ในโลกของยานยนต์ ประเภทรถยนต์นั้นมีความหลากหลายมากกว่าที่หลายคนคิด ซึ่งแต่ละประเภทก็ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของผู้ใช้งาน วันนี้ insurverse เราจะพาผู้ใช้รถทุกคนไปทำความรู้จักกับ 12 ประเภทรถยนต์ที่คนรักรถควรรู้จักเอาไว้ ซึ่งไม่ต่างจากการทำประกันภัยรถยนต์เลย ที่จำเป็นจะต้องศึกษาเพื่อให้เข้าใจถึงความแตกต่าง และจุดประสงค์ที่ถูกพัฒนาขึ้นในการใช้งาน
เพราะพฤติกรรมการขับขี่ และความต้องการในการใช้รถนั้นมีหลากหลาย ทางค่ายผู้ผลิตรถยนต์ จึงต้องมีรถหลากหลายรุ่นที่มารองรับการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่คนเดียว การใช้งานสำหรับครอบครัว หรือแม้แต่การใช้รถเพื่อการบรรทุกสัมภาระ หรือขนส่งผู้โดยสารเป็นจำนวนมากก็ตาม ล้วนจะต้องมีรถที่ตอบโจทย์การใช้งานเหล่านี้ทั้งหมด จึงทำให้มีการแบ่งแยกประเภทรถไว้ค่อนข้างหลากหลายอย่างที่เห็น
หากจะถามถึงประเภทรถที่ขายในท้องตลาด เชื่อว่าหลายคนอาจจะนึกได้ไม่เกิน 4 – 5 ประเภทเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว รถยนต์ที่ถูกผลิตขึ้นมานั้นมีอยู่หลายประเภทมาก เดี๋ยววันนี้เราจะพาไปดู 12 ประเภทรถหลัก ๆ ที่ผู้ใช้รถควรทำความรู้จักไว้เป็นเกร็ดความรู้กัน
รถซีดานเป็นประเภทรถยนต์ที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดบนท้องถนน มีลักษณะเด่น คือ มี 4 ประตู และห้องเก็บสัมภาระแยกออกจากห้องโดยสาร เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไปทั้งในเมือง และการเดินทางไกลแบบครอบครัวขนาดเล็ก ถึงขนาดกลางที่มีผู้โดยสารไม่เกิน 4 คน
รถแฮทช์แบ็กมีลักษณะคล้ายซีดาน แต่มีประตูท้ายที่ยกขึ้นได้ทั้งบาน ทำให้มีพื้นที่เก็บของมากกว่า เหมาะสำหรับคนเมืองที่ต้องการความคล่องตัว และความประหยัดน้ำมันในการใช้งาน ที่ไม่ได้ต้องการรถคันใหญ่ในการขับขี่
รถคูเป้มักมีเพียง 2 ประตู ซึ่งอาจจะมี 2 หรือ 4 ที่นั่งก็ได้ตามแต่รุ่นรถ แต่ส่วนใหญ่จะถูกออกแบบให้มีรูปลักษณ์สปอร์ตและทันสมัย เน้นสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกสนานเป็นหลัก จึงเหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบความเร็วเป็นส่วนมากที่เลือกรถประเภทนี้
รถเอสยูวี เป็นรถอเนกประสงค์ที่มีพื้นที่กว้างขวาง สามารถรองรับผู้โดยสารได้มาก และมีความสามารถในการขับขี่หลากหลายสภาพถนน จึงเป็นประเภทรถที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะเหมาะสภาพท้องถนนเมืองไทยที่ขรุขระ และปัจจุบันก็ได้ถูกพัฒนาให้มีความประหยัดน้ำมันมากขึ้นกว่าเดิมด้วย
รถพีพีวี เป็นรถยกสูงที่ใช้โครงสร้างจากรถกระบะ ซึ่งมีเพียงประเทศเดียวในโลก ก็คือ ประเทศไทยเรา เพราะในต่างประเทศจะเรียกรถยกสูงเป็นเอสยูวีเกือบทั้งหมด ข้อดีที่ทำให้รถประเภทนี้ได้รับความนิยม ก็คือ ความแข็งแกร่งในการใช้งานได้ทุกสภาพถนน บวกกับโครงสร้างที่เป็นกระบะแบบยกสูง จึงมีความทนทานในการใช้งานที่ค่อนข้างสูงเช่นกัน
รถเอ็มพีวี เป็นรถอเนกประสงค์ที่ออกแบบมาสำหรับครอบครัว หรือการเดินทางที่ต้องจุสัมภาระ หรือบรรทุกผู้โดยสารเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่ 5 – 7 ขึ้น ที่มาพร้อมกับฟังก์ชันการใช้งานภายในมากมาย และเน้นที่ความนั่งสบายของตัวเบาะรถเป็นหลัก จึงได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน
รถครอสโอเวอร์ เป็นรถที่ออกแบบมาจากพื้นฐานรถเก๋งซีดาน หรือรถแฮทช์แบ็ก ที่นำมายกสูงในระดับที่ไม่มากเท่าเอสยูวี จึงให้ความรู้สึกที่นุ่มนวลในการขับขี่ และมีความคล่องตัวที่สูงทั้งในเมือง และนอกเมือง รวมไปถึงพื้นที่ในการเก็บสัมภาระที่มากขึ้นกว่าซีดานด้วย
รถแวน หรือรถตู้ เป็นรถที่ออกแบบมาให้รองรับผู้โดยสารเป็นจำนวนมาก หรือใช้ในการขนส่งสินค้าเป็นจำนวนเยอะ และมีประตูเปิดบานข้างที่ใหญ่ ตอบโจทย์ความสะดวกสบายในการขึ้นลงรถ เลยได้รับความนิยมในการนำมาเป็นรถรับจ้างขนส่งผู้โดยสารอย่างที่เห็นในปัจจุบัน
รถสปอร์ต เป็นรถที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยเน้นไปที่สมรรถนะในการขับขี่เป็นหลัก ผ่านการออกแบบเครื่องยนต์อันทรงพลังที่เต็มไปด้วยแรงม้า พร้อมกับเทคโนโลยียานยนต์จัดเต็ม จึงทำให้เป็นรถที่มีราคาแพง และนิยมในหมู่คนรักรถที่มีงบประมาณไม่จำกัดเท่านั้น เพราะมีค่าใช้จ่ายในการดูแลที่สูง จึงเป็นสาเหตุที่ทำคนมีรถประเภทนี้ มักทำประกันรถยนต์ชั้น 1 กันทั้งนั้น
รถคอนเวอร์ทิเบิล หรือรถเปิดประทุน เป็นรถที่ออกแบบมาให้หลังคาเปิดและปิดได้ ผ่านปุ่มสั่งการในตัวรถ ซึ่งออกแบบมาให้ผู้ใช้รถ สามารถชมวิวในระหว่างขับขี่ได้ จึงมักได้รับความนิยมในการนำไปขับริมทะเล หรือตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ เหมือนที่เรามักเห็นกันตามภาพยนตร์
รถวากอน หรือสเตชัน วากอน เป็นรถที่ถูกออกแบบมามีส่วนท้ายยาวขึ้น เพื่อรองรับการเก็บสัมภาระที่มากกว่าเดิม โดยจะต่างจากรถแฮทช์แบ็กตรงที่ การมีเสา D เพิ่มเข้ามา และมักจะมีทรงรถที่คล้ายกันเอ็มพีวี แต่อาจจะไม่ได้พบเห็นมากนักในเมืองไทย
รถไมโคร เป็นรถขนาดเล็กกะทัดรัด ที่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานในเมืองเป็นหลัก ด้วยวงเลี้ยวที่แคบ จึงเหมาะสำหรับการขับมุด หรือหาพื้นที่จอดได้อย่างสะดวกสบาย อีกทั้งยังประหยัดน้ำมันในการใช้งาน จึงทำให้ตัวถังของรถประเภทนี้ ถูกหยิบไปพัฒนาเป็นรถไฟฟ้าในปัจจุบันนั่นเอง
ผู้ใช้รถน่าจะเห็นได้ว่า การมีประเภทรถยนต์ที่หลากหลายนั้น นอกจากจะตอบโจทย์การใช้งานแล้ว ยังตอบโจทย์งบประมาณที่มีของแต่ละคนด้วย ตั้งแต่รถที่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานในเมือง ประหยัดน้ำมัน และเป็นมีขนาดที่กำลังพอเหมาะ ไปจนถึงรถสมรรถนะสูง ขับขี่สนุก และให้ความรู้สึกหรูหราในการใช้งาน ซึ่งทั้งหมดทั้งมวล ล้วนเป็นข้อดีที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้รถอย่างเรา ๆ ที่จะได้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการใช้งานอยู่เสมอ และอีกหนึ่งเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ ก็คือ การทำประกันชั้น 2+ ที่ให้ความคุ้มครองแบบคุ้ม ๆ เกือบเท่าชั้น 1 แต่มีราคาที่สบายกระเป๋ากว่า สำหรับใครที่ยังไม่รู้จะทำประกันรถยนต์ที่ไหน ต้องที่ insurverse เท่านั้น เพราะเราเป็นประกันรถยนต์ออนไลน์เจ้าแรกในไทย ที่สามารถปรับแต่งกรมธรรม์ได้ตรงความต้องการที่สุด
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง