vertical_align_top
keyboard_arrow_leftย้อนกลับ
ทำความเข้าใจกับค่าเสียหายส่วนแรกอะไร ทำไมต้องรับผิดชอบเอง

ทำความเข้าใจกับค่าเสียหายส่วนแรกคืออะไร ทำไมต้องรับผิดชอบเอง

schedule
share

       ก่อนจะซื้อประกันรถ ไม่ว่าจะประกันรถชั้น 1, ประกันรถชั้น 2+, ประกันรถชั้น 3+ ที่บางบริษัทอาจมีค่า Deductible ให้เลือก ซึ่งอาจทำให้สงสัยว่า ค่า Deductible หรือค่าเสียหายส่วนแรกคืออะไร จำเป็นต้องจ่ายเมื่อซื้อประกันรถยนต์ทุกครั้งเลยหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีค่าที่ชื่อ Excess อีก มันคืออะไร? เหมือนกันหรือไม่? สรุปแล้วค่าเสียหายส่วนแรกคืออะไร มีกี่ประเภท ฉะนั้นเรามาทำความรู้จักกับ ค่า Deductible กับ Excess  กันดีกว่าว่ารายละเอียดเป็นอย่างไร

ค่าเสียหายส่วนแรกคืออะไร

       ค่าเสียหายส่วนแรกคือ จำนวนเงินที่ผู้เอาประกันภัยรถยนต์ต้องจ่ายเพิ่มให้กับบริษัทประกันภัย ตามที่ทาง คปภ. ได้กำหนดเอาไว้ ซึ่งวัตถุประสงค์หลักของค่าเสียหายส่วนแรกคือ มีเพื่อป้องกันหากการแจ้งเคลมซ่อมรถในกรณีที่ไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นจริง

ค่าเสียหายส่วนแรกมีกี่ประเภท

ค่าเสียหายส่วนแรก Excess กับ Deductible ต่างกันอย่างไร

โดยค่าเสียส่วนแรกสามารถแบ่งได้อีก 2 ประเภท ได้แก่ ค่าเอ็กเซส (Excess) และ ค่าดีดักทิเบิ้ล (Deductible) โดยทั้งคู่มีรายละเอียดที่แตกต่างกันดังนี้

1.ค่า Excess คืออะไร

ค่า Excess คืออะไร

      ค่า Excess หรือความรับผิดชอบส่วนแรก คือ ค่าเสียหายส่วนแรกภาคบังคับที่มีเป็นเงื่อนไขเฉพาะประกันรถยนต์ชั้น 1 เท่านั้น โดยผู้เอาประกันต้องชำระเงินส่วนนี้ให้กับทางบริษัทประกันภัยเมื่อต้องการนำรถเข้าซ่อมตามศูนย์บริการ จำนวนเงินที่ผู้เอาประกันต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกส่วนใหญ่เริ่มที่ 1,000 บาท/เหตุการณ์

กรณีไหนบ้างที่ต้องเสียค่า Excess  

      สำหรับกรณีที่ผู้เอาประกันต้องเสียค่า Excess หรือค่าเสียหายส่วนแรกคือ การแจ้งเคลมโดยไม่มีคู่กรณี หรือไม่สามารถแจ้งรายละเอียดคู่กรณีได้ตามที่บริษัทต้องการ หรืออาจมาจากสาเหตุความประมาท และเกิดขึ้นเองโดยไม่ตั้งใจ เช่น รถโดนกรีด, ยางแตก, ยางรั่ว, รถไหลลงข้างทาง หรือโดนยางมะตอย เป็นต้น

2. ค่า Deductible คืออะไร

ค่า Deductible คืออะไร

       Deductible หรือความรับผิดชอบส่วนแรกภาคสมัครใจ คือ ค่าเสียหายที่เรายอมจ่ายให้กับบริษัทประกันภัยทุกครั้งที่มีการเคลมในอุบัติเหตุและเราเป็นฝ่ายผิด ซึ่งถ้าเราเลือกจ่ายค่า Deductible ก็จะช่วยลดค่าเบี้ยประกันตามจำนวน ค่า deductible ที่ได้ระบุไว้ในกรมธรรม์

ยกตัวอย่าง เช่น ประกันรถยนต์ชั้น 1 เบี้ยรายปี 20,000 บาท แล้วเราเลือกที่จะจ่ายค่า Deductible หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก 5,000 บาท เมื่อหักลบกับเบี้ยประกันภัยแล้ว ทำให้เราประหยัดเงินในการซื้อประกันรถยนต์ชั้น 1  เท่ากับว่า จะจ่ายค่าเบี้ยประกันเพียง 15,000 บาทเท่านั้น แต่เมื่อเราต้องการเคลมประกัน ก็จะต้องชำระค่าเสียหายส่วนแรก หรือ ค่า Deductible ในราคา 5,000 บาทก่อนจึงจะสามารถเริ่มดำเนินการซ่อมได้

แล้วต้องเลือกจ่ายค่า Deductible เท่าไหร่ถึงจะคุ้ม? 

    ค่าเสียหายส่วนแรกภาคสมัครใจ หรือ ค่า Deductible เป็นจำนวนเงินที่ผู้ซื้อประกัน สามารถเลือกเองได้ว่าต้องการชำระค่าเสียหายส่วนแรกเท่าไร หรือบางบริษัทประกันอาจจัดแผนราคาไว้ให้เลือกตามความเหมาะสม โดยทั่วไปค่า Deductible ประกันชั้น 1 เริ่มต้นที่ 1,000-5,000 บาท ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของบริษัทประกันภัย ความต้องการผู้ทำประกัน งบประมาณที่มี หรือพฤติกรรมการขับขี่ของเรา เช่น หากมีแนวโน้มที่จะเกิดอุบัติเหตุ หรือเฉี่ยวชนค่อนข้างบ่อย แนะนำให้จ่ายค่า Deductible ในราคาน้อยๆ หรือไม่ต้องเลือกค่า Deductible ก็ได้ เพราะหากต้องเคลมประกันบ่อยๆ ก็ต้องจ่ายค่า Deductible ทุกครั้งเมื่อเราเป็นฝ่ายผิดอาจไม่ค่อยคุ้ม เผลอๆ กลายเป็นว่าต้องจ่ายมากกว่าค่าส่วนลดประกันที่ได้รับมาเสียอีก

ค่า Excess ต่างกับ ค่า Deductible อย่างไร?

ค่า Excess ต่างกับ ค่า Deductible อย่างไร

    นอกจาก ค่า Deductible ยังมี ค่า Excess อีกด้วย ซึ่งทั้ง 2 ประเภทคือค่าเสียหายส่วนแรกเหมือนกัน ต่างกันที่ ค่า Excess คือค่าเสียหายส่วนแรกภาคบังคับ หรืออธิบายง่ายๆ ก็คือ เป็นค่าเสียหายส่วนแรกที่ผู้เอาประกันภัยต้องจ่าย ในกรณีที่เคลมประกันจากอุบัติเหตุรถชนแบบที่ไม่มีคู่กรณี หาคู่กรณีไม่ได้ หรือ รถเสียหายที่ไม่ได้เกิดจากการชน และสาเหตุที่ทำให้รถเสียหายไม่ได้ เช่น

  • รถถูกขีดข่วน
  • หินหรือวัตถุกระเด็นใส่รถ
  • เฉี่ยวกิ่งไม้

ซึ่งบริษัทประกันจะเรียกเก็บค่าเสียหายส่วนแรกคือ ค่า Excess  เริ่มต้นที่ 1,000 บาทขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและข้อตกลงที่ทำไว้ ส่วนข้อยกเว้นที่ผู้ทำประกันไม่ต้องจ่าย ได้แก่ รถชนเสาไฟ ชนประตู ชนกำแพง ชนต้นไม้ ชนฟุตบาท รถพลิกคว่ำ เป็นต้น

ค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบเหมาะกับใคร ?

    อ่านภาพรวมความหมายของค่าเสียหายส่วนแรกคืออะไรแล้ว คงพอจะแยกออกว่าค่า Excess และค่า Deductible เหมาะกับผู้ใช้รถยนต์ประเภทไหนกันบ้าง โดยรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถอ่านได้จากหัวข้อดังต่อไปนี้

ค่า Excess

    ค่า Excess เหมาะสมกับมือใหม่หัดขับเป็นอย่างมาก เพราะมีโอกาสที่มือใหม่จะนำรถไปเกิดอุบัติเหตุโดยไม่มีคู่กรณี หรือต้องการแจ้งซ่อมแบบที่อาจเกิดจากความประมาท รวมถึงทักษะการขับรถที่ยังไม่เชี่ยวชาญมากพอนั่นเอง

ค่า Deductible

    ค่า Deductible เหมาะกับคนขับรถประสบการณ์สูง เพราะหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นบนท้องถนน แล้วเราเป็นฝ่ายผิดนอกจากประกันดูแลคุ้มครองแล้ว การที่เราช่วยจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกคือตัวช่วยลดค่าเบี้ยประกันได้อีกต่างหาก 

ค่าเสียหายส่วนแรกช่วยลดค่าเบี้ยประกันได้มั้ย

    ค่าเสียหายส่วนแรกที่สามารถลดค่าเบี้ยประกันได้เฉพาะกับ Deductible เท่านั้น ค่า Excess จะไม่สามารถนำไปลดเบี้ยประกันได้แต่อย่างใด

สรุปบทความ

    ไม่ว่าจะอุบัติเหตุจะเล็กหรือใหญ่ การคุ้มครองของประกันรถยนต์นับเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เพราะช่วยให้เราไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่มากเกินไป โดยมีค่าเสียหายส่วนแรกคือ ค่า Excess หรือ ค่า Deductible เท่านั้นที่เราต้องจ่ายเพิ่มเติมให้แก่ประกัน แต่ก็แลกมาด้วยการดูแลที่สุดแสนจะคุ้มค่า ฉะนั้น insurverse ขอแนะนำ ประกันรถยนต์ออนไลน์ ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการ ด้วยตัวเลือกที่หลากหลาย และโฟกัสในบริการที่คุณสนใจได้ สามารถเข้าไปตรวจสอบ เช็กราคา และซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์ได้ 24 ชั่วโมง

check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย