vertical_align_top
keyboard_arrow_leftย้อนกลับ
eSIM คืออะไร? รวม esim น่าใช้ วิธีใช้งาน eSIM เที่ยวต่างประเทศง่ายกว่าเดิม

eSIM คืออะไร? รวม esim น่าใช้ วิธีใช้งาน eSIM เที่ยวต่างประเทศง่ายกว่าเดิม

schedule
share

eSIM หรือ Embedded SIM เป็นซิมดิจิทัลที่ฝังอยู่ในอุปกรณ์โดยไม่ต้องใช้ซิมการ์ดแบบเดิมอีกต่อไป เพียงแค่สแกน QR Code หรือดาวน์โหลดโปรไฟล์จากผู้ให้บริการเครือข่าย ก็สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ต โทรศัพท์ และบริการอื่น ๆ ได้เหมือนซิมปกติ จุดเด่นของ eSIM คือความสะดวก ไม่ต้องพกซิมการ์ดหลายใบ ไม่ต้องเสียเวลาเปลี่ยนซิม และสามารถเชื่อมต่อเครือข่ายท้องถิ่นในแต่ละประเทศได้ทันที

แต่ถึงจะเตรียมซิมพร้อมแล้ว อย่าลืมเช็กความปลอดภัยในการเดินทางด้วย ประกันเดินทาง ที่คุ้มครองตั้งแต่ไฟลต์บินดีเลย์ กระเป๋าเดินทางเสียหาย ไปจนถึงค่ารักษาพยาบาลในต่างแดน

eSIM น่าใช้สำหรับเดินทางในเอเชีย

1. Airalo

  • รองรับประเทศ: ไทย, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, สิงคโปร์, เวียดนาม, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย ฯลฯ
  • จุดเด่น: มีแพ็กเกจราคาย่อมเยาให้เลือกมากมาย สามารถใช้ได้ในหลายประเทศโดยไม่ต้องเปลี่ยนซิม ใช้งานง่ายผ่านแอปพลิเคชัน

2. Nomad eSIM

  • รองรับประเทศ: ฮ่องกง, ไต้หวัน, จีน, ฟิลิปปินส์, อินเดีย ฯลฯ
  • จุดเด่น: รองรับการใช้งานแบบ multi-country เหมาะสำหรับคนที่เดินทางหลายประเทศในทริปเดียว เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้เร็ว

3. Truphone

  • รองรับประเทศ: สิงคโปร์, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, มาเลเซีย, อินเดีย ฯลฯ
  • จุดเด่น: ใช้งานได้หลายโซน ราคาคุ้มค่าเมื่อเทียบกับการใช้โรมมิ่งของซิมเดิม

4. GigSky

  • รองรับประเทศ: จีน, ญี่ปุ่น, ฮ่องกง, ฟิลิปปินส์, ไทย, เวียดนาม ฯลฯ
  • จุดเด่น: สัญญาณเสถียร ใช้งานได้ทั้ง iOS และ Android รองรับการใช้งานข้ามประเทศ

5. Ubigi

  • รองรับประเทศ: เอเชียเกือบทุกประเทศ รวมถึงประเทศที่หาซิมใช้งานยาก เช่น มองโกเลีย และภูฏาน
  • จุดเด่น: มีแพ็กเกจสำหรับคนที่ต้องการใช้งานระยะยาว เหมาะกับนักเดินทางที่ต้องการอยู่ในประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นเวลานาน

eSIM น่าใช้สำหรับเดินทางในยุโรป

1. Holafly

  • รองรับประเทศ: อังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อิตาลี, สเปน ฯลฯ
  • จุดเด่น: มีแพ็กเกจไม่จำกัดอินเทอร์เน็ต (Unlimited Data) และรองรับประเทศหลักในยุโรปเกือบทั้งหมด

2. Maya Mobile

  • รองรับประเทศ: โปแลนด์, เนเธอร์แลนด์, สวิตเซอร์แลนด์, ฟินแลนด์ ฯลฯ
  • จุดเด่น: ราคาประหยัด สามารถเลือกแพ็กเกจตามการใช้งานจริง และเชื่อมต่อเครือข่ายที่ดีที่สุดในแต่ละประเทศ

3. Orange Holiday eSIM

  • รองรับประเทศ: ฝรั่งเศส, ออสเตรีย, เบลเยียม, เดนมาร์ก, สวีเดน ฯลฯ
  • จุดเด่น: เป็นของผู้ให้บริการเครือข่ายชื่อดัง Orange มีสัญญาณที่ดีมากในยุโรป และรองรับ 5G

4. BNESIM

  • รองรับประเทศ: ทั่วทั้งยุโรป รวมถึงประเทศนอกโซนหลัก เช่น ไอซ์แลนด์ และโรมาเนีย
  • จุดเด่น: เหมาะกับคนที่ต้องการใช้งานเสียงและอินเทอร์เน็ตพร้อมกัน มีตัวเลือกแพ็กเกจที่ยืดหยุ่น

5. eSIM2Fly (by AIS)

  • รองรับประเทศ: เยอรมนี, นอร์เวย์, โปรตุเกส, กรีซ, ตุรกี ฯลฯ
  • จุดเด่น: เป็น eSIM จากผู้ให้บริการไทยที่สามารถใช้งานในยุโรปได้ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการซื้อจากไทยไปก่อนเดินทาง

วิธีใช้ eSIM

การใช้งาน eSIM ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด ทุกวันนี้สมาร์ทโฟนและอุปกรณ์หลายรุ่นรองรับ eSIM แล้ว โดยเฉพาะแบรนด์ยอดนิยมอย่าง iPhone, Samsung, Google Pixel รวมถึงอุปกรณ์บางรุ่นจาก OPPO และ Huawei ซึ่งขั้นตอนการเปิดใช้งานส่วนใหญ่จะคล้ายกัน ดังนี้

1. เช็กว่าเครื่องรองรับ eSIM หรือไม่

ก่อนจะซื้อ eSIM ต้องแน่ใจว่าโทรศัพท์ของคุณรองรับระบบนี้ วิธีเช็กง่าย ๆ คือไปที่ Settings > About Phone หรือ การตั้งค่า > เกี่ยวกับโทรศัพท์ แล้วดูว่ามีตัวเลือก “Add eSIM” หรือ “เพิ่ม eSIM” หรือไม่ ถ้ามี แปลว่าใช้ได้

2. เลือกแพ็กเกจ eSIM ที่เหมาะกับการใช้งาน

eSIM มีให้เลือกหลายแบบ ทั้งสำหรับใช้งานในประเทศและต่างประเทศ โดยผู้ให้บริการแต่ละเจ้าจะมีเครือข่ายที่ครอบคลุมแตกต่างกัน เช่น eSIM สำหรับยุโรป ที่สามารถใช้ได้หลายประเทศในโซน EU โดยไม่ต้องเปลี่ยนซิม หรือ eSIM สำหรับเอเชีย ที่รองรับหลายประเทศในภูมิภาคเดียวกัน

3. ซื้อ eSIM และรับ QR Code

เมื่อเลือกแพ็กเกจที่ต้องการแล้ว ระบบจะส่ง QR Code มาให้ทางอีเมล หรือในบางกรณีสามารถดาวน์โหลดโปรไฟล์ eSIM ได้โดยตรงจากแอปของผู้ให้บริการ

4. ติดตั้ง eSIM ลงบนมือถือ

  • สำหรับ iPhone: ไปที่ Settings > Cellular > Add Cellular Plan แล้วสแกน QR Code ที่ได้รับมา
  • สำหรับ Android: ไปที่ Settings > Connections > SIM Manager > Add Mobile Plan แล้วเลือก Scan QR Code

เมื่อสแกนแล้ว ระบบจะติดตั้งเครือข่ายใหม่ให้โดยอัตโนมัติ จากนั้นตั้งค่าซิมหลัก-ซิมรอง และเลือกว่าจะใช้ซิมไหนเป็นซิมหลักสำหรับอินเทอร์เน็ตหรือการโทร

5. เปิดใช้งานเครือข่าย

หลังจากติดตั้ง eSIM แล้ว แนะนำให้ Restart เครื่อง หนึ่งครั้งเพื่อให้เครือข่ายอัปเดต จากนั้นเข้าไปที่ Settings > Cellular/Mobile Network แล้วเปิด Data Roaming (ถ้าเป็น eSIM ต่างประเทศ) เพื่อให้สามารถใช้งานได้ทันที

6. เปลี่ยนเครือข่ายได้ตามต้องการ

ข้อดีของ eSIM คือสามารถเปลี่ยนเครือข่ายได้โดยไม่ต้องถอดซิมการ์ด แค่เข้าไปที่ Settings > SIM Manager แล้วเลือกเปิดหรือปิด eSIM ที่ต้องการใช้งาน

ข้อดีของ eSIM

  • ไม่ต้องพกซิมการ์ด eSIM ถูกฝังอยู่ในอุปกรณ์เลย ไม่ต้องพกซิมการ์ดจริง ไม่ต้องกลัวหาย ไม่ต้องหาซิมเปลี่ยนเวลาเดินทาง
  • เปลี่ยนเครือข่ายได้ง่าย สามารถเปลี่ยนแพ็กเกจหรือเครือข่ายผ่านมือถือได้เลย ไม่ต้องไปที่ศูนย์บริการ หรือเสียเวลาสลับซิม
  • เหมาะกับนักเดินทาง สำหรับคนที่ชอบเที่ยวต่างประเทศ eSIM ช่วยให้คุณซื้อแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตของประเทศนั้น ๆ ได้ล่วงหน้า ไม่ต้องเสียเวลาหาซื้อซิมที่สนามบิน
  • ใช้งานได้หลายเบอร์พร้อมกัน บางอุปกรณ์รองรับ eSIM หลายโปรไฟล์ในเครื่องเดียวกัน ทำให้สามารถใช้ซิมการ์ดปกติคู่กับ eSIM ได้ เช่น ใช้เบอร์ไทยคู่กับเบอร์ต่างประเทศ
  • รักษาสิ่งแวดล้อม ไม่มีซิมการ์ดพลาสติก ลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ และลดการใช้พลาสติกจากแพ็กเกจซิม
  • ป้องกันการถูกขโมยซิม ซิมการ์ดปกติสามารถถูกขโมยไปใช้ได้ แต่ eSIM ถูกฝังอยู่ในเครื่อง ทำให้โจรไม่สามารถถอดออกไปใช้งานกับเครื่องอื่นได้ง่าย ๆ

ข้อเสียของ eSIM

  • ไม่สามารถถอดเปลี่ยนได้ทันที ถ้าโทรศัพท์แบตหมดหรือพัง การเปลี่ยนเครื่องต้องทำผ่านเครือข่ายและต้องติดตั้ง eSIM ใหม่ ไม่เหมือนซิมปกติที่แค่ถอดออกแล้วใส่เครื่องใหม่ได้เลย
  • รองรับแค่บางอุปกรณ์ แม้สมาร์ทโฟนเรือธงหลายรุ่นจะรองรับ eSIM แล้ว แต่ยังมีมือถือบางรุ่นที่ยังใช้ได้เฉพาะซิมการ์ดปกติ
  • บางเครือข่ายยังไม่รองรับ eSIM ยังเป็นเทคโนโลยีใหม่ บางประเทศและบางเครือข่ายยังไม่มีบริการนี้ หรือมีเงื่อนไขที่จำกัดการใช้งาน
  • โอนย้ายซิมข้ามเครื่องอาจยุ่งยาก ถ้าต้องการย้าย eSIM ไปเครื่องใหม่ บางกรณีต้องติดต่อเครือข่ายให้ช่วยโอนข้อมูล ไม่สามารถย้ายได้อิสระแบบซิมการ์ดปกติ
  • การตั้งค่าอาจซับซ้อนสำหรับบางคน การติดตั้ง eSIM ครั้งแรกอาจต้องใช้ QR Code หรือการตั้งค่าผ่านแอป ซึ่งอาจไม่สะดวกเท่าการใส่ซิมการ์ดปกติที่แค่เสียบแล้วใช้ได้เลย

วิธีเลือก eSIM ให้เหมาะกับการเดินทาง

  • ตรวจสอบว่าอุปกรณ์รองรับ eSIM หรือไม่ – ไม่ใช่สมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ตทุกรุ่นที่รองรับ eSIM ควรเช็กให้แน่ใจว่ามือถือของคุณสามารถใช้งานได้
  • เลือกแพ็กเกจตามระยะเวลาการเดินทาง – ถ้าเดินทางสั้น ๆ อาจเลือกแพ็กเกจรายวัน แต่ถ้าเดินทางนานกว่า 1 สัปดาห์ อาจเลือกแพ็กเกจรายเดือนที่คุ้มค่ากว่า
  • ดูเครือข่ายที่รองรับ – แต่ละประเทศมีเครือข่ายที่แตกต่างกัน ควรเช็กว่า eSIM ที่เลือกสามารถใช้กับเครือข่ายที่มีสัญญาณดีในพื้นที่ที่คุณเดินทางไป
  • พิจารณาความเร็วอินเทอร์เน็ต – บาง eSIM อาจจำกัดความเร็วอินเทอร์เน็ต หรือมีการกำหนด FUP (Fair Usage Policy) ควรอ่านรายละเอียดให้ชัดเจนก่อนซื้อ
  • เลือก eSIM ที่มีบริการลูกค้าสัมพันธ์ดี – การสนับสนุนลูกค้าสำคัญมาก โดยเฉพาะเมื่อติดปัญหาเรื่องการเชื่อมต่อหรือการติดตั้ง eSIM ควรเลือกผู้ให้บริการที่มีทีมสนับสนุนพร้อมให้ความช่วยเหลือตลอดเวลา

สรุป

eSIM เป็นตัวเลือกที่ช่วยให้การเดินทางสะดวกขึ้น โดยเฉพาะกับนักเดินทางที่ต้องการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบไร้รอยต่อข้ามประเทศ สามารถเลือกแพ็กเกจที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์และประเทศปลายทางได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาหาซิมที่ต่างประเทศ หรือกังวลเรื่องสัญญาณอินเทอร์เน็ต แต่สิ่งสำคัญอีกอย่างที่ขาดไม่ได้คือ เช็กเบี้ยประกันเดินทาง ล่วงหน้า เพื่อให้มั่นใจว่าทุกทริปจะปลอดภัย มีความคุ้มครองครอบคลุมทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ เจ็บป่วย หรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นขณะเดินทาง

5 คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ eSIM

1. มือถือรุ่นไหนรองรับ eSIM บ้าง?

ปัจจุบันสมาร์ทโฟนหลายแบรนด์รองรับ eSIM แล้ว เช่น iPhone ตั้งแต่รุ่น XS ขึ้นไป, Samsung Galaxy รุ่นเรือธง, Google Pixel, รวมถึงบางรุ่นจาก OPPO และ Huawei อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบกับผู้ให้บริการมือถือก่อนว่ารุ่นที่ใช้อยู่รองรับ eSIM หรือไม่

2. eSIM สามารถใช้ได้พร้อมกับซิมการ์ดปกติไหม?

ได้! โทรศัพท์ที่รองรับ eSIM ส่วนใหญ่จะเป็น Dual SIM ซึ่งหมายความว่าสามารถใช้ eSIM คู่กับซิมการ์ดปกติได้ในเครื่องเดียวกัน โดยสามารถตั้งค่าให้ eSIM ใช้สำหรับอินเทอร์เน็ต และซิมปกติใช้สำหรับโทรเข้า-ออกตามต้องการ

3. ซื้อ eSIM แล้วใช้งานได้นานแค่ไหน?

ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจที่เลือก บาง eSIM มีอายุการใช้งานเป็นรายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือน ถ้าเป็น eSIM สำหรับใช้งานในต่างประเทศ ส่วนใหญ่มักมีอายุ 7-30 วัน ควรเช็กเงื่อนไขก่อนซื้อ เพื่อให้เหมาะกับแผนการเดินทาง

4. eSIM ใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ทุกประเทศหรือไม่?

ไม่ใช่ทุก eSIM จะใช้ได้ทุกประเทศ แต่มีบางเจ้าที่ให้บริการแบบ Multi-country เช่น Airalo, Holafly หรือ BNESIM ที่สามารถใช้ในหลายประเทศโดยไม่ต้องเปลี่ยนซิม แต่บางแพ็กเกจจะล็อกเฉพาะบางประเทศเท่านั้น

5. ถ้าต้องการเปลี่ยนเครื่อง eSIM สามารถโอนย้ายได้ไหม?

eSIM ไม่สามารถถอดเปลี่ยนแบบซิมการ์ดปกติได้ ดังนั้น หากต้องการเปลี่ยนเครื่อง อาจต้องติดต่อผู้ให้บริการเครือข่ายเพื่อโอน eSIM ไปยังอุปกรณ์ใหม่ หรืออาจต้องดาวน์โหลดโปรไฟล์ eSIM ใหม่ ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละเครือข่าย

check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย