ใครที่กำลังรู้สึกสับสนระหว่างความคุ้มครองของ พ.ร.บ.รถยนต์, ประกันภัยรถยนต์ และประกันอุบัติเหตุ ในบทความนี้จะมาเทียบความแตกต่างด้านความคุ้มครองทำให้คุณเข้าใจเกี่ยวกับประกันภัยทั้ง 3 ประเภทมากขึ้น
“ประกันภัย” เปรียบเสมือนเครื่องมือที่ช่วยบรรเทาความเสี่ยงเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน สำหรับผู้ขับขี่พาหนะบนท้องถนนย่อมรู้ดีว่ากฎหมายบังคับให้รถยนต์ทุกคันจะต้องมี พ.ร.บ.รถยนต์เพราะประกันภัยภาคบังคับตัวนี้จะช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลให้กับผู้ประสบภัยจากอุบัติเหตุที่เกิดจากรถ แต่เชื่อว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้ถึงความแตกต่างด้านความคุ้มครองว่า ประกันรถยนต์, พ.ร.บ.รถ คุ้มครองอะไรบ้าง และต่างจากประกันอุบัติเหตุอย่างไร
พ.ร.บ.รถยนต์เป็นประกันภัยภาคบังคับที่เจ้าของรถยนต์จะต้องดำเนินการต่ออายุทุกปี ให้ความคุ้มครองเฉพาะส่วนของผู้ประสบภัยจากอุบัติเหตุที่เกิดจากรถ เมื่ออุบัติเหตุเกิดขึ้น ผู้เอาประกันสามารถเรียกค่าสินไหมจาก พ.ร.บ.รถยนต์เป็นค่ารักษาพยาบาลได้ตามจริงไม่เกิน 30,000 บาท และหากเหตุนั้นก่อให้เกิดการสูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพถาวร หรือเสียชีวิต จะสามารถเรียกค่าสินไหมจาก พ.ร.บ.ได้อีก 35,000 บาท
เป็นประกันภัยภาคสมัครใจที่มีการแบ่งความคุ้มครองตามรายละเอียดและวงเงินความคุ้มครอง ช่วยอำนวยความสะดวกเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันระหว่างการขับขี่ ปัจจุบันมีให้เลือก 4 รูปแบบ คือ
คือ ประกันภาคสมัครใจออกแบบมาเพื่อให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุทุกประเภท ช่วยอำนวยความสะดวกเมื่ออุบัติเหตุเกิดขึ้น ผู้เอาประกันสามารถเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลได้ทันทีโดยไม่ต้องสำรองจ่าย
ความแตกต่างของ พ.ร.บ.รถยนต์ ประกันภัยรถยนต์ และประกันอุบัติเหตุมีความคล้ายคลึงกันในการบรรเทาความเสี่ยงเมื่อเกิดอุบัติเหตุ แต่มีความแตกต่างกันที่เงื่อนไขความคุ้มครอง คือ พ.ร.บ.คุ้มครองเฉพาะผู้ประสบภัยจากเหตุที่เกิดจากรถ, ประกันภัยรถยนต์ให้ความคุ้มครองทั้งผู้ประสบภัยและรถ โดยวงเงินความคุ้มครองและรายละเอียดความคุ้มครองขึ้นอยู่กับประเภทของประกัน, ประกันอุบัติเหตุให้ความคุ้มครองทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุให้กับผู้เอาประกัน สำหรับใครที่เป็นห่วงคนข้างหลังเมื่อเกิดอุบัติเหตุไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล หรือในกรณีเลวร้ายเสียชีวิต คนข้างหลังจะได้ไม่ลำบาก ผู้ขับขี่รถควรดำเนินการต่อพ.ร.บ.ทุกปี ร่วมกับทำประกันภัยรถยนต์และ ประกัน อุบัติเหตุ โดยสามารถเช็กค่าเบี้ยในราคาที่คุ้มค่าที่สุดได้ก่อนใครที่นี่!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
การต่อภาษีรถยนต์ประจำปี ถือเป็นหน้าที่ตามกฎหมายของผู้ครอบครองรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทุกคน แต่ด้วยภารกิจที่รัดตัว หลายคนอาจเผลอลืมวันหมดอายุจนทำให้ภาษีรถยนต์ขาด และเกิดความกังวลว่า ค่าปรับภาษีรถยนต์ คิดอย่างไร? ขาดกี่วันจึงจะเริ่มโดนปรับ? และหากขาดต่อภาษีเกิน 1 ปีหรือ 3 ปีจะมีผลเสียอย่างไรบ้าง บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกอัตราค่าปรับตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก วิธีคำนวณค่าปรับแบบเข้าใจง่าย เอกสารที่ต้องใช้ และขั้นตอนการต่อภาษีรถยนต์ย้อนหลังพร้อมต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ออนไลน์ เพื่อให้รถของคุณกลับมาถูกต้องตามกฎหมายและขับขี่ได้อย่างสบายใจ 100% ค่าปรับภาษีรถยนต์ คิดอย่างไร? สรุปอัตราค่าปรับตามกฎหมายกรมการขนส่งทางบก ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 กรมการขนส่งทางบกได้กำหนดอัตราค่าปรับสำหรับผู้ที่ชำระภาษีรถยนต์ประจำปีล่าช้ากว่ากำหนดไว้อย่างชัดเจน อัตราค่าปรับร้อยละ 1 ต่อเดือน (เศษของเดือนคิดเป็น 1 เดือน) หากคุณไม่ได้ชำระภาษีรถยนต์ภายในเวลาที่กำหนด คุณจะต้องเสียค่าปรับในอัตรา “ร้อยละ 1 ต่อเดือน” ของยอดภาษีประจำปีที่ต้องชำระ โดยนับตั้งแต่วันที่ครบกำหนดจนถึงวันที่มาชำระเงิน และหากมีเศษของเดือนแม้เพียง 1 วัน กฎหมายจะปัดเศษนับเป็น 1 เดือนเต็มทันที ตัวอย่างการคำนวณค่าปรับภาษีรถยนต์ขาดต่อ 3 เดือน, 6 เดือน และ 1 ปี… Continue reading ค่าปรับภาษีรถยนต์ ขาดต่อคิดอย่างไร? สรุปอัตราค่าปรับ วิธีคำนวณ และขั้นตอนต่อภาษีย้อนหลัง
สำหรับเจ้าของรถจักรยานยนต์ที่ใช้งานรถคู่ใจมาหลายปี เมื่อถึงกำหนดเวลาต่อภาษีประจำปี (ต่อทะเบียนรถ) หลายคนอาจสงสัยว่า รถจักรยานยนต์ที่มีอายุครบกี่ปีต้องนำไปตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี? ต้องตรวจที่ไหน? มีค่าใช้จ่ายเท่าไร? และสามารถตรวจสภาพแล้วต่อภาษีออนไลน์ได้หรือไม่ บทความนี้จะสรุปเกณฑ์กฎหมายการตรวจสภาพรถจักรยานยนต์จากกรมการขนส่งทางบก รายการตรวจเช็กมาตรฐานของสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) พร้อมขั้นตอนการเตรียมเอกสารและต่อ พ.ร.บ. ออนไลน์ (ซึ่งมีขั้นตอนที่สะดวกสบายไม่แพ้การต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ เพื่อให้คุณดำเนินการต่อภาษีรถได้อย่างสะดวกรวดเร็วและถูกต้อง 100% รถจักรยานยนต์อายุครบกี่ปี ต้องนำไปตรวจสภาพรถ (ตรอ.) ก่อนเสียภาษี? เกณฑ์กฎหมาย: รถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานครบ 5 ปีขึ้นไป ตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก รถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานครบ 5 ปีขึ้นไป (นับตั้งแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรก) จะต้องนำรถเข้าตรวจสภาพ ณ สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) หรือสำนักงานขนส่ง เพื่อรับใบรับรองการตรวจสภาพรถ ก่อนจึงจะสามารถชำระภาษีรถประจำปีได้ วิธีนับอายุรถจักรยานยนต์จากเล่มทะเบียนรถ (นับจากวันจดทะเบียนครั้งแรก) การนับอายุรถให้นับจาก “วันจดทะเบียนครั้งแรก” ที่ระบุในใบคู่มือจดทะเบียนรถ (เล่มเขียว) จนถึงวันสิ้นอายุภาษีประจำปีรอบปัจจุบัน เช่น จดทะเบียนวันที่ 10 กันยายน 2564 เมื่อถึงรอบต่อภาษีวันที่ 10 กันยายน 2569… Continue reading รถจักรยานยนต์ที่มีอายุครบกี่ปีต้องนำไปตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี?
พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ หรือประกันภัยภาคบังคับตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ คือเอกสารสำคัญที่สุดที่ผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์ทุกคนต้องจัดทำเป็นประจำทุกปี เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และใช้เป็นหลักฐานจำเป็นในการต่อภาษีรถประจำปี ซึ่งมีความสำคัญและเป็นไฟลท์บังคับตามกฎหมายเช่นเดียวกับการทำ พ.ร.บ. รถยนต์ สำหรับคนที่กำลังเตรียมตัวต่อ พ.ร.บ. มอเตอร์ไซค์ และสงสัยว่า ต่อพรบรถจักรยานยนต์ ใช้อะไรบ้าง? ค่าเบี้ย พ.ร.บ. มอเตอร์ไซค์ ราคาเท่าไรตามขนาด ซีซี? และสามารถต่อ พ.ร.บ. ออนไลน์ได้ทันทีหรือไม่ บทความนี้สรุปทุกข้อมูลให้ครบถ้วนในที่เดียว เช็กลิสต์เอกสารที่ต้องใช้ในการต่อ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ การต่อ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ในปัจจุบันสะดวกรวดเร็วมาก โดยเฉพาะการต่อออนไลน์ ใช้เอกสารเพียงไม่กี่อย่าง 1.ใบคู่มือจดทะเบียนรถ (เล่มเขียว) หรือสำเนาหน้าทะเบียนรถ ใช้สำหรับดูข้อมูลสำคัญของรถ ได้แก่ หมายเลขทะเบียนรถ จังหวัดที่จดทะเบียน หมายเลขตัวถัง และขนาดเครื่องยนต์ (CC) 2. บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของรถ ใช้ระบุชื่อ-นามสกุล และเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักของผู้เอาประกันภัย 3. ข้อมูลขนาดเครื่องยนต์ (CC) และเลขตัวถังรถ เพื่อใช้คำนวณอัตราเบี้ยประกันภัย… Continue reading ต่อพรบรถจักรยานยนต์ ใช้อะไรบ้าง? เช็กเอกสาร ราคา พ.ร.บ. ตามซีซี และวิธีต่อออนไลน์