ฤดูใบไม้ผลิในญี่ปุ่นถือเป็นช่วงเวลาที่หลายคนรอคอย เพราะเป็นเวลาที่ ซากุระ จะบานสะพรั่งทั่วประเทศ ท้องถนนเปลี่ยนเป็นสีชมพู บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและสดใส ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเดินทางไปสัมผัสเสน่ห์ของดอกซากุระอย่างเต็มที่ แต่ด้วยความที่ซากุระบานเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ เพียงไม่กี่สัปดาห์ การวางแผนเดินทางที่แม่นยำจึงสำคัญมาก ตั้งแต่การเลือกเมือง จุดชมวิว และช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้ได้เห็นภาพซากุระฟูลบลูมแบบจุใจ และแน่นอนว่า การเดินทางไปต่างประเทศในช่วงเทศกาลแบบนี้ ควรเตรียมพร้อมทุกด้าน รวมถึง ประกันเดินทาง ที่ช่วยให้เที่ยวได้อย่างอุ่นใจ
ซากุระเป็นดอกไม้ที่บานเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ประมาณ 1-2 สัปดาห์ เท่านั้น และช่วงเวลาที่บานจะแตกต่างกันไปตามสภาพอากาศและภูมิภาคของญี่ปุ่น โดยทั่วไป ซากุระจะเริ่มบานจาก ภูมิภาคคิวชู ทางตอนใต้สุดของญี่ปุ่น ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม และไล่ขึ้นไปเรื่อย ๆ จนถึง ฮอกไกโดในช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม
ญี่ปุ่นไม่ได้มีแค่ซากุระพันธุ์เดียว! จริง ๆ แล้วในประเทศนี้มีซากุระมากกว่า 600 สายพันธุ์ แต่ที่พบได้บ่อยและได้รับความนิยมมีอยู่ไม่กี่ชนิด โดยแต่ละสายพันธุ์ก็มีเอกลักษณ์ต่างกัน ทั้งช่วงเวลาบาน สีดอก และลักษณะกลีบ จะมีพันธุ์ไหนน่าสนใจบ้าง มาดูกัน
ถ้าพูดถึงซากุระที่เห็นบ่อยที่สุดตามสวนสาธารณะและถนนในญี่ปุ่น ต้องยกให้พันธุ์ โซเมโยชิโนะ เพราะเป็นสายพันธุ์ที่ปลูกเยอะที่สุดในประเทศ ดอกมีสีชมพูอ่อนเกือบขาว กลีบดอกบอบบาง มักบานพร้อมกันทั้งต้น ทำให้เกิดภาพซากุระฟูลบลูมที่อลังการมาก โดยช่วงที่บานเต็มที่อยู่ในช่วงปลายมีนาคมถึงต้นเมษายน
ซากุระพันธุ์นี้มีความโดดเด่นที่กิ่งก้านเรียวยาวโน้มลงคล้ายสายน้ำตก ซึ่งทำให้มันถูกเรียกว่า “ซากุระร้องไห้” หรือที่รู้จักกันในชื่อ Weeping Cherry ดอกจะมีทั้งสีชมพูเข้มและสีอ่อน ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ย่อย บานเร็วกว่าโซเมโยชิโนะเล็กน้อย มักจะเจอในวัดหรือสวนเก่าแก่
เป็นซากุระสายพันธุ์ดั้งเดิมของญี่ปุ่น มักพบขึ้นเองในป่าภูเขา ดอกมีสีชมพูอ่อนถึงขาว และมักบานพร้อมกับใบอ่อน ซึ่งต่างจากโซเมโยชิโนะที่บานก่อนออกใบ ถ้าอยากเห็นบรรยากาศแบบซากุระป่าธรรมชาติ ต้องขึ้นไปบนภูเขาในช่วงฤดูใบไม้ผลิ
ซากุระพันธุ์นี้มีเอกลักษณ์ที่ดอกใหญ่ กลีบซ้อนกันถึง 30-50 ชั้น ทำให้ดอกดูแน่นและฟูเหมือนปุยเมฆ สีดอกจะเป็นชมพูเข้ม บานช้ากว่าโซเมโยชิโนะประมาณ 2-3 สัปดาห์ เห็นได้บ่อยตามงานเทศกาลปลายฤดูซากุระ
ถ้าใครเบื่อซากุระสีชมพูแล้ว ลองไปหา อุคง ดูได้ เพราะนี่คือหนึ่งในซากุระที่มีดอกสีเหลืองอ่อน ซึ่งหาได้ยากมากในญี่ปุ่น ความพิเศษของมันคือสีของดอกจะค่อย ๆ เปลี่ยนจากเหลืองเป็นขาว และกลายเป็นชมพูอ่อนเมื่อบานเต็มที่
ซากุระพันธุ์นี้เป็นสายพันธุ์เก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่ยุคเฮอัน (ประมาณ 1,000 ปีที่แล้ว) จุดเด่นคือดอกใหญ่ กลีบซ้อนกันแน่นถึง 40 กลีบ และมีสีชมพูเข้ม มักพบในสวนของวัดและศาลเจ้าทั่วญี่ปุ่น
เป็นซากุระที่มีชื่อเสียงในเรื่องอายุยืน เพราะต้นที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นก็คือพันธุ์นี้ (เช่น ต้น “จินไดซากุระ” ที่มีอายุกว่า 2,000 ปี) ดอกมีสีชมพูอ่อนถึงขาว กลีบบาง บานเร็วกว่าซากุระสายพันธุ์อื่น ๆ
ซากุระในญี่ปุ่นมีให้ชมแทบทุกพื้นที่ แต่ถ้าอยากได้โลเคชั่นที่วิวปัง อากาศดี และเต็มไปด้วยความเป็นญี่ปุ่นแท้ ๆ ต้องไปตามลิสต์นี้ รับรองว่าไม่ผิดหวัง!
สวนอุเอโนะถือเป็น แลนด์มาร์กชมซากุระอันดับหนึ่งของโตเกียว มีต้นซากุระกว่า 1,200 ต้น เรียงรายตามทางเดินรอบทะเลสาบชิโนบาสึ ไฮไลต์คือช่วงเย็น ๆ จะมีไฟประดับทำให้บรรยากาศโรแมนติกมาก
เส้นทางริมแม่น้ำเมกุโระยาวกว่า 4 กิโลเมตร เป็นจุดชมซากุระยอดนิยมในโตเกียว โดยเฉพาะช่วงกลางคืนที่มีไฟประดับตามแนวต้นไม้ แถมมีคาเฟ่ ร้านอาหาร และบาร์ให้เลือกนั่งชิล ชมซากุระแบบเก๋ ๆ
ปราสาทฮิโรซากิในจังหวัดอาโอโมริเป็นจุดชมซากุระที่ ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดในญี่ปุ่น เพราะมีต้นซากุระกว่า 2,600 ต้น และมีอุโมงค์ซากุระที่ทอดยาวรอบคูน้ำของปราสาท
ภูเขาโยชิโนะในจังหวัดนาระเป็นสถานที่ที่ ซากุระขึ้นเองตามธรรมชาติ มีต้นซากุระกว่า 30,000 ต้น กระจายอยู่ทั่วทั้งภูเขา ทำให้เกิดเป็นภาพคลื่นซากุระที่ไล่ระดับกันตามความสูงของเขา
หนึ่งในจุดชมซากุระที่คลาสสิกที่สุดคือ ปราสาทฮิเมจิ ที่มีต้นซากุระกว่า 1,000 ต้น รายล้อมตัวปราสาทสีขาว ทำให้ได้ภาพที่งดงามราวกับฉากในภาพยนตร์
ซากุระที่แม่น้ำคาวาซุในชิซุโอกะขึ้นชื่อว่าเป็นพันธุ์ที่ บานเร็วที่สุด ในญี่ปุ่น บานตั้งแต่กลางกุมภาพันธ์ ต่างจากซากุระทั่วไปที่มักบานช่วงปลายมีนาคม
เป็นสวนซากุระที่เก่าแก่ที่สุดของเกียวโต และมีต้น ชิดาเระซากุระยักษ์ อายุเกือบ 100 ปี ที่เป็นสัญลักษณ์ของที่นี่
สวนนี้มีซากุระกว่า 3,000 ต้น และวิวของซากุระที่ล้อมรอบปราสาทโอซาก้าถือเป็นหนึ่งในภาพที่งดงามที่สุดในญี่ปุ่น
หากอยากชมซากุระพร้อมวิวฟูจิ ต้องไปที่ ทะเลสาบคาวากุจิโกะ ซึ่งเป็นจุดชมซากุระที่มีฉากหลังเป็นภูเขาไฟฟูจิที่สวยที่สุด
ปราสาทนี้อยู่ในฮอกไกโด และเป็นที่ที่ซากุระบานช้าที่สุดในประเทศ (ปลายเมษายน-พฤษภาคม) เพราะอยู่ทางเหนือสุด
การได้ชมซากุระบานเต็มที่ในญี่ปุ่นเป็นประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด ไม่ว่าจะเป็นสวนซากุระในโตเกียว ปราสาทฮิเมจิสุดคลาสสิก หรือวิวริมทะเลสาบคาวากุจิโกะที่มีภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลัง ทุกจุดล้วนมีเสน่ห์แตกต่างกันไป การเลือกจุดชมซากุระให้เหมาะกับช่วงเวลาจึงเป็นเรื่องสำคัญ และถ้าอยากเที่ยวแบบไม่ต้องห่วงเรื่องค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน หรือปัญหาที่ไม่คาดคิดระหว่างทาง เช็กเบี้ยประกันเดินทาง ก่อนออกเดินทาง ก็จะช่วยให้ทริปซากุระครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและไร้กังวล
ซากุระมักบานเต็มที่เพียง 1-2 สัปดาห์ ก่อนที่กลีบดอกจะร่วงลง แต่ปัจจัยอย่างสภาพอากาศ ลม และฝน อาจทำให้ระยะเวลาบานสั้นลง โดยทั่วไป ซากุระจะเริ่มผลิบานในช่วง 3-7 วันแรก และบานเต็มที่ประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนจะค่อย ๆ ร่วง
จุดชมซากุระที่เงียบสงบและไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวเยอะ เช่น สวนชินจูกุเกียวเอ็น (Shinjuku Gyoen) ในโตเกียว ซึ่งจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว, ภูเขามิซากิ (Mt. Misaka) ในยามานาชิ ที่มองเห็นวิวฟูจิและซากุระแบบเงียบสงบ หรือ สวนทาคาดะ (Takada Park) ในจังหวัดนีงาตะ ซึ่งมีซากุระและปราสาทโบราณที่สวยงาม
ญี่ปุ่นมีเทศกาลชมซากุระหลายแห่ง เช่น เทศกาลซากุระฮิโรซากิ (Hirosaki Sakura Festival) ที่ปราสาทฮิโรซากิ ในโทโฮคุ ซึ่งมีซากุระกว่า 2,600 ต้น, เทศกาลซากุระคาวาซุ (Kawazu Sakura Festival) ในชิซุโอกะ ซึ่งเป็นซากุระที่บานเร็วที่สุด และ เทศกาลซากุระโยชิโนะ (Yoshino Sakura Festival) ในจังหวัดนาระ ซึ่งซากุระจะบานเต็มภูเขา
ได้แน่นอน! ถ้าต้องการชมซากุระจากเมืองใต้ขึ้นไปเหนือ สามารถใช้ JR Pass เดินทางข้ามเมืองได้ง่าย เช่น เริ่มจาก ฟุกุโอกะ ไป เกียวโต, จากนั้นไป โตเกียว และจบที่ ฮอกไกโด โดยปรับแผนให้สอดคล้องกับช่วงซากุระบานของแต่ละพื้นที่
ช่วงที่แสงดีที่สุดสำหรับถ่ายรูปซากุระคือ ตอนเช้า (07.00 – 09.00 น.) และ ช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก (16.00 – 18.00 น.) ซึ่งให้แสงที่นุ่มนวล ไม่แรงเกินไป ถ้าต้องการภาพที่ดูโรแมนติก แนะนำถ่าย ช่วงกลางคืน ในจุดที่มีไฟประดับ เช่น ที่แม่น้ำเมกุโระ หรือสวนอุเอโนะในโตเกียว
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้หญิงทำงานที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่ การดูแลสุขภาพครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรงคือภารกิจอันดับหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตามนัดหมายหลายครั้ง สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมได้จัดสรรสิทธิประโยชน์ ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณแม่และทารกในครรภ์ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์ โดยมีรายละเอียดวงเงินและเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่คุณแม่ควรรู้ เจาะลึก ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้เท่าไหร่ในแต่ละช่วงสัปดาห์? สิทธิประโยชน์ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม มีวงเงินรวมสูงสุด 1,500 บาท โดยจะแบ่งจ่ายตามรอบอายุครรภ์จริง 5 ครั้ง ดังนี้ ตารางเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตรวจและรับฝากครรภ์ 5 ครั้ง ลำดับการเบิก อายุครรภ์ วงเงินเบิกจ่ายสูงสุด ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 12 สัปดาห์ 500 บาท ครั้งที่ 2 มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ 300 บาท ครั้งที่ 3 มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 26… Continue reading ค่าฝากครรภ์ ประกันสังคม เบิกได้ 1,500 บาท เช็กเกณฑ์รับสิทธิ
เมื่อก้าวเข้าสู่วัยทำงาน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำในบริษัทเอกชนหรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ คำถามยอดฮิตที่หลายคนมักสงสัยคือ ประกันสังคม คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อชีวิต และทำไมเราจึงต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนนี้เป็นประจำทุกเดือน บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกความหมาย โครงสร้างของระบบประกันสังคมไทย ประเภทของมาตราต่างๆ และสิทธิประโยชน์ที่คุณจะได้รับอย่างครบถ้วน ประกันสังคม คืออะไร? ทำความเข้าใจระบบกองทุนสวัสดิการของรัฐ ประกันสังคม คือ ระบบการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขของคนในสังคม โดยเป็นการระดมเงินสมทบจาก 3 ฝ่าย ได้แก่ ลูกจ้าง, นายจ้าง และรัฐบาล เข้าสู่ “กองทุนประกันสังคม” ภายใต้การดูแลของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กระทรวงแรงงาน วัตถุประสงค์หลักคือเพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงในการดำรงชีวิต ช่วยกระจายความเสี่ยงทางการเงินเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ ชราภาพ หรือว่างงาน สรุปผู้ประกันตน 3 มาตราหลัก แตกต่างกันอย่างไร? ระบบประกันสังคมของไทยแบ่งกลุ่มผู้ประกันตนออกเป็น 3 มาตราหลักตามสถานะการทำงาน ดังนี้ 1. ผู้ประกันตน มาตรา 33 (ลูกจ้างภาคบังคับ) คือ พนักงานหรือลูกจ้างที่ทำงานในสถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป… Continue reading ประกันสังคม คืออะไร สรุปสิทธิประโยชน์ และวิธีคุ้มครองตนเอง
โดยปกติแล้ว ผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 จะได้รับสิทธิการรักษาพยาบาลฟรีโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ณ โรงพยาบาลตามสิทธิที่ได้เลือกไว้ แต่ในชีวิตจริง เหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น อุบัติเหตุรุนแรง หรืออาการเจ็บป่วยกะทันหันขณะอยู่ต่างจังหวัด มักทำให้เราต้องเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุดก่อน ทำให้เกิดคำถามว่า เบิกค่ารักษาพยาบาล ประกันสังคม ได้หรือไม่ เบิกได้เท่าไหร่ และมีขั้นตอนอย่างไร บทความนี้มีคำตอบชัดเจน เบิกค่ารักษาพยาบาล ประกันสังคม ได้ในกรณีใดบ้าง? ผู้ประกันตนสามารถยื่นเบิกค่ารักษาพยาบาลคืนจากสำนักงานประกันสังคมได้ในกรณีที่จำเป็นทางการแพทย์ ดังนี้: สิทธิกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต (UCEP 72 ชั่วโมงแรก) หากผู้ประกันตนมีอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตถึงแก่ชีวิต (เช่น หมดสติ ไม่หายใจ เจ็บหน้าอกรุนแรง แขนขาอ่อนแรงเฉียบพลัน) สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดได้ทุกแห่ง ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ภายใต้นโยบาย UCEP (Universal Coverage for Emergency Patients) โดยไม่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลใดๆ ในช่วง 72 ชั่วโมงแรก หลังจากนั้นเมื่อพ้นวิกฤต โรงพยาบาลจะประสานงานส่งตัวกลับไปยังโรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคมต่อไป อัตราการเบิกค่ารักษาพยาบาลกรณีเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอื่น กรณีที่เกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน (แต่ไม่ถึงขั้นวิกฤต UCEP)… Continue reading เบิกค่ารักษาพยาบาล ประกันสังคม กรณีฉุกเฉิน และเจ็บป่วยทั่วไป