตและเดบิตสากล ควรแจ้งธนาคารก่อนเดินทางเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการบล็อกบัตร และพกเงินสดติดตัวสำหรับค่าใช้จ่ายเล็กน้อย เช่น ค่ารถสาธารณะหรือทิป
เมืองใหญ่เช่น นิวยอร์ก ชิคาโก และซานฟรานซิสโก มีระบบขนส่งสาธารณะที่สะดวกมาก ทั้งรถไฟใต้ดิน รถเมล์ และรถราง สามารถซื้อบัตรโดยสารรายวันหรือรายสัปดาห์เพื่อลดค่าใช้จ่าย ส่วนเมืองที่ไม่มีระบบขนส่งครอบคลุม อาจต้องใช้บริการรถเช่าหรือเรียกแท็กซี่ผ่านแอปพลิเคชัน
นิวยอร์กสำหรับสายเมืองใหญ่และศิลปะ ชิคาโกสำหรับคนชอบสถาปัตยกรรม ซานฟรานซิสโกถ้าอยากชมวิวสะพานสีแดง ไมอามีสำหรับทะเลและชีวิตกลางคืน ลาสเวกัสสำหรับความบันเทิงไม่รู้จบ หรือบอสตันสำหรับคนรักประวัติศาสตร์และการศึกษา
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ทาวน์เฮ้าส์มือสองเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากมีบ้าน แต่ไม่อยากแบกรับภาระราคาสูงของบ้านใหม่ นอกจากจะมีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าแล้ว
เวลาเดินทางไปต่างประเทศ สนามบินคือจุดเริ่มต้นของทุกทริป และบางแห่งไม่ใช่แค่ที่เช็คอินขึ้นเครื่องเท่านั้น แต่ยังอลังการจนต้องร้องว้าว
การตั้งศาลพระภูมิในบ้านเป็นเรื่องของความเชื่อและจิตใจที่ช่วยเสริมสิริมงคลให้กับผู้อยู่อาศัย