หากถามว่า พ.ร.บ.รถ คุ้มครองอะไรบ้าง คำตอบคือความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลและเงินชดเชยให้กับผู้เสียหายจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิด ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผู้ขับขี่ทุกคนรู้สึกสบายใจมากขึ้นเวลาใช้รถยนต์ที่มีการต่อ พ.ร.บ.รถยนต์ อย่างถูกต้อง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังจำเป็นต้องขับขี่ด้วยความระมัดระวังและรักษากฎจราจรอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง เพื่อนร่วมทาง และคนเดินถนน แต่ในปี 2567 จะมี พ.ร.บ. กฎจราจรใหม่เรื่องไหนอัปเดตบ้างนั้น เรามาดูกันเลย
กฎหมายจราจรใหม่ในปี 2567 ได้ปรับเปลี่ยนกฎมาใหม่ ทั้งนี้เพื่อให้ทุกคนเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายใหม่จราจรและค่าปรับจราจรใหม่ มีรายละเอียดและค่าปรับอะไรเพิ่มขึ้นบ้าง? ซึ่งจะรวมไปถึงเรื่องถูกหักคะแนนความประพฤติอีกด้วย จะได้ไม่เผลอทำผิดกฏแล้วกังวลกับการขับขี่มากเกินไป ซึ่ง insurverse ได้รวบรวมกฎหมายจราจรใหม่ล่าสุดหลายข้อที่จำเป็นมาฝากกันแล้ว ตามไปดูกันได้เลยค่ะว่าค่าปรับจราจรมีอะไรบ้าง?
กฎหมายจราจรใหม่ข้อนี้ ใส่ใจคนใช้รถใช้ถนนทุกคน หากพบว่ารถคันไหนขับรถโดยประมาท ขับรถเหยียบน้ำกระเด็นใส่คนเดินถนน ก็แจ้งตำรวจได้เลยค่ะ โดยมีค่าปรับจราจรใหม่สูงสุด 10,000 บาทและมีโทษจำคุกด้วยสูงสุดถึง 3 เดือน
ตามกฎหมายกำหนด รถยนต์ 4 ล้อ สามารถขับด้วยความเร็วสูงสุด 110 km./hr. หากฝ่าฝืน กฎหมายจราจรใหม่ 2567 ค่าปรับสำหรับการขับรถเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด จะถูกปรับตั้งแต่ 1,000-4,000 บาทขึ้นไปและยังถูกหักคะแนนอีก 1 คะแนน
กฎหมายจราจรใหม่กำหนดให้คนขับรถทุกคนหยุดรถให้คนเดินข้ามทางม้าลายเสมอ หากรถคันไหนไม่หยุด ค่าปรับจราจรมีอะไรบ้าง? ก็จะมีโทษ
กฎหมายจราจรใหม่กำหนดให้คนขับรถทุกคนหยุดรถให้คนเดินข้ามทางม้าลายเสมอ หากรถคันไหนไม่หยุด ค่าปรับจราจรมีอะไรบ้าง? ก็จะมีโทษปรับตั้งแต่ 1,000-4,000 บาทและยังโดนตัดคะแนนความประพฤติด้วยอีก 1 คะแนน
การเมาแล้วขับเป็นเรื่องที่ร้ายแรง จึงได้มีกฎหมายใหม่จราจรเพิ่มโทษปรับมากขึ้น กฎหมายจราจรใหม่ 2567 มีอะไรบ้าง? สำหรับกรณีเมาแล้วขับ ตอบเลยว่าหากฝ่าฝืนขับรถทั้งที่มีแอลกอฮอล์ในร่างกายจะถูกหักคะแนนความประพฤติ 4 คะแนนและถูกปรับดังนี้
ขับรถเจอไฟแดงต้องหยุด หากไม่หยุดจะโดนใบสั่งฝ่าไฟแดงจากกล้องกี่บาท? ตอบเลยว่ากฎหมายจราจรใหม่ 2567 ค่าปรับแรงขึ้น โดนหักคะแนน 2 คะแนนไม่พอ ยังถูกปรับตั้งแต่ 1,000-4,000 บาทและจะต้องรีบไปชำระเงินค่าปรับภายใน 30 วัน หากไม่รีบจ่ายระวังจะถูกตั้งข้อหาเพิ่มอีกนะคะ!
กฎหมายจราจรใหม่ล่าสุดเพิ่มค่าปรับแรงมากกว่าเดิม ใครขับรถย้อนศรจะถูกปรับ 1,000-2,000 บาทและถูกตัดคะแนนอีก 2 คะแนน
เพราะท้องถนนไม่ได้มีไว้ให้ใครคนใดคนหนึ่ง หากขับรถโดยไม่เห็นใจใครและไม่คิดถึงความปลอดภัยของคนอื่น อยากปาดขวาหรือแซงซ้ายตามใจเมื่อไหร่ จะถูกปรับไม่รู้ตัว! ซึ่งกฎหมายจราจรใหม่ 2567 ค่าปรับ 5,000-20,000 บาทและยังถูกหักคะแนนอีก 4 คะแนน
ควรขับรถอย่างมีน้ำใจ ให้ทางรถฉุกเฉินหรือรถพยาบาลเสมอ หากมีเจตนาจงใจไม่หลบให้จะถือว่ามีความผิดร้ายแรงทันที เพราะถือว่าทำให้คนอื่นต้องเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต ค่าปรับจราจรใหม่ปรับไม่เกิน 500 บาท หากขับตามรถฉุกเฉินหรือรถพยาบาลระยะ 50 เมตร จะมีโทษปรับอีก 1,000 บาทและถูกหักคะแนนด้วยอีก 1 คะแนน
กฎหมายจราจรใหม่เข้มมากขึ้น ใครไม่รัดเข็มขัดนิรภัย ทั้งคนขับและคนโดยสารจะถูกปรับ 2,000 บาท/คน และหักคะแนนคนขับอีก 2 คะแนน
กฎหมายจราจรใหม่ 2567 มีอะไรบ้าง? ที่ห้ามทำเด็ดขาด! ก็คือการการขับรถชนแล้วหนี! มีความเสี่ยงทั้งจำทั้งปรับจะถูกจำคุกไม่เกิน 6 เดือนและถูกปรับ 2,000-20,000 บาทและถูกหักคะแนนอีก 3 คะแนนค่ะ
กฎหมายจราจรใหม่บังคับให้ทุกคนที่ขับรถต้องได้รับใบอนุญาตขับขี่ หากไม่ทำตามจะมีโทษปรับตั้งแต่ 1,000 บาทและอาจถูกจำคุก 1 เดือนด้วย ส่วนใครที่ใบขับขี่หมดอายุไม่ได้ไปต่อจะถูกยึดใบขับขี่ ถูกปรับ 2,000 บาทและหักคะแนน 2 คะแนน
การไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหรือติดแผ่นป้ายทะเบียนที่ไม่ถูกต้องเป็นความผิดตามกฎหมายใหม่จราจร กำหนดโทษปรับคนที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหรือดัดแปลงแผ่นป้ายทะเบียนแบบผิดกฎหมาย ถูกปรับ 2,000 บาทและหักคะแนน 1 คะแนน
เพราะเด็กคืออนาคตของชาติ กฎหมายจราจรใหม่ล่าสุดจึงกำหนดให้ผู้ปกครองที่พาเด็กๆ อายุไม่เกิน 6 ปี ที่นั่งรถยนต์ไปด้วย ต้องมีที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กโดยเฉพาะ! เพื่อให้เด็กๆ ปลอดภัย หากฝ่าฝืนไม่ทำตามจะมีโทษปรับ 2,000 บาท
การจอดรถในที่ห้ามจอดอาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือเป็นเพียงการจอดชั่วคราว แต่สถานการณ์จอดรถตามใจแบบนี้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง อาจทำให้การจราจรติดขัดและกระทบกับคนขับรถคันอื่นๆ ได้ จึงมีค่าปรับจราจรใหม่สำหรับคนที่ฝ่าฝัน 2,000 บาทและตัดคะแนน 1 คะแนน
การคุยหรือเล่นโทรศัพท์เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่หลายคนมักลืมขณะขับรถ ทั้ง ๆ ที่ในความจริงแล้วนอกจากจะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุมากขึ้นแล้ว การใช้โทรศัพท์ขณะขับรถยนต์ยังมีความผิดตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก มาตรา 43 (9) โทษปรับสูงสุด 4,000 บาท และถูกตัดคะแนนใบขับขี่ 1 คะแนน ทางที่ดีหาบลูทูธหรือหูฟังมาไว้ใช้จะได้ขับขี่ปลอดภัยและอุ่นใจไม่โดนค่าปรับหรือถูกหักคะแนนด้วยค่ะ!
นอกจากระบบใบสั่งเสียค่าปรับแล้ว ตั้งแต่ปี 2567 ยังมีการใช้ระบบตัดคะแนนใบขับขี่เมื่อทำผิดกฏหมายจราจรเพิ่มเติมด้วย โดยผู้ถือใบขับขี่จะมีคะแนนเริ่มต้นที่ 12 คะแนน แต่หากทำผิดกฎหมายจราจรจะถูกตัด 1 – 4 คะแนน ขึ้นอยู่กับฐานความผิด ปัจจุบันกำหนดการตัดคะแนนใบขับขี่จำนวน 20 ฐานความผิด ซึ่งหากกระทำผิดถูกตัดคะแนนจนหมดจะถูกพักใบอนุญาตขับขี่สูงสุด 90 วัน และถ้าโดนพักใช้จำนวน 3 ครั้ง ในระยะเวลา 3 ปี จะถูกพักใช้มากกว่า 90 วัน แต่กรณีมีครั้งที่ 4 จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่รถยนต์
เป็นอย่างไรบ้างสำหรับความรู้ดี ๆ เกี่ยวกับกฎหมายจราจร 2567 โดยนอกจาก 4 เรื่องที่นำมาฝาก ยังมีอีกหลายข้อที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง แต่ไม่ว่ากฎหมายจะอัปเดตเพิ่มเติมกี่ข้อ สิ่งที่ไม่ควรลืมเด็ดขาดนั้นหนีไม่พ้น พ.ร.บ.รถยนต์ หรือประกันภัยภาคบังคับ ซึ่งหากไม่รู้ว่าจะต่อ พ.ร.บ.ออนไลน์ราคา ถูกกับที่ไหนดี แนะนำประกันภัย Insurverse ประกันรถยนต์ออนไลน์เจ้าแรกของประเทศไทยที่สามารถเช็กข้อมูลว่า พ.ร.บ.รถ คุ้มครองอะไรบ้าง เช็กราคาเบี้ยได้ตลอดเวลา พร้อมมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญคอยตอบคำถามทุกเมื่อที่ต้องการ รับประกันว่าหา พ.ร.บ.รถยนต์ราคา ถูกและบริการดีถูกใจแน่นอน
กฎหมายจราจรใหม่ 2567 มีข้อกำหนดใหม่โดยเพิ่มบทลงโทษมากขึ้น ถ้าหากทำตามกฎหมายถูกต้องก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าวันไหนเผลอทำผิด แล้วถูกตำรวจออกใบสั่งหรือได้รับใบสั่งผ่านกล้อง แต่เผลอทำใบสั่งหายไปจะเช็คยังไงดี? ตามมาดูกันเลยค่ะ
กฎหมายจราจรใหม่ได้เชื่อมต่อกับเทคโนโลยี ทำให้คนขับรถทุกคนสามารถเข้าถึงใบสั่งแบบออนไลน์ได้ โดยเช็คใบสั่งและคะแนนพฤติกรรมการขับขี่ผ่านแอปพลิเคชัน KHUB DEE ได้ ซึ่งสามารถตรวจสอบใบสั่งได้ย้อนหลังได้ถึง 1 ปีหรือเช็คใบสั่งกับเว็บไซต์ https://ptm.police. go.th/eTicket ได้อีกด้วย
กฎหมายจราจรใหม่กำหนดอายุความของใบสั่งไว้ที่ 1 ปี หากไม่รีบจัดการอาจมีปัญหาการกับต่ออายุใบขับขี่ได้ แล้วกฎหมายจราจรใหม่บังคับใช้วันไหน? เริ่มใช้ตั้งแต่ 5 กันยายน 2566 และถือเป็นกฎหมายจราจรใหม่ 2567 ที่คนขับรถทุกคนควรปฏิบัติตาม จะได้ทำให้รถทุกคันมีความปลอดภัยมากขึ้น การเคารพกฏจราจรนอกจากจะเป็นเซฟตัวเองแล้ว ยังเป็นการป้องกันเหตุกระทบกับผู้อื่นจนเกิดอุบัติเหตุได้ดีกว่าเดิมด้วยค่ะ!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ที่ใช้งานรถกระบะเพื่อการค้า การเกษตร หรือการขนส่งสินค้าในชีวิตประจำวัน หากเปิดดูสมุดคู่มือจดทะเบียนรถจะพบรหัสระบุประเภทรถว่า รย.3 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเภทยานพาหนะที่มีการใช้งานแพร่หลายมากที่สุดในประเทศไทย แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า รย.3 คือ รถประเภทไหน มีเงื่อนไขการเสียภาษี การทำ พ.ร.บ. และการเลือกประกันภัยที่แตกต่างจากรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอย่างไรบ้าง บทความนี้มีคำตอบครบถ้วน รย.3 คืออะไร ตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก? รย.3 คือ รหัสประเภทรถที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดไว้ใน พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 หมายถึง “รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล” ซึ่งหมายถึง รถยนต์ที่สร้างขึ้นหรือดัดแปลงเพื่อใช้ในการบรรทุกสิ่งของหรือสัตว์ โดยมีน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกินที่กฎหมายกำหนด และใช้งานเพื่อกิจการส่วนตัวหรือในธุรกิจส่วนบุคคล มิได้นำไปใช้รับจ้างขนส่งเป็นประจำเหมือนรถบรรทุกตามกฎหมายการขนส่งทางบก เช็กลักษณะรถ รย.3 แตกต่างจากรถ รย.1 อย่างไร? ความแตกต่างสำคัญระหว่างรถ รย.3 และ รย.1 ที่ผู้ใช้รถมักเปรียบเทียบกัน ได้แก่: ป้ายทะเบียน รย.3 สีอะไร มีความหมายว่าอย่างไร? รถประเภท รย.3 จะใช้ ป้ายทะเบียนพื้นสีขาว สะท้อนแสง ตัวอักษรและตัวเลขเป็นสีเขียว (หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า “ป้ายขาวอักษรเขียว”)… Continue reading รย.3 คือรถอะไร รู้จักรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ป้ายขาวอักษรเขียว ภาษี และ พ.ร.บ.
หากคุณเปิดดูเล่มทะเบียนรถ (สมุดคู่มือจดทะเบียนเล่มสีฟ้า) ตรงหน้ารายการจดทะเบียน ในช่อง “ประเภท” มักจะปรากฏข้อความระบุว่า รย.1 หลายคนอาจสงสัยว่ารหัสนี้ย่อมาจากอะไร มีความหมายอย่างไรต่อการเสียภาษีประจำปี และเกี่ยวข้องกับการเลือกซื้อประกันภัยหรือ พ.ร.บ. อย่างไรบ้าง บทความนี้ได้รวบรวมทุกข้อมูลเกี่ยวกับรถประเภท รย.1 มาสรุปให้เข้าใจง่ายในที่เดียว รย.1 คืออะไร ในสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ? รย.1 คือ รหัสประเภทรถที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดไว้ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 หมายถึง “รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน” ซึ่งเป็นกลุ่มรถยนต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดบนท้องถนนในประเทศไทย ใช้สำหรับโดยสารส่วนตัวหรือภายในครอบครัว และไม่ได้นำไปใช้รับจ้างในเชิงพาณิชย์ ลักษณะของรถที่จัดอยู่ในกลุ่ม รย.1 มีรถรุ่นใดบ้าง? ยานพาหนะที่จัดอยู่ในกลุ่ม รย.1 มีหลากหลายรูปแบบ ขอเพียงมีจำนวนที่นั่งผู้โดยสารตามมาตรฐานไม่เกิน 7 ที่นั่ง ได้แก่: ป้ายทะเบียนของรถ รย.1 มีลักษณะอย่างไร? จุดสังเกตที่ชัดเจนที่สุดของรถยนต์ประเภท รย.1 จากภายนอก คือ ป้ายทะเบียนพื้นสีขาว สะท้อนแสง ตัวอักษรและตัวเลขเป็นสีดำ (กรณีที่เป็นป้ายประมูลอาจมีลวดลายกราฟิกประจำจังหวัด แต่ตัวอักษรและตัวเลขจะยังคงเป็นสีดำเช่นเดียวกัน) วิธีคำนวณภาษีรถยนต์ประจำปีสำหรับรถประเภท รย.1 การต่อภาษีรถยนต์ประจำปีของรถประเภท… Continue reading รย.1 คือรถอะไร เช็กข้อมูลรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน เล่มทะเบียน และ พ.ร.บ.
ในยุคที่อาชีพไรเดอร์รับส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Grab, LINE MAN หรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ คำถามสำคัญที่คนขับมอเตอร์ไซค์หลายคนสงสัยคือ รย.17 คือ รถประเภทไหน และทำไมกรมการขนส่งทางบกจึงกำหนดให้ไรเดอร์ต้องนำรถไปจดทะเบียนเปลี่ยนประเภทรถ บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกรายละเอียด ตั้งแต่ความหมาย เงื่อนไข กฎหมาย ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมด้านประกันภัย เพื่อให้คุณสามารถวิ่งรับงานได้อย่างถูกต้อง สบายใจ และปลอดภัยสูงสุด รย.17 คืออะไร ตามคำนิยามของกรมการขนส่งทางบก รย.17 คือ รหัสประเภทรถที่กรมการขนส่งทางบกใช้ระบุสำหรับ “รถจักรยานยนต์สาธารณะที่ให้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์” หรือที่เข้าใจง่าย ๆ คือ รถมอเตอร์ไซค์ส่วนบุคคลที่นำมาให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เดิมทีรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างทั่วไปจะเป็นรถจักรยานยนต์สาธารณะแบบดั้งเดิม (วินมอเตอร์ไซค์ ป้ายเหลือง) แต่เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้นและมีผู้ให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน กรมการขนส่งทางบกจึงได้ออกกฎกระทรวงรองรับ เพื่อให้ประชาชนสามารถนำรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลมาขึ้นทะเบียนให้บริการได้อย่างถูกกฎหมาย โดยกำหนดให้อยู่ในหมวด รย.17 นั่นเอง ความแตกต่างระหว่าง รย.12, รย.17 และ รย.18 มีอะไรบ้าง? หลายคนมักสับสนระหว่างรหัสประเภทรถที่มีตัวเลขใกล้เคียงกัน ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนตามกฎหมาย ดังนี้: เงื่อนไขและคุณสมบัติของรถมอเตอร์ไซค์ที่จะจดทะเบียน รย.17 หากต้องการเปลี่ยนประเภทรถเป็น รย.17 รถและผู้ขับขี่ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์ที่กำหนด: ขั้นตอนการดำเนินการจดทะเบียน… Continue reading รย.17 คือรถอะไร สรุปคู่มือจดทะเบียนรถจักรยานยนต์รับจ้างผ่านแอปให้ถูกกฎหมาย