vertical_align_top
keyboard_arrow_leftย้อนกลับ

แบตเตอรี่รถยนต์กี่โวลต์ สรุปค่ามาตรฐาน เช็กเองได้ง่ายๆ

schedule
share
แบตเตอรี่รถยนต์กี่โวลต์

สำหรับผู้ใช้รถยนต์ทุกคน แบตเตอรี่คือหัวใจหลักที่คอยจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้แก่ไดสตาร์ทและระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดในตัวรถ แต่หลายคนอาจจะยังสงสัยเมื่อต้องตรวจเช็กสภาพแบตเตอรี่ว่าแท้จริงแล้ว “แบตเตอรี่รถยนต์กี่โวลต์” ค่าเท่าไหร่ถึงจะเรียกว่าไฟเต็ม และค่าเท่าไหร่ที่แปลว่าแบตเตอรี่เริ่มเสื่อมสภาพจนเสี่ยงสตาร์ทไม่ติด การเข้าใจตัวเลขแรงดันไฟฟ้า (Voltage) ในสภาวะต่างๆ จะช่วยให้คุณประเมินสภาพแบตเตอรี่ได้อย่างแม่นยำและป้องกันปัญหารถดับไม่คาดฝัน บทความนี้ได้รวบรวมเกณฑ์ค่ามาตรฐานทั้งหมดมาให้คุณตรวจสอบได้อย่างง่ายดาย

แบตเตอรี่รถยนต์กี่โวลต์ ทำความเข้าใจค่าแรงดันไฟฟ้ามาตรฐาน

โดยมาตรฐานสากล รถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นรถเก๋ง รถกระบะ หรือรถ SUV จะใช้ระบบแรงดันไฟฟ้าขนาด “12 โวลต์” (12V) ซึ่งภายในแบตเตอรี่จะประกอบด้วยเซลล์ตะกั่ว-กรดจำนวน 6 เซลล์ต่ออนุกรมกัน (แต่ละเซลล์มีแรงดันประมาณ 2.1 โวลต์) ในขณะที่รถบรรทุกขนาดใหญ่หรือรถบัสจะใช้ระบบไฟฟ้าขนาด 24 โวลต์ (24V) โดยการนำแบตเตอรี่ 12V จำนวน 2 ลูกมาต่ออนุกรมกัน

ตารางเช็กค่าโวลต์แบตเตอรี่รถยนต์ในแต่ละสภาวะการทำงาน

แม้จะเรียกว่าแบตเตอรี่ 12V แต่ในความเป็นจริง แรงดันไฟฟ้าที่วัดได้จะไม่เท่ากับ 12.0V พอดี โดยจะแปรผันตามสภาวะการทำงานดังนี้

ค่าโวลต์ตอนดับเครื่องยนต์ (แรงดันขณะไม่มีโหลด)

เมื่อดับเครื่องยนต์ทิ้งไว้ข้ามคืนหรืออย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง ค่าแรงดันที่เหมาะสมควรเป็นดังนี้:

  • 12.6V – 12.8V: แบตเตอรี่มีประจุไฟเต็ม 100% สภาพสมบูรณ์พร้อมใช้งาน
  • 12.4V – 12.5V: แบตเตอรี่มีประจุไฟประมาณ 75% สภาพปกติ
  • 12.2V – 12.3V: แบตเตอรี่มีประจุไฟประมาณ 50% เริ่มอ่อน ควรนำไปชาร์จเพิ่ม
  • ต่ำกว่า 12.0V: แบตเตอรี่หมดประจุหรือเสื่อมสภาพอย่างรุนแรง เสี่ยงต่อการสตาร์ทไม่ติด

ค่าโวลต์ขณะสตาร์ทเครื่องยนต์ (จังหวะดึงกระแสสูงสุด)

ในจังหวะที่บิดกุญแจหรือกดปุ่ม Push Start ไดสตาร์ทจะดึงกระแสไฟอย่างมหาศาล ทำให้แรงดันไฟฟ้าตกลงชั่วขณะ โดยค่าโวลต์ไม่ควรตกลงต่ำกว่า 9.6V – 10.0V หากตกลงไปต่ำกว่า 9.0V แสดงว่าแบตเตอรี่ไม่มีกำลังจ่ายไฟ (ค่า CCA ต่ำ) จำเป็นต้องเปลี่ยนลูกใหม่

ค่าโวลต์ตอนติดเครื่องยนต์ (การทำงานของไดชาร์จ)

เมื่อเครื่องยนต์ทำงาน ไดชาร์จ (Alternator) จะทำหน้าที่ปั่นกระแสไฟเข้ามาเลี้ยงระบบและชาร์จแบตเตอรี่ แรงดันไฟฟ้าที่วัดได้ควรอยู่ที่ประมาณ “13.8V – 14.4V” หากวัดได้ต่ำกว่า 13.5V แสดงว่าไดชาร์จอาจผลิตไฟไม่พอ หรือหากสูงเกิน 14.8V แสดงว่าไดชาร์จจ่ายไฟเกิน (Overcharging) ซึ่งอาจทำให้แบตเตอรี่บวมและระบบไฟฟ้าเสียหายได้

วิธีตรวจเช็กค่าโวลต์แบตเตอรี่รถยนต์ด้วยตัวเอง

คุณสามารถตรวจสอบค่าแรงดันไฟฟ้าได้ง่ายๆ ด้วยการใช้ “มัลติมิเตอร์” (Multimeter) โดยปรับย่านวัดไปที่กระแสตรง (DCV 20V) นำสายสีแดงแตะที่ขั้วบวก (+) และสายสีดำแตะที่ขั้วลบ (-) ของแบตเตอรี่ หรือสำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ก็สามารถดูค่าโวลต์ผ่านเกจวัดดิจิทัลหรืออุปกรณ์ชาร์จมือถือในช่องจุดบุหรี่ที่มีหน้าจอดิจิทัลแสดงผลได้ทันที

ค่าโวลต์ต่ำ รถสตาร์ทไม่ติด บริการช่วยเหลือฉุกเฉินช่วยคุณได้

หากวันใดที่คุณพบว่าแบตเตอรี่รถยนต์มีค่าโวลต์ต่ำเกินไปจนสตาร์ทไม่ติดกลางลานจอดรถหรือระหว่างเดินทาง การมีแผนประกันรถยนต์ ที่มาพร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนตลอด 24 ชั่วโมง (Roadside Assistance) เช่น ประกันภัยออนไลน์จาก insurverse จะช่วยให้คุณอุ่นใจได้ทันที เพราะมีทีมช่างพร้อมเดินทางมาให้บริการพ่วงแบตเตอรี่ (Jump Start) ถึงที่เกิดเหตุฟรี

check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย

© Copyright 2023 บริษัท อินชัวร์เวิร์ส จำกัด (มหาชน)