vertical_align_top
keyboard_arrow_leftย้อนกลับ

การชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ สรุปวิธีชาร์จ ปลอดภัยและถูกต้อง

schedule
share
การชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์

สำหรับคนที่ต้องจอดรถทิ้งไว้นานๆ ไม่ค่อยได้นำรถออกไปขับ หรือใช้งานรถเฉพาะการขับขี่ระยะสั้นในเมือง ปัญหาที่มักเกิดขึ้นตามมาคือแบตเตอรี่คลายประจุจนหมด ส่งผลให้รถสตาร์ทไม่ติดในเวลาที่จำเป็นต้องใช้งาน ทางออกที่คุ้มค่าและช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ได้ดีที่สุดก็คือ “การชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์” ทว่าการชาร์จไฟเข้าสู่แบตเตอรี่มีหลักการทำงานและความปลอดภัยทางไฟฟ้าที่ต้องระมัดระวังอย่างเข้มงวด บทความนี้จะสรุปขั้นตอนการชาร์จแบตเตอรี่อย่างถูกวิธี ปลอดภัย และถนอมแบตเตอรี่ให้อยู่คู่รถของคุณไปได้อีกนาน

ทำไมจึงต้องชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์และเมื่อไหร่ที่ควรชาร์จ

ในยามปกติ เมื่อรถยนต์วิ่งบนถนน ไดชาร์จจะทำหน้าที่ปั่นไฟกลับเข้าไปเก็บในแบตเตอรี่อยู่เสมอ แต่หากจอดรถทิ้งไว้นานเกิน 1-2 สัปดาห์ ระบบกันขโมยและกล่องควบคุมในรถจะยังคงดึงกระแสไฟไปใช้ทีละน้อย (Parasitic Drain) จนแรงดันไฟฟ้าลดลง หากปล่อยให้แบตเตอรี่หมดประจุบ่อยครั้ง แผ่นธาตุตะกั่วจะเกิดผลึกซัลเฟตเกาะจนเสื่อมสภาพอย่างถาวร การใช้เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ประจุไฟเติมเต็มอยู่เสมอจึงช่วยป้องกันปัญหานี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

2 รูปแบบหลักของการชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์

การอัดประจุไฟฟ้าเข้าสู่แบตเตอรี่แบ่งออกเป็น 2 วิธีหลัก ได้แก่

การชาร์จแบบช้าหรือชาร์จฟื้นฟู (Slow Charge / Trickle Charge)

เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการถนอมแบตเตอรี่ โดยใช้กระแสไฟต่ำประมาณ 10% ของความจุแบตเตอรี่ (เช่น แบตเตอรี่ขนาด 50 แอมป์ จะใช้กระแสชาร์จประมาณ 5 แอมป์) ใช้เวลาชาร์จประมาณ 6 ถึง 10 ชั่วโมง วิธีนี้จะไม่ทำให้แผ่นธาตุร้อนจัด น้ำกรดไม่เดือดพล่าน ช่วยสลายผลึกซัลเฟตและยืดอายุแบตเตอรี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การชาร์จแบบเร็ว (Fast Charge)

เป็นการอัดกระแสไฟสูงเพื่อเร่งให้แบตเตอรี่มีไฟพอสตาร์ทติดได้ภายใน 1-2 ชั่วโมง เหมาะสำหรับกรณีฉุกเฉิน แต่ไม่ควรทำบ่อยครั้งเพราะความร้อนสะสมจะทำให้แผ่นธาตุบิดงอและเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ

4 ขั้นตอนการชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ด้วยเครื่องชาร์จอย่างปลอดภัย

เมื่อต้องการชาร์จแบตเตอรี่ด้วยเครื่องชาร์จแบตเตอรี่อัตโนมัติอัจฉริยะ ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนความปลอดภัยดังนี้

เตรียมพื้นที่และตรวจสอบสภาพแบตเตอรี่

จอดรถในบริเวณที่อากาศถ่ายเทสะดวก ห่างจากเปลวไฟและประกายไฟ ดับสวิตช์กุญแจและระบบไฟฟ้าทั้งหมด ตรวจสอบตัวถังแบตเตอรี่ว่าไม่มีรอยแตก บวม หรือน้ำกรดรั่วไหล

การต่อขั้วสายชาร์จ (แดงบวก ดำลบ)

จำหลักการสำคัญ “แดงคีบบวก ดำคีบลบ”: หนีบคีมสายสีแดงเข้ากับขั้วบวก (+) ของแบตเตอรี่ก่อนเสมอ จากนั้นนำคีมสายสีดำหนีบเข้ากับขั้วลบ (-) หรือหนีบกับโครงโลหะตัวถังรถยนต์ที่เป็นสายกราวด์ ตรวจสอบให้คีมหนีบแน่นหนา ไม่หลุดง่าย

ตั้งค่ากระแสไฟและเริ่มกระบวนการชาร์จ

เสียบปลั๊กเครื่องชาร์จเข้ากับไฟบ้าน เปิดสวิตช์เครื่องชาร์จ และเลือกโหมดที่เหมาะสม (เครื่องชาร์จดิจิทัลยุคใหม่จะตรวจจับแรงดันและตัดไฟให้อัตโนมัติเมื่อชาร์จเต็ม)

ขั้นตอนการถอดสายชาร์จเมื่อเสร็จสิ้น

 เมื่อชาร์จเต็มแล้ว ให้ปิดสวิตช์และถอดปลั๊กเครื่องชาร์จออกจากไฟบ้านก่อนเสมอ จากนั้นจึงปลดคีมสีดำขั้วลบ (-) ออกก่อน แล้วตามด้วยคีมสีแดงขั้วบวก (+) เป็นลำดับสุดท้าย

ข้อควรระวังและแนวทางรับมือเหตุฉุกเฉินบนท้องถนน

ระหว่างการชาร์จ แบตเตอรี่จะปล่อยก๊าซไฮโดรเจนออกมาซึ่งติดไฟได้ง่าย จึงห้ามสูบบุหรี่หรือทำให้เกิดประกายไฟใกล้กับแบตเตอรี่อย่างเด็ดขาด และหากเกิดเหตุแบตเตอรี่หมดฉุกเฉินระหว่างเดินทาง การมีประกันรถยนต์ ที่มีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงจาก insurverse จะช่วยประสานงานช่างมาบริการพ่วงแบตเตอรี่ให้ฟรีถึงจุดเกิดเหตุ

check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย

© Copyright 2023 บริษัท อินชัวร์เวิร์ส จำกัด (มหาชน)