ในการตัดสินใจเลือกใช้รถสักคัน ระบบเบรคหน้าหลัง น่าจะเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่คนใช้รถให้ความสำคัญกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นดิสก์เบรค หรือดรัมเบรคที่ให้มาแตกต่างกันตามรุ่นย่อย และราคาของรถ ซึ่งระบบเบรค ABS ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วยเช่นกัน แต่หลายคนอาจจะสงสัยว่า ระบบเบรค ABS รถยนต์ที่ว่านี้มีดีอย่างไร ทำไมถึงเป็นมาตรฐานในการใช้งานที่รถยนต์หลายค่ายใส่มาด้วย วันนี้ทาง insurverse จะพาทุกคนไปหาคำตอบกันเอง
ระบบเบรค ABS รถยนต์ (Anti-Lock Brake System) คือ ระบบป้องกันล้อล็อกแบบจับปล่อย ที่ช่วยไม่ให้รถเสียการควบคุมจากการกระทุ้งเบรคแรงในเหตุการณ์ฉุกเฉิน
การทำงานของระบบเบรค ABS จะเป็นการทำงานควบคู่กันระหว่างกลไก และอิเล็กทรอนิกส์ โดยจะมีวงแหวนฟันเฟืองติดตั้งอยู่กับเพลาหมุน และมีเซนเซอร์คอยตรวจจับความเร็วของฟันเฟืองที่หมุนอยู่ เพื่อส่งสัญญาณไปยังวงจร ABS ให้ปั๊มเบรคทำงานแบบจับปล่อยในความถี่ 16 – 50 ครั้งต่อวินาที ล้อจึงไม่เกิดการล็อก และผู้ขับขี่ยังสามารถควบคุมทิศทางของรถได้อยู่
ในส่วนของข้อดีในการใช้งานระบบเบรค ABS จะแบ่งได้ทั้งหมด ดังนี้
และในส่วนของข้อเสียในการใช้งานระบบเบรค ABS จะแบ่งได้ทั้งหมด ดังนี้
ระบบเบรค ABS ช่วยให้การหยุดรถมีความปลอดภัยมากขึ้น จากการไม่ทำให้ล้อล็อกตายแบบเบรคธรรมดา จึงทำให้ผู้ขับขี่ยังสามารถควบคุมทิศทางรถได้อยู่ และลดโอกาสที่จะทำให้รถเสียหลักจนพลิกคว่ำได้ดี แม้จะมีระยะเบรคที่มากขึ้นกว่าเดิมก็ตาม
หากระบบเบรค ABS ไฟเตือนโชว์ขึ้นมา นั่นหมายถึงระบบเบรคกำลังมีปัญหา และไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการลืมปล่อยเบรคมือลง น้ำมันเบรกต่ำผิดปกติ ลมยางอ่อนหรือแข็งเกินไป หรืออาจจะเป็นที่ระบบเซนเซอร์ทำงานขัดข้อง ซึ่งควรแก้เบื้องต้นด้วยการถอดขั้วแบตทิ้งไว้ 5 – 10 นาที แล้วใส่กลับเข้าไปใหม่ หากไฟเตือนหายไป ก็สามารถใช้งานได้ตามปกติ แต่หากยังมีอาการดังกล่าวอยู่ ให้นำรถเข้าตรวจเช็กทันที เพราะมีความเสี่ยงในการขับขี่เป็นอย่างมาก
เมื่อระบบเบรค ABS รถยนต์ทำงาน รถจะมีอาการกระตุกเป็นจังหวะ จากแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นจากการจับปล่อยที่จานเบรค และมีเสียงดังครืดถี่ ๆ และจะมีสัญญาณไฟ ABS ขึ้นโชว์ที่หน้าแผงหน้าปัดด้วยเช่นกัน
เมื่อเกิดเหตุการณ์ขับคันขึ้นมา แล้วต้องกระทุ้งเบรคอย่างรุ่นแรงจน ABS ทำงาน ผู้ขับขี่จะต้องตั้งสติให้ดี และเตรียมใจรับมือกับอาการต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น อย่างเสียงครืด และแรงสั่นสะเทือนที่จะเข้ามา รวมไปถึงการควบคุมทิศทางของรถที่ไถลไป และสิ่งที่ไม่ควรทำเลยก็คือ ห้ามยกเท้าขึ้นจากเบรค หรือผ่อนเบรคลงเป็นอันขาด เพราะจะทำให้ระบบ ABS หยุดทำงาน และทำให้การเบรคมีความอันตรายมากขึ้นกว่าเดิม จึงควรถอนเบรคเมื่อพ้นจากระยะอันตราย และควบคุมสถานการณ์ได้แล้วเท่านั้น
การขับขี่บนท้องถนนอยู่ทุกวัน ย่อมมีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุขึ้นไม่มากก็น้อย การต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ ไม่ให้ขาดเป็นประจำทุกปี คืออีกหนึ่งช่องทางในการลดความเสี่ยงที่คนใช้รถไม่ควรละเลยกันเด็ดขาด เพราะอย่างน้อยก็ยังมีเงินชดเชยที่ช่วยทั้งฝั่งเรา และคู่กรณีในส่วนของค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นได้ โดยไม่ต้องควักเงินส่วนตัวออกเองจนกระเป๋าฉีก และสำหรับคนที่กำลังมองหา พ.ร.บ. รถยนต์ ราคาถูก ต่อได้ง่าย ๆ ทางออนไลน์ มาซื้อกับทาง insurverse เราดีกว่า รับรองว่าถูกชัวร์ เพราะมีราคาเริ่มต้นเพียง 499 บาทเท่านั้น
*ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 31 ธันวาคม 2567*
การขับขี่อย่างปลอดภัย ด้วยการเว้นระยะด้านหน้าเผื่อไว้เสมอ คือสิ่งที่เราทุกคนพึงกระทำ เพราะอย่างน้อยก็ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติที่ไม่จำเป็นลงได้ แต่หากเป็นการขับขี่ในช่องทางที่ต้องใช้ความเร็วแบบเลี่ยงไม่ได้ อย่างน้อยการเรียนรู้ระบบการทำงานของเบรค ABS ก็จะช่วยให้เรารอดปลอดภัยในสถานการณ์ฉุกเฉินได้เหมือนกัน เพราะเมื่อถึงคราวจำเป็นที่จะต้องใช้ เราจะได้ไม่ตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูกนั่นเอง
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อเปิดดูตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของตนเอง หลายคนอาจเคยสะดุดตากับคำว่า “ร.ย.03” ในหมวดความคุ้มครองเพิ่มเติม และเกิดคำถามว่า รย.03 คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้ขับขี่ หรือบางคนอาจกำลังสับสนระหว่างรหัสในเอกสารประกันภัยกับรหัสประเภทรถของกรมการขนส่งทางบก บทความนี้จะมาไขคำตอบให้ชัดเจน เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิประโยชน์และใช้ความคุ้มครองได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รย.03 คืออะไร ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์? ในแวดวงประกันภัย ร.ย.03 (หรือ รย.03) คือ รหัสมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดให้เป็น “เอกสารแนบท้ายสัญญาประกันภัยรถยนต์ว่าด้วยการประกันตัวผู้ขับขี่ (Driver’s Bail Bond)” ความคุ้มครองนี้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่ขับรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนเป็นเหตุให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) จะต้องดำเนินคดีอาญาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยบริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่นำหลักทรัพย์หรือหนังสือรับรองไปวางเป็นหลักประกันในการขอประกันตัวผู้ขับขี่ออกมาสู้คดีในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือชั้นศาล สาระสำคัญของเอกสารแนบท้าย ร.ย.03: คุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครองของ ร.ย.03 มีรายละเอียดสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรรู้ดังนี้: เปรียบเทียบเอกสารแนบท้าย ร.ย.01, ร.ย.02 และ ร.ย.03 แตกต่างกันอย่างไร? เอกสารแนบท้ายมาตรฐาน คปภ. ที่พบได้บ่อยในกรมธรรม์ภาคสมัครใจ ได้แก่: อย่าจำสับสน! ร.ย.03 (ประกันภัย)… Continue reading รย.03 คืออะไร เจาะลึกเอกสารแนบท้ายประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน