เป็นที่ทราบกันดีว่าการจะออกรถใหม่สักหนึ่งคัน หากผู้ซื้อยื่นขอสินเชื่อแล้ว ดันมีคุณสมบัติทางการเงินที่ไม่ตรงตามเกณฑ์ ส่วนใหญ่ก็จะต้องใช้ผู้ค้ำประกันเข้ามาเพิ่มความน่าเชื่อถือ เพื่อให้มีโอกาสที่จะธนาคาร หรือไฟแนนซ์จะอนุมัติได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างความกระอักกระอ่วนใจให้กับทุกฝ่าย ทั้งผู้ซื้อและผู้ค้ำ ผู้ซื้อเองก็เกิดอาการทำตัวไม่ถูกทุกครั้ง เมื่อต้องขอความช่วยเหลือให้ใครมาค้ำสักหนึ่งคน ส่วนผู้ที่จะต้องไปค้ำให้ ก็ยิ่งคิดหนักเข้าไปใหญ่ ว่าจะต้องมาแบกรับภาระหนี้สิน ที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนก่อในภายหลังหรือเปล่า
แต่สำหรับปัจจุบันนี้ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดแล้ว เพราะข้อบังคับใช้ของการ ค้ํา ประกันรถยนต์ กฎหมายใหม่ ถูกแก้ไขและผลักดัน ให้คุ้มครองปกป้องสิทธิของผู้ค้ำอย่างครอบคลุมมากขึ้น สิ่งที่สร้างความสับสนให้กับคนที่เพิ่งมีรถคันแรกพอสมควร คงจะเป็นเรื่องของ ประกันรถยนต์ มากกว่า ซึ่งเป็นส่วนเพิ่มเติมที่จะเข้ามาดูแลเรื่องอุบัติเหตุ ยังคงมีผู้ที่ไม่มั่นใจว่าหากจะซื้อ ประกันรถยนต์ นั้น สามารถดำเนินการซื้อได้เลยทันทีหรือไม่ ต้องมีผู้ค้ำเข้ามาเกี่ยวข้องอีกหรืออย่างไร เราจะมาไขข้อข้องใจให้ในวันนี้
การทำ ประกันรถยนต์ ถือเป็นเรื่องที่ใครหลายๆ คนให้ความสำคัญรองลงมา หลังจากที่ได้ครอบครองรถในฝันเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังคงมีผู้คนบางส่วน ที่มองว่าจะต้องดำเนินการยุ่งยากอีกแล้วหรือ ต้องหาคนมาค้ำประกันอีกหรือไม่ เอาล่ะ ขอย้ำกันตรงนี้ชัดๆ เลยว่า “หากจะซื้อ ประกันรถยนต์ ซื้อได้เลย ไม่ต้องมีคนค้ำใดๆ” เลือกตามงบประมาณ และเงื่อนไขความคุ้มครองที่คิดว่าตอบโจทย์ตัวเองที่สุด หลังจากนั้นก็จัดเตรียมเอกสารดังนี้
ในส่วนของการต่อประกัน สิ่งที่ต้องเตรียมก็คือ สำเนากรมธรรม์ฉบับปัจจุบันที่กำลังจะหมดอายุ อย่างเดียวเท่านั้น
จะเห็นได้ว่าการ ค้ํา ประกันรถยนต์ กฎหมายใหม่ นั้น เกี่ยวข้องเฉพาะในขั้นตอนของการออกรถเท่านั้น เมื่อเริ่มต้นตัดสินใจซื้อประกัน เพื่อคุ้มครองในกรณีที่อาจเกิดอุบัติโดยไม่คาดฝัน เจ้าของรถสามารถดำเนินการได้ทันที ไม่ต้องมีคนค้ำ เลือกบริษัทที่ใช่ เงื่อนไขกรมธรรม์ที่ชอบ อนุมัติด่วนจี๋ เอกสารที่จะต้องใช้ก็ไม่ได้ยุ่งยาก จะจ่ายสดหรือผ่อนชำระก็เลือกได้ ตอบโจทย์ผู้ใช้รถทั่วประเทศ
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง
ประกันรถยนต์ชั้น 1 กับ 2+ เป็นประกันภาคสมัครใจที่ให้ความคุ้มครองใกล้เคียงกัน จนหลายคนลังเลว่าควรเลือกประกันรถยนต์แบบไหนดี โดยเฉพาะรถใหม่หรือรถใช้งานไม่เกิน 10 ปี บทความนี้จะพาเปรียบเทียบความแตกต่างของประกันชั้น 1 กับ 2+ แบบเจาะลึก พร้อมตารางเปรียบเทียบ ทั้งเรื่องความคุ้มครอง ค่าเบี้ย และความเหมาะสมในการใช้งาน พร้อมพิกัดเช็กเบี้ยประกันราคาคุ้มค่าในที่เดียว
ลองนึกภาพว่าคุณขับรถกลับบ้านแล้วอยู่ดี ๆ เจอน้ำท่วม รถดับกลางทาง คำถามคือ ประกันรถยนต์ชั้น 2+ จะช่วยอะไรได้บ้าง บทความนี้จะอธิบายขอบเขตความคุ้มครองและข้อยกเว้นที่ควรรู้ก่อนเกิดเหตุจริงกัน ว่ารถน้ําท่วม ประกันจ่ายไหม รวมถึงวิธีเช็คความคุ้มครองภัยธรรมชาติในกรมธรรม์ของคุณ