เคลมประกันรถยนต์ insurverse

รวดเร็ว ทันที
ดูแลดี 24 ชม.

จะสถานการณ์ไหนที่เจอ
เราพร้อมซัพพอร์ต

support_section

เคลมประกันรถยนต์กับ insurverse ดียังไง?

location_icon

อยู่ที่ไหนก็เคลมได้

ผ่านช่องทางออนไลน์ของ
insurverse

gear_icon

เคลมง่าย อนุมัติไว

เอกสารครบ
ระบบอนุมัติทันที

repair_icon

รับประกันงานซ่อม
1 ปี

ซ่อมอู่ในเครือ
แก้งานซ่อมฟรี
ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

อุ่นใจทุกการเดินทาง

insurverse ดูแลครบทั้งคุณและรถ

motorcycle_logo

อู่ซ่อมคุณภาพ

การันตีคุณภาพตามมาตรฐานของ
ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์

vdo_call_logo

รักษาได้ทุกโรงพยาบาล

ถ้าเป็นผู้ป่วยใน
ไม่ต้องสำรองจ่าย

วิธีการเคลมประกันรถยนต์

เกิดเหตุแบบนี้ แจ้งเคลมได้ทางไหน?

  • ชนคู่กรณี
  • ตกลงกันไม่ได้
  • มีคนบาดเจ็บ
  • รถเสียหายหนัก
motorcycle_logo

ส่งเจ้าหน้าที่
ไปที่เกิดเหตุทันที

เหตุด่วน เหตุรุนแรง ไม่ต้องกังวล
เราจะไปหาคุณอย่างเร็วที่สุด

  • ชนแบบไม่มีคู่กรณี
  • ตกลงกันได้
  • ไม่มีคนบาดเจ็บ

vdo_call_logo

เคลมออนไลน์ผ่าน
VDO Call

สะดวก รวดเร็ว
ช่วยให้คุณออกจากที่เกิดเหตุได้ไว

ขั้นตอนการเคลม
ประกันรถยนต์

  1. 1

    เกิดเหตุที่ไหน บอกเราได้เลย

    โทร

    02-842-9899

    hospital_logo โทรเลย

    แชท

    Line : @insurverse

    hospital_logo แชทเลย
  2. 2

    เจ้าหน้าที่เช็คความเสียหาย
    ช่วยเจรจาถ้ามีคู่กรณี

  3. 3

    รับใบเคลมทันที นำรถเข้าซ่อมได้เลย

  4. 4

    เอกสารครบ อนุมัติเคลมไว

    ภายใน 3 วันทำการ

ช่องทางการส่งเอกสารเคลมประกัน

เอกสารต้นฉบับ

และแบบฟอร์มเรียกร้องสินไหม

Mailbox Icon

ฝ่ายสินไหม ชั้น 24
บริษัท อินชัวร์เวิร์ส จำกัด (มหาชน)

เลขที่ 1115 อาคารทิพยประกันภัย (สำนักงานใหญ่)
ถนนพระราม 3 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา
กรุงเทพฯ 10120

กรณีที่มีเหตุต้องส่งเอกสารเพิ่มเติม

ส่งเอกสารผ่านอีเมล์

Email Icon

[email protected]

ยื่นเอกสารเคลม

เอกสารที่ใช้ประกอบการพิจารณาเคลม

  1. 1. ใบเคลมหรือใบรับรองความเสียหาย
  2. 2. หน้าตารางกรมธรรม์ประกันภัย
  3. 3. เล่มทะเบียนรถหรือสำเนาทะเบียนรถ
  4. 4. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือใบขับขี่
  5. 5. อื่น ๆ (กรณีบริษัทฯ ร้องขอเพิ่มเติม)
  1. 1. กรณีซ่อมอู่หรือศูนย์บริการในเครือ
  2. 2. ใบเคลมหรือใบรับรองความเสียหาย
  3. 3. หน้าตารางกรมธรรม์ประกันภัย
  4. 4. เล่มทะเบียนรถหรือสำเนาทะเบียนรถ
  5. 5. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือใบขับขี่
  6. 6. อื่น ๆ (กรณีบริษัทฯ ร้องขอเพิ่มเติม)
  1. 1. ใบเคลมหรือใบรับรองความเสียหาย
  2. 2. ใบประเมินราคาค่าซ่อมทรัพย์สินที่เสียหาย
  3. 3. เอกสารแสดงความเป็นเจ้าของทรัพย์สิน
  4. 4. หนังสือมอบอำนาจ (กรณีเจ้าของทรัพย์สินไม่สามารถมาติดต่อด้วยตัวเอง
  5. 5. สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร
  6. 6. อื่น ๆ (กรณีบริษัทฯ ร้องขอเพิ่มเติม)
  1. 1. กรมธรรม์พ.ร.บ.หรือกรมธรรม์ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ (กรณีเป็นผู้เอาประกันภัย)
  2. 2. บัตรติดต่อ (กรณีเป็นผู้เสียหายที่ไม่ใช่ผู้เอาประกันภัย)
  3. 3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้บาดเจ็บ
  4. 4. หนังสือมอบอำนาจและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบและผู้รับมอบอำนาจ (กรณีผู้บาดเจ็บไม่ได้มาดำเนินการด้วยตนเอง)
  5. 5. เอกสารอื่น ๆ ที่แสดงฐานานุรูปของผู้บาดเจ็บ เช่น หนังสือรับรองเงินเดือน, สลิปเงินเดือน เป็นต้น
  6. 6. สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร
  7. 7. ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลตามจริง (ต้นฉบับ)
  8. 8. ใบรับรองแพทย์ที่ระบุรายละเอียดและสาเหตุการบาดเจ็บ พร้อมระยะเวลาในการรักษา หรือระบุการสูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพ
  9. 9. บันทึกการเรียกร้องสินไหมบาดเจ็บ หรือทุพพลภาพ หรือสูญเสียอวัยวะ
  1. 1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เสียชีวิต
  2. 2. สำเนาทะเบียนบ้านที่ระบุ “ตาย”
  3. 3. เอกสารแสดงความเป็นทายาท เช่น สำเนาบัตรประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้าน, สำเนาสูติบัตร, สำเนาทะเบียนสมรส หรือคำสั่งศาลในการแต่งตั้งตามกฎหมาย เป็นต้น
  4. 4. เอกสารอื่น ๆ ที่แสดงฐานานุรูปของผู้เสียชีวิต เช่น สลิปเงินเดือน, เอกสารรับรองการทำงาน เป็นต้น
  5. 5. สำเนาสมุดบัญชีธนาคารของผู้รับผลประโยชน์
  6. 6. ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลตามจริง (ต้นฉบับ) ก่อนเสียชีวิต
  7. 7. สำเนาบันทึกประจำวันในคดีของพนักงานสอบสวนที่แสดงว่าผู้เสียหายถึงแก่ความตาย
  8. 8. บันทึกการเรียกร้องค่าสินไหมระหว่างทายาทกับบริษัท หรือผู้เอาประกันภัยใบมรณบัตร

กรณีเรียกร้องค่าขาดผลประโยชน์จากการใช้รถจากฝ่ายผิด

expand_more
  1. 1. ใบนำรถยนต์เข้าจัดซ่อมหรือใบรับรถยนต์ที่ได้จากศูนย์/อู่ซ่อมรถ
  2. 2. เล่มทะเบียนรถหรือสำเนาทะเบียนรถ
  3. 3. สำเนาบัตรประชาชน
  4. 4. สำเนาใบเคลมจากประกันรถคู่กรณี
  5. 5. หลักฐานเอกสารประกอบการใช้รถยนต์ในแต่ละวัน (ถ้ามี)
  6. 6. ใบเสร็จค่าเช่ารถยนต์ (ถ้ามี)
  7. 7. สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร

ประเภทของการเคลมประกันรถยนต์

มีอะไรบ้าง

โดยหลักแล้ว การเคลมประกันรถยนต์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ การเคลมแบบสด และ การเคลมแบบแห้ง ซึ่งเหมาะกับสถานการณ์อุบัติเหตุที่แตกต่างกัน และส่งผลต่อขั้นตอนการแจ้งเคลมประกันรถยนต์โดยตรง

การเคลมประกันรถยนต์

แบบสด

การเคลมแบบสด คือ

การเคลมที่เกิดขึ้นกับที่

หลังอุบัติเหตุ ผู้เอาประกันต้องแจ้งบริษัทประกัน
ในขณะเกิดเหตุ เป็นการแจ้งเคลมเพื่อให้มีการ
บันทึกข้อมูล และออกใบเคลมตามสถานการณ์ จริง

  • เคลมแบบสดที่มีคู่กรณี
    ใช้ในกรณีเกิดอุบัติเหตุที่มีรถหรือบุคคลอื่นเกี่ยวข้อง
    ต้องมีการบันทึกข้อมูลคู่กรณี
    เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาความรับผิดชอบ
    และการชดใช้ค่าเสียหาย
  • เคลมแบบสดที่ไม่มีคู่กรณี
    เหมาะกับกรณีรถเสียขณะลื่งของ เช่น เสา กำแพง
    หรือฟุตบาท โดยไม่มีบุคคลอื่นเกี่ยวข้อง
    สามารถแจ้งเคลมได้กันเพื่อบันทึกเหตุการณ์

การเคลมประกันรถยนต์

แบบแห้ง

การเคลมแบบแห้ง คือการเคลมความเสียหายที่ไม่ได้
เกิดจากอุบัติเหตุด่วน เช่น รอยขีดข่วนเล็กน้อย
รถถูกเฉี่ยวขณะจอด หรือ

ความเสียหายที่เพิ่งตรวจพบภายหลัง

ผู้เอาประกันสามารถนำรถเข้าซ่อมกับอู่ในเครือได้
โดยไม่ต้องแจ้งเหตุ ณ จุดเกิดเหตุ
ช่วยประหยัดเวลาและไม่เร่งรีบในการดำเนินการ

อะไรบ้างที่เป็น

สาเหตุที่ทำให้คุณเคลมประกันไม่ได้

แม้จะมีประกันรถยนต์ แต่ก็มีบางกรณีที่บริษัทประกันจะ ไม่รับพิจารณาคุ้มครอง หากเข้าข่ายเงื่อนไขต่อไปนี้

Illegal Activity Icon

ใช้รถในกิจกรรม

ผิดกฎหมาย

เช่น ขนของผิดกฎหมายหรือ
ก่ออยาณุารรม
บริษัทประกันจะไม่คุ้มครองทันที

Racing Icon

นำรถไป

แข่ง / ใช้งานผิดประเภท

เพิ่มความเสี่ยงเกินเงื่อนไข
ที่กรมธรรม์กำหนด

Alcohol Icon

ผู้ขับขี่มีแอลกอฮอล์

เกินกฎหมาย

ถือเป็นความประมาทร้ายแรง
เคลมประกันไม่ได้

Overload Icon

ใช้รถลากจูง /
บรรทุกเกินปกติ

งานที่ให้เกิดความเสียหายกับตัวรถ

Outside Coverage Icon

นำรถออกไป

ใช้นอกอาณาเขตคุ้มครอง /
ออกต่างประเทศ

โดยไม่แจ้งบริษัทประกันล่วงหน้า

War Terrorism Icon

ความเสียหายจากสงคราม /
การก่อการร้าย

หรืออาวุธนิวเคลียร์
ไม่อยู่ในความคุ้มครอง